"เจ้าชายนักบิน" พระโอรสบุญธรรม ร.๗


   

 

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ขึ้นครองราชย์ นั่นเพราะเป็นที่รู้กันว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ไม่ทรงมีพระราชโอรสหรือธิดา

แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า ร.๗ ทรงเคยมีพระโอรสบุญธรรม นั่นคือพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต ซึ่งเป็นพระโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประสูติแต่หม่อมเล็ก ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา และเป็นต้นราชสกุล ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต เป็นพระโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประสูติแต่หม่อมเล็ก ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา สกุลเดิม ยงใจยุทธ เป็นพี่สาวของร้อยเอกชั้น ยงใจยุทธ บิดาของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

ประสูติเมื่อ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ เมื่อประสูติทรงพระนามว่า หม่อมเจ้าจิรศักดิ์สุประภาต ภาณุพันธุ์

เดิมทีสมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุ์ฯ ทรงนำพระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช มาถวายสมเด็จพระปกเกล้าฯ ก่อนค่ะ ตั้งแต่พระองค์พีระฯ ทรงพระเยาว์ ก็เป็นที่โปรดปราน ทรงอุปถัมภ์ให้ไปศึกษาต่อที่อังกฤษ แต่พระองค์พีระเกิดไปถูกชะตากับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งทรงอยู่ที่ลอนดอน ก็เลยย้ายไปอยู่ในพระอุปถัมภ์ของพระองค์จุลฯ

ฉะนั้นเมื่อพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ พระชนม์ได้ ๑๓ พรรษา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ก็ทรงส่งพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ ไปศึกษาต่อที่อเมริกา เพราะทรงเกรงว่าถ้าส่งไปอังกฤษ ก็อาจจะไปพบพระองค์จุลฯ แล้วขอทูลลาไปอยู่ในความอุปถัมภ์ของพระองค์จุลฯ เสียอีกองค์หนึ่ง อย่างที่เคยเกิดมาแล้วในกรณีพระองค์พีระฯ

คุณหญิงมณี สิริวรสาร เล่าไว้ใน "ชีวิตเหมือนฝัน" ว่า

"ทูลกระหม่อมทรงมีรับสั่งว่า "เล็ก" (หมายถึงพระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ) นั้นคงต้องมีความสัมพันธ์กับพระองค์ท่านมาแต่ชาติปางก่อน เพราะลักษณะหน้าตาก็มีส่วนคล้ายคลึง รวมทั้งอุปนิสัยใจคอหลายอย่างก็มีส่วนเหมือนกัน เช่น เล็กชอบเครื่องตุ๊กกะฉึก (เป็นศัพท์ที่ทูลกระหม่อมทรงตั้งขึ้น หมายถึงเครื่องเล่นที่เป็นกลไกต่างๆ ที่ฝรั่งเรียกว่า gadgets) และชอบเครื่องยนต์กลไกต่างๆ เช่น เดียวกับพระองค์เล็กเป็นเด็กนิสัยดี ไม่เคยอวดอ้างว่าเป็น "คนโปรด" เลย"
ร.๗ ทรงห่วงใยพระองค์จิรศักดิ์ฯ มาก มีพระราชหัตถเลขาถึงพระโอรสบุญธรรมทุกวัน และรอจดหมายตอบทุกอาทิตย์ ความในพระราชหฤทัยต่างๆ นั้นก็ถ่ายทอดลงในจดหมาย เล่าให้พระโอรสบุญธรรมฟังอย่างที่ไม่อาจจะทรงเล่าให้ผู้อื่นฟังได้ แม้แต่พระบรมวงศานุวงศ์

เช่นบางส่วนในจดหมายก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงไม่กี่เดือน ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๗๕

ถึงลูกที่รัก

อาทิตย์นี้ฉันไม่ได้หนังสือจากเล็กอีกเป็นอาทิตย์ที่ ๒ คงเป็นเพราะเมล์ แต่ก็เจ้ากรรมที่สุดที่มักจะยุ่งอย่างนี้ พร้อมกับเวลาที่ฉันไม่สบายที่สุดเสมอ หนังสือฉบับก่อนที่เขียนไปนั้น เล็กอาจเห็นว่าฉันตื่นอะไรต่างๆ ไม่เป็นเรื่อง แล้วก็ไม่มีเหตุยุ่งอะไร เพราะว่ากว่าหนังสือจะไปถึงเล็กเรื่องจะมีหรือไม่มีก็แล้วไปแล้ว

อย่างไรก็ดี พวกเราอยู่กันที่นี่กลัวกันจริงๆ และตกใจกันจริงๆ ด้วย เราทุกคนรู้ไม่ได้เลยว่าจะถูกเชือดคอเมื่อไร เสียวกันอยู่เสมอ พอมีลืออะไรกันทีหนึ่งก็ตกใจกันแทบตาย เพราะจะไม่เชื่อเสียงลือก็ไม่ได้ เข็ดจากคราวก่อนที่ไม่เชื่อกัน แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ เวลานี้มีเสียงลืออะไรก็ต้องเชื่อหมด ฉันเองก็เชื่อแน่ว่าความยุ่งยากในเมืองไทยจะต้องมีต่อไปอีกอย่างน้อย ๒๐ ปี เพราะอะไรๆ มันยุ่งๆ ไปหมด ไม่มีใครไว้ใจกันหมดทั้งเมืองไทย เวลานี้เป็นนรกแท้ๆ

คิดถึงเหลือเกิน
จากพ่อ
ประชาธิปก

พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ เจริญพระชนม์ขึ้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มาดดี กิริยามารยาทเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว แต่งกายโก้ และใช้ชีวิตอย่างลูกผู้ดีอังกฤษ มีรถสปอร์ตคันงามยี่ห้อ Bentley ขับไปไหนมาไหน หูตากว้างมีโอกาสได้เข้าสมาคมในกลุ่มเจ้านายและผู้นำระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังนิสัยดี มีความประพฤติเป็นสุภาพบุรุษแท้

เมื่อสมเด็จพระปกเกล้าฯ เสด็จอเมริกา เพื่อทรงลอกต้อกระจก พอหายดีแล้วก็เสด็จประพาสยุโรป พระองค์จิรศักดิ์ก็ทรงออกจากโรงเรียนที่นั่นตามเสด็จไปด้วยทุกหนทุกแห่งในฐานะพระโอรสบุญธรรม ได้มีโอกาสพบปะผู้นำและประมุขของประเทศต่างๆ ด้วย

จนสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงสละราชสมบัติ เสด็จไปประทับอยู่ในอังกฤษ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ก็โยกย้ายจากอเมริกาเป็นการถาวรมาอยู่ที่อังกฤษด้วย

พระองค์เจ้าจิรศักดิ์ฯ ไม่ค่อยจะทรงถนัดทางวิชาการนัก แต่ว่าทรงมีหัวทางด้านงานประดิษฐ์ และเครื่องยนต์กลไก นอกจากนี้ยังเก่งเรื่องขับรถและขับเครื่องบินเป็นพิเศษ ทรงเรียนขับเครื่องบินพร้อมกับสมเด็จพระปกเกล้าแค่ ๘ ช.ม. ก็ทรงบินเดี่ยวได้ ต่อมาก็สอบประกาศนียบัตรนักบินได้ สมเด็จพระปกเกล้าฯ จึงทรงซื้อเครื่องบินเล็กให้ลำหนึ่งเป็นส่วนตัว ท่านก็ขับเครื่องบินเข้าแข่งแรลลี่ได้ที่ ๑ แต่ว่ายังไม่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอย่างที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ มีพระราชประสงค์

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต หมั้นกับมณี เซเนียร์ บุนนาค สุภาพสตรีลูกครึ่งไทย-อังกฤษ นักเรียนทุน ก.พ. ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๑ ส่วนพิธีมงคลสมรสจัดขึ้นที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีทรงเป็นองค์ประธาน เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ปีเดียวกัน

เมื่อหม่อมมณีตั้งครรภ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานนาม ศักดิเดชน์ จากพระนามาภิไธย ประชาธิปกศักดิเดชน์ เพื่อใช้เป็นชื่อราชสกุล แต่ทางรัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ รัชกาลที่ ๘ ได้คัดค้านว่าพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต อยู่ในราชสกุล ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้จึงใช้ชื่อสกุลว่า ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา แทน

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต ทรงสมัครเข้าร่วมกับกองทัพอังกฤษเป็นนักบินของหน่วยงาน A.T.A. (Air Transport Auxiliary) ซึ่งเป็นหน่วยขนส่งทางอากาศของกองทัพอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๕ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต ทรงขับเครื่องบินเพื่อนำไปส่งที่ท่าเรือ เกิดหมอกลงจัด ทรงขับเครื่องบินชนภูเขา สิ้นพระชนม์ขณะพระชันษาได้ ๒๕ ปี.


นี่...ถ้าเป็น "สถานการณ์ศึก"..... "ทัพมาร์ค-ทัพแม้ว" กำลังคึกจัด แต่หารู้ไม่ว่า ถลำเข้าไปอยู่ใน "ค่ายกลศึก" ของท่านเจ้าเมืองตู่ ป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่รู้สึกตัว!

'นาฬิกา-นาฬิกรรม' คำประวิตร?
บ้าใบ้ 'ประชาธิปไตยจอน'
'วังวนตำรวจกับคนค้ากาม'
"คิดใหม่ใน"วันเด็ก"กันดีมั้ย?
สมการ "ลาออกของพี่ใหญ่"
เมื่อเคลื่อนไหว 'จุดตาย' ก็ประจักษ์