กรมสุขภาพจิตย้ำติดโควิดไม่ใช่โรคน่ารังเกียจต้องช่วยกันสร้างกำลังใจ


เพิ่มเพื่อน    

22 เม.ย.64 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ติดเชื้อและประชาชนเกิดความเครียดในการดำรงชีวิต บางรายถึงกับคิดสั้นตามที่นำเสนอในข่าวดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า  ขอให้คำแนะนำหากเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่รู้สึกตัวเองเป็นต้นเหตุให้คนในครอบครัว คนใกล้ชิด และสังคมเสี่ยงติดเชื้อโควิด  ทุกคนต้องเข้าใจว่าโรคโควิด-19 แม้จะมีการติดต่อง่าย แต่ไม่ใช่โรคที่น่ารังเกียจ สามารถรักษาให้หายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อคนที่เป็นโควิด-19 ต้องไปพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือที่โรงพยาบาลสนาม เพื่อเป็นการไปพักรักษาและสังเกตุอาการ คือ 1.ป้องกันตัวเอง เพราะมีการติดตามอาการทุกวัน หากผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงจะสามารถทำการรักษาได้ทัน 2.ป้องกันคนในครอบครัว ซึ่งหลายเคสมีการแพร่กระจายเชื้อสู่คนในครอบครัวที่จะทำให้เกิดความเครียดทั้งครอบครัว  3.ปกป้องสังคมในการเข้ารับการกักตัว 14 วัน เพื่อไม่ให้แพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง

สำหรับการบูลลี่คนที่ติดเชื้อโควิด-19 จากคนในสังคม โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ประเทศต้องการความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพราะจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่รับรู้เรื่องการแพร่ระบาด ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจเขา เพราะทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และคนอีกกลุ่มเมื่อเกิดการแพร่ระบาดที่มีจำนวนผู้ติดเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ระมัดระวัง ก็ยังใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง  ซึ่งอาจจะสร้างความโกรธให้กับสังคม เพราะต้องยอมรับว่าโควิด-19 ระลอกใหม่นี้มีการแพร่กระจายเชื้อไวรัสที่เร็วและติดง่ายมากกว่ารอบก่อน ทำให้การดูแลป้องกันยากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าใจว่าไม่ได้มีใครอยากติด ทำให้ต้องทำความเข้าใจกัน ให้กำลังใจกัน

“ กรมสุขภาพจิตได้ติดตามความเครียดที่เกิดขึ้นในประชาชน เมื่อมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดจึงสูงขึ้น หากสถานการณ์ดีขึ้นความเครียดก็จะลดลง เปรียบเสมือนกับระลอกคลื่น ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 เป็นส่วนสำคัญ เพราะผ่านมาหลายระลอก ระวังเรื่องข่าวเท็จหรือข่าวลือต่างๆ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้คนตระหนก แต่อยากให้ตระหนัก และทำความเข้าใจกับคนใกล้ชิด เพื่อน หรือคนในครอบครัว หากเขาลืมใส่หน้ากาก หรือไปสถานที่เสี่ยง ก็อย่าเพิ่งไปต่อว่า พยายามเตือนด้วยความหวังดี ความห่วงใยต่อกันและกัน และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย อย่าจดจ่อกับข่าวโควิด-19 มากจนเกินไป” โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวทิ้งท้าย


"วัคซีนไฟเซอร์" จากอเมริกา "มหามิตร" บริจาค มาถึงไทยแล้ว จะ ๑.๕ ล้าน หรือ ๒.๕ ล้านโดส ก็ช่างเถอะ ยังไงๆ ก็ต้องขอบใจเขา

ตลกเทพของ "ป๋าเทพ"
เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"