วิกฤติระบบสาธารณสุข : ก่อนโควิดจะถึง ‘ก๊อก 3’


เพิ่มเพื่อน    

               ถ้าตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยยังไต่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความสามารถตั้งรับของระบบสาธารณสุขของประเทศจะถึงจุด “เต็มล้น” ตรงไหน

                ก่อนจะถึงจุดนั้น ใครจะต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้ถึงจุดระบบสาธารณสุขของประเทศเข้าขั้น “ล่มสลาย”?

                ประชาชนคนไทยจะต้องรับรู้ถึงความจริงที่ว่า ทรัพยากรด้านสาธารณสุขของไทยมีจำกัด

                แม้เราจะเพิ่มเตียงและโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitels ได้ แต่เราไม่สามารถจะเพิ่มจำนวนหมอ, พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ได้ทันกับความต้องการที่เกินล้นแน่นอน

                คุณหมอนิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตือนเมื่อวานว่ายอดผู้ติดเชื้อหลังสงกรานต์จะเพิ่มเป็น “ทวีคูณ”

                จะเห็นชัดในช่วงสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 คือช่วงสัปดาห์หลังเทศกาลสงกรานต์

                และถ้าไม่มีมาตรการมากดตัวเลขไว้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

                ท่านจึงแนะนำให้ทุกคนต้องล็อกดาวน์ตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ติดและแพร่กระจายเชื้อ

                “ส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วยที่จะล็อกดาวน์ 100% และเชื่อว่าทุกคนก็ไม่ต้องการเช่นนั้น ดังนั้นต้องช่วยกันยุติการเคลื่อนที่ พร้อมใจกันกักตัวให้ได้สัก 80% เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ ก็จะช่วยได้” คุณหมอนิธิบอก

                วันก่อน ผมอ่านพบแนวทางวิเคราะห์ของนายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล แห่งภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ความรู้ที่ควรจะเป็นคำเตือนมาถึงคนไทยที่น่าสนใจ

                คุณหมอนิธิพัฒน์เขียนตอนหนึ่งว่า

                หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-17 เม.ย.) น่าจะเป็นนิวไฮของประเทศไทยแล้ว เพราะมีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่รวมแล้วราว 12,000 คน ( 1 ใน 3 อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเราบ้าง ลองมาไล่เรียงกัน

                เดิมที่ผมเคยประมาณการไว้ว่า เตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมดทั่วประเทศ (โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลเฉพาะกิจ หรือ hospitel และโรงพยาบาลสนาม) ถ้าเพิ่มแบบเต็มที่ในก๊อกสอง (surge capacity) โดยให้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับทุกฝ่าย ควรจะอยู่ที่ราว 25,000 เตียง

                ขณะนี้เราใช้ไปแล้วอย่างน้อยราวครึ่งหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ตกค้างมาจนถึงวันนี้ (ตามตัวเลขข้างต้น) และจะยังถูกใช้ต่อไปอีกอย่างน้อย 5-7 วัน สำหรับกลุ่มตกค้างนี้ ตามนโยบายการขยายเวลาอยู่โรงพยาบาลสำหรับการระบาดระลอกนี้จาก 10 เป็น 14 วัน

                นั่นหมายความว่า ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า ควรจะต้องมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 10,000 คน

                เพราะเราจะต้องงัดก๊อกสามมาใช้เมื่อเตียงในหน้าตักหมดไปถึง 80%

                มิเช่นนั้นจะเตรียมการใช้งานก๊อกต่างๆ ได้ไม่ทันเมื่อถึงเวลาเข้าจริง (80% ของ 12,500 คือ 10,000)

                สำหรับในส่วนของยาที่ใช้รักษารายที่ปอดอักเสบชัดเจน (ฟาวิพิราเวียร์) ที่หลายคนเป็นห่วง และชุด PPE รวมไปถึงเตียงไอซียูโควิด ในประเทศขณะนี้น่าจะมีเพียงพอรับมือผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ได้อีกอย่างน้อย 20,000 คน

                แล้วก๊อกสามคืออะไร?

                ก็น่าจะเป็นการลดเวลาอยู่โรงพยาบาลเหลือ 7-10 วัน และให้รายที่พร้อมไปแยกกักตัวที่บ้าน (home isolation) ต่อจนครบ 14 วัน

                หรือไม่ก็ต้องใช้การคัดเลือกผู้ป่วยรายใหม่ที่มีความพร้อมและมีความเสี่ยงโรครุนแรงน้อยให้แยกกักตัวที่บ้าน โดยไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเข้าไปเพื่อกระบวนการคัดเลือก

                รวมถึงอาจต้องให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มีความพร้อมและมีความเสี่ยงโรครุนแรงน้อยไม่ต้องมาตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล แต่ให้แยกกักตัวสังเกตอาการที่บ้าน (home quarantine) ได้เลย

                ถ้าอาการมากขึ้นจึงจะรับตัวเข้าเตียงโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา

                โดยทุกกรณีในก๊อกสามนี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและติดตามของระบบภาคการแพทย์

                แต่ถ้าก๊อกสามทำได้ไม่สมบูรณ์หรือหมดก๊อกสามแล้ว ความพร้อมภาคการแพทย์ที่พวกเราหวังไว้อยากให้ผลลัพธ์เป็นเหมือนในสองระลอกที่ผ่านมา น่าจะล่มสลายจนอาจเกิดภาพที่เราไม่อยากเห็นเหมือนในหลายๆ ประเทศ

                และอาจจะช่วยพิสูจน์ความเชื่อของพวกเราที่ว่า เศรษฐกิจที่พังหลังภาคการแพทย์ล่ม น่าจะรุนแรงกว่าเศรษฐกิจที่ล่ม (ชั่วคราว) ก่อนภาคการแพทย์จะพัง

                สัปดาห์หน้านี้ คงจะวัดใจของภาคความมั่นคงผู้ตัดสินนโยบายว่าจะไปทางไหนกันต่อ

                วัดใจภาคประชาชนว่าจะสามารถร่วมมือหยุดเชื้อเพื่อชาติกันได้สำเร็จหรือไม่

                ส่วนภาคการแพทย์นั้นไม่ว่าภาคความมั่นคงหรือภาคประชาชนจะเลือกเดินกันทางไหนก็ตาม พวกเราจะพยายามทำหน้าที่กันสุดฤทธิ์สุดเดช เพื่อไม่ให้เขื่อนแตกก่อนที่จะใช้ศักยภาพจนหมดก๊อกสาม

                นี่คือการวิเคราะห์จากหมอที่อยู่ในภาคสนาม กลางสมรภูมิรบกับโควิดที่กำลังประเมินกำลังของฝ่ายตั้งรับและความน่ากลัวของ ”ฉากทัศน์ก๊อกสาม”

                สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของวิกฤติโควิด-19 อาจจะไม่ใช่ตัวโรคเอง เพราะคนติดเชื้อจำนวนมากอาจจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย

                ที่ท้าทายที่สุดอาจจะเป็นแรงกดดันที่จะเกิดขึ้นกำลังทดสอบขีดจำกัดของระบบสาธารณสุขไทยในแบบที่เราไม่เคยเจอมาก่อน

                หากคนติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นวันละหลายพันติดต่อกัน ไม่ว่าจะสร้างโรงพยาบาลสนามอย่างไรก็ไม่ทัน

                จากนั้นโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากร และบุคลากรที่ใช้ในการตรวจโรค สืบค้นที่มาของโรค รักษาโรค และควบคุมสถานการณ์จะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงไป

                ดังนั้น “ก่อนจะถึงก๊อก 3” ใครต้องทำอะไรบ้างจึงเป็นคำถามใหญ่ที่สุดขณะนี้.

ufabet777 allslotmaster scb99 sbfplay slotgame6666 gg168th pxj888 wmbet444 qq288 nemoslot


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"