หนังยาวยึดทรัพย์ 'ยิ่งลักษณ์' หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย? 


   


    ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 
    ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร
    เช่นเดียวกับ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ 
         กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ 
    เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช. ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน 
    อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.หลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พ.ค.58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท 
    เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาท 
        ส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท  หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้น 
       ดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้  
       และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดา 
       ดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด 
    ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน! 
        ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอน 
        แม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมด 
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 ม.ค.ว่า
 "สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้
โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้ว
เท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว  ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ”
ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ 
แต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ 
ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย.


ถึงกับสะดุ้งเฮือก!"เสี่ยเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขัดตาทัพพรรคนี้อาการไม่ค่อยดี เหยียบหัวแม่ตีนกันเป็นว่าเล่น

อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม