จากระนอง สู่ท้องทะเลเมียนมาร์ 


   

ชมความงามใต้ท้องทะเลที่เกาะนาวโอพี 

"ระนอง” อาจไม่ใช่จังหวัดแรกที่ใครๆ นึกไปเที่ยว  หลายคนจะนึกถึงแต่ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ มากกว่า  แต่ตอนนี้ขอบอกเลยว่า ถ้าได้ไประนองจริงๆ แล้วจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน    เพราะระนอง ที่เป็นเมืองเล็กๆ มีครบทุกอย่างทั้งวัฒนธรรม ภูเขา ทะเล ฯลฯ ที่สำคัญยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างไทยกับเมียนมาร์อีกด้วย เราสามารถนั่งเรือข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้เพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งไม่นานมานี้ เคทีซี บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชวนไปเยือนเมืองระนองและข้ามฝั่งไปยังเมียนมาร์กับทริป “มิงกะลาบา จากระนอง สู่เมียนมาร์โอบท้องฟ้า ท้าลมทะเล” ในเวลา 3 วัน 2 คืน 

ปะการังหลากสีสันใต้ท้องทะเล 

นอกจากเคทีซีแล้ว ยังมีทีมงาน “เลิฟอันดามัน” เป็นผู้ดูแลเราตลอดทริป ทั้งพาทัวร์ พากิน แม้กระทั่งเป็นช่างภาพคอยเก็บภาพบรรยากาศสวยๆให้เราด้วย เมื่อมาถึงระนอง ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักเมืองระนองกันเสียก่อน  เราได้มาเยี่ยมชม “พระราชวังรัตนรังสรรค์” จำลอง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ ใกล้ๆกับศาลากลางจังหวัดระนอง พระราชวังแห่งนี้จะเป็นสถานที่ให้เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองระนอง โดยเฉพาะเรื่องการเข้ามาอยู่อาศัยของพระมหากษัตริย์ เป็นพระราชวังที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การ เสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5,6 และ 7 

พระราชวังพระราชวังรัตนรังสรรค์ 

บรรยากาศโดยรอบพระราชวังฯแห่งเมืองระนอง เต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ ตัวอาคารพระราชวังทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง บริเวณภายนอกมีรูปปั้นชายหญิงหาบแร่ ใครผ่านไปผ่านมาเห็นจะต้องสนใจรูปปั้นนี้ ที่สื่อความหมายถึงเมืองระนอง ที่เป็นเมืองแห่งแร่อย่างชัดเจน  ภายในจำลองที่ประทับของกษัตริย์ ทั้งห้องประทับ ห้องทรงงาน แล้วก็ยังมีการแสดงประวัติศาสตร์ต่างๆ ผ่านรูปภาพและสิ่งของมากมาย ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สมบัติอันล้ำค่าของชาวระนอง  บอกเลยว่าบรรยากาศที่นี่น่าถ่ายรูปมากๆ มีระเบียง มีจุดชมวิวเห็นตัวเมืองรอบๆ พระราชวังอีกด้วย

อาหารใต้สุดฮิต ที่ร้านคุ้นลิ้น 

หลังจากดูพระราชวังเสร็จ สิ่งที่ห้ามพลาดในบริเวณใกล้ๆ กัน คือไปลองรับประทานอาหารที่ร้าน "คุ้นลิ้น" เพียงแค่ชื่อร้านก็บ่งบอกถึงความขี้เล่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นบรรยากาศภายในร้านต้องบอกเลยว่า เราจะเห็นความขี้เล่นตั้งแต่การสั่งอาหาร อย่างเวลาเรานึกอาหารที่จะกินไม่ออก ร้านก็จะมีอุปกรณ์เสี่ยงทาย หรือเสี่ยงเซียมซีให้ใช้ และก็มีตุ๊กตาไล่ฝนในอิกคิวซัง ให้เราเขียนชื่อเอาไปห้อยเล่นๆ  และก็มีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะมาก ส่วนอาหารทางร้านจัดเสิร์ฟเมนูเด็ด  ชวนน้ำลายสอสุดๆ หลายเมนู ทั้ง ปลาทูทอดกะปิ แกงส้มไข่ปลาริวกิว ปลาหลุมพุกลุยสวน( ปลาหลุมพุกต้มเค็ม) เป็นต้น แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ปูนิ่มสติ๊ก ตัวใหญ่เสียบไม้จิ้มน้ำซอสรสชาติกลมกล่อม ล้ายกับปูผัดผงกะหรี่ บอกเลยอร่อยมาก

หลังอิ่มแปร้กันแล้ว  ก็จะต้องเดินทางต่อ จริงๆ ระนองมีหลายที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งวิถีชีวิตชุมชน เคทีซี เลือกไปดูชุมชนหาดส้มแป้น ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เซรามิค เครื่องปั้นดินเผา ทำไข่เค็ม หรือถ้าอยากเที่ยวสบาย เรียบหรู  ก็ต้องไปชมบ้านชาวประมง  โดยการล่องเรือ “เดอะรอยัล อันดามัน” ที่ท่าเรือประภาคาร มีกิจกรรมบนเรือหลายอย่างตั้งแต่ชิมเมนูอาหารพื้นเมือง สวมชุดบ้าบ่า ย่าหยา หรือร่วมกิจกรรมลอยกะลา คล้ายกับลอยกระทง 

ท่าเรือฝั่งเมียนมาร์จุดเปลี่ยนเรือสู่เกาะนาวโอพี 

ตกเย็น เข้าที่พักโรงแรมสุดชิคน้องใหม่ของระนอง อย่าง "เดอะกาลล่าโฮเทล" เป็น1ใน 400 โรงแรมทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมจัดสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเคทีซี สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้บกพร่องจากโรงแรมหรูที่อื่นๆ มีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟครบรสตามไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งก็เป็นโรงแรมที่เราเข้าพักสำหรับคืนวันแรก ความพิเศษคือโรงแรมนี้มีอาหารเกาหลีเสิร์ฟด้วย แปลกเหมือนกันเพราะไม่ค่อยเห็นโรงแรมในบ้านเรามีอาหารเกาหลีสักเท่าไหร่       

เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มาถึงไฮไลต์ของทริปที่เราเฝ้ารอคอย คือการไปเยือนเมียนมาร์ แต่บอกเลยว่ามาเมียนมาร์ครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะว่าเราจะไป "เกาะนาวโอพี" เกาะใหม่ของเมียนมาร์ที่เพิ่งเปิดให้เข้าไปเมื่อช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านนี้เอง เป็นเกาะเงียบๆ แต่ความสวยงามมาเต็มร้อย 

เราเตรียมตัวไปยังท่าเรือประภาคารเพื่อทำเรื่องข้ามฝั่งไปยังประเทศเมียนมาร์ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น การเดินทางโดยเรือข้ามฟากใช้เวลาเพียงแค่ 10-15 นาทีเอง ก็ถึงท่าเรือฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เราเรียกฝั่งเพื่อนบ้านว่า 'เกาะสอง" จริงๆ ไม่ใช่เกาะ แต่เป็นแผ่นดินเมียนมาร์ อยู่ทางใต้สุดของประเทศ คล้ายๆ กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านเรากับมาเลเซีย จากนั้นเปลี่ยนเรือเป็นนั่งสปีดโบ๊ทมุ่งสู่เกาะนาวโอพี ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างเดินทางก็นอนหลับไปได้ 1 ตื่น 

หาดทรายขาวกับน้ำทะเลไล่ระดับสีอ่อนไปเข้ม 

เมื่อเรือใกล้เทียบเข้าฝั่งของเกาะ  ภาพที่ปรากฎตรงหน้าคือหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีสวย ไล่ระดับเรียงจากสีฟ้าอ่อนไปเข้ม ความสวยของเกาะนี้ “ระดับไฮเอนด์” ไม่แพ้ความสวยของทะเลไทยแต่อย่างใด ไม่น่าเชื่อว่าเมียนมาร์จะมีทะเลสวยขนาดนี้ เป็นเกาะที่เงียบสงบ หลายคนเข้าใจว่าทะเลนาวโอพีคือเกาะรูปหัวใจตามที่เห็นแชร์ในโซเชียล แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เกาะเดียวกัน  เกาะรูปหัวใจเป็นอีกเกาะหนึ่ง จะสวยอีกแบบหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีทีมงานของโรงแรมวิคตอเรีย คลิฟ แอนด์ รีสอร์ท เมียนมาร์ ที่ได้รับสัมปทานเกาะนาวโอพีนำเมนูซีฟู๊ดอาหารอร่อยๆ คอยบริการดูแลดีมากๆ 

หนุ่มสาว สนุกสานกับการถ่ายภาพแนวๆริมหาด 

เราใช้เวลาบนเกาะแห่งนี้ประมาณ 4 ชั่วโมงเต็ม เดินลัดเลาะเล่นบนชายหาดก็เพลินไม่น้อย ด้วยความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร ตลอดชายหาดไม่มีตรงไหนที่ไม่สวย หรือทรายไม่ขาวเลย ยิ่งช่วงบ่ายเมื่อแสงแดดกระทบฝั่งเป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปสวยมากๆ ทีมงานเลิฟอันดามันนำพล็อบถ่ายรูปมาให้ ทั้งห่วงยางเล่นน้ำ เป็ดน้อยใหญ่ ปลาโลมา เอาไว้ถ่ายรูปเล่นสีสันสวยงามตัดกับท้องฟ้าและทะเล พอถ่ายภาพออกมาแทบไม่ต้องแต่งรูปให้ยุ่งยากก็สวยอยู่แล้ว หรือถ้าหากอยากทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เกาะจะมีกิจกรรมดำน้ำ มีจุดดำน้ำที่สำคัญ ๆ ถึง 7 ไดรฟ์ ตัวอย่างเช่น อ่าวมาดาม เด่นในเรื่องมีหาดทรายขาวละเอียด จนนักดำน้ำต่างยกนิ้วให้เป็นอันดับหนึ่ง หรือทุ่งดอกไม้ทะเล ตรงนี้เป็นจุดดำน้ำตื้นที่สามารถดำได้ง่าย ๆ และมองเห็นดอกไม้นานาชนิดสีสันต่างกันออกไป 

วิวหลังห้องของวิคตอเรีย คลิป โฮเทล แอนท์รีสอร์ท 

มีอีกจุดคือเกาะเลสเตอร์ จุดเด่น คือมีปะการังอ่อนสีขาว แดง ชมพู และส้ม ผสมปนเปกัน, และก็มีเกาะภูเขาไฟ ที่นี่จะเห็นโลกใต้ทะเลเป็นเหมือนดงดอกไม้ทะเลตูม ๆ ส่วนใหญ่เป็นสีม่วง เขียว และเหลืองอ่อน สีของดอกไม้จะขึ้นอยู่ช่วงฤดูที่เราไป, อ่าวผักกาด มีปะการังดูคล้าย ๆ กับดอกกะหล่ำสวยอีกแบบ และบ้านปลาไหลมอเร่ ริมหาดเทอเรซ ระดับความสวยไม่แพ้กัน ที่เด่นๆ ในจุดนี้ก็คือสายพันธุ์ปลาไหลมากมาย หากเราอธิบายไปก็คงมองไม่เห็นภาพต้องมาชมเอง ยิ่งถ้ามาในช่วงพ.ย. ถึง พ.ค. สภาพอากาศในช่วงนี้จะสบายมาก ท้องฟ้าใสและมีแดดตลอด อากาศไม่ร้อนมาก เนื่องจากมีลมอ่อนๆ พัดตลอดเวลา 

วิคตอเรีย คลิป โฮเทล แอนท์รีสอร์ท รายล้อมด้วยความเป็นธรรมชาติ 

เสร็จกิจกรรมตรงนี้ เราขึ้นเรือเพื่อกลับไปยังเกาะสอง เพื่อเข้าที่พักวิคตอเรีย คลิป โฮเทล แอนท์ รีสอร์ท ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งเหมือนเดิม พอถึงเกาะสองก็ขึ้นรสบัสไปยังโรงแรม ระหว่างทางชมบรรยากาศของบ้านเมืองภาคใต้ของเมียนมาร์  โรงแรมที่พักตั้งอยู่บนหน้าผาตระหง่านในพื้นทีของเกาะและก็ใกล้ทะเลด้วย เราค่อนข้างชอบที่พักที่นี่ เพราะมีความเงียบสงบใกล้ธรรมชาติ บริเวณโรงแรมมองเห็นวิวทะเลได้หลายมุมไม่ว่าจะมุมห้องอาหาร ริมระเบียงห้องนอนก็สามารถมองเห็น เสน่ห์ของที่นี่อีกอย่างคือความลาดชันของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีการปรุงแต่งอะไรมากเลย ส่วนในห้องพักเป็นรูปทรงแบบตะวันตก การประดับตกแต่งผสมผสานความเป็นวัฒนธรรมเมียนมาร์ อยู่แล้วรู้สึกอบอุ่น มีความคล้ายสไตล์ไทยไม่ได้แปลกตามาก เราใช้เวลาดื่มด่ำบรรยากาศที่นี่ 1 คืนเป็นคืนสุดท้ายของทริป ก่อนที่พรุ่งนี้จะต้องเก็บสัมภาระกลับไปยังระนอง 

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิวัดปิดอร์เอ เมียนมาร์ 

เช้าวันสุดท้าย หลังจากออกจากโรงแรมมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ เพื่อนั่งเรือกลับระนอง ไปผ่อนคลายชิลๆ ก่อนจะกลับกทม.กันสักหน่อย ด้วยการผ่อนคลายแช่น้ำร้อนที่น้ำนอง ฮอท สปาร์ ที่บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน  หรือจะไปลิ้มลองขนมหวาน กาแฟ กันที่ฟาร์มเฮ้าส์ คาเฟ่ ของโรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ระนองก็ดีไม่น้อย แต่ละแห่งที่กล่าวมามีชื่อเสียงมากๆ 

วิวประเทศเมียนมาร์จากวัดปิดอร์เอ 

ชมความงามดอกไม้ทะเล เกาะนาวโอพี

สุดท้ายนี้ต้องขอเชิญชวนทุกคนไปเที่ยวเกาะนาวโอพีกัน อยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัส และขณะเดียวกันตอนที่เรากำลังสนุกกับการท่องเที่ยวเกาะนาวโอพี มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่ทำงานกับทะเล เขาบอกว่า ทะเลคือสิ่งสวยงามที่ธรรมชาติให้มาก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์ความสวยงามนี้ไว้ด้วย หากถูกทำลายก็ยากที่จะรักษาใหม่ สำหรับใครที่สนใจจะไป ก็สามารถติดตามโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ www.ktcworld.co.th หรือติดต่อทีมงาน เลิฟอันดามัน ที่เฟซบุ๊ค love Andaman.


นี่...ถ้าเป็น "สถานการณ์ศึก"..... "ทัพมาร์ค-ทัพแม้ว" กำลังคึกจัด แต่หารู้ไม่ว่า ถลำเข้าไปอยู่ใน "ค่ายกลศึก" ของท่านเจ้าเมืองตู่ ป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่รู้สึกตัว!

'นาฬิกา-นาฬิกรรม' คำประวิตร?
บ้าใบ้ 'ประชาธิปไตยจอน'
'วังวนตำรวจกับคนค้ากาม'
"คิดใหม่ใน"วันเด็ก"กันดีมั้ย?
สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"
เมื่อเคลื่อนไหว 'จุดตาย' ก็ประจักษ์