ธปท. แจงผลขาดทุนปี 60 กว่า 2.7 แสนล้าน ไม่กระทบเสถียรภาพระบบการเงิน


เพิ่มเพื่อน    

ธปท. โร่แจงผลดำเนินงานปี 2560 ขาดทุนบักโกรก 2.7 แสนล้านบาท ไม่เป็นอุปสรรคการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเสถียรภาพในระบบการเงินระยะยาว ระบุเป็นผลมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมยึดหลักสากลในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินประเทศ

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ผลการดำเนินงานของ ธปท. ประจำปี 2560 ว่า ในปีที่ผ่านมา ธปท. มีผลขาดทุนรวม 2.7 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลที่เกี่ยวเนื่องกับการตีราคาเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีที่กำหนดให้ทุกสิ้นปีต้องตีราคาสินทรัพย์ในรูปของเงินบาท และเนื่องจากกว่า 85% ของสินทรัพย์ที่ ธปท. ถืออยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศ

โดยผลจากการตีราคาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของ ธปท. ผันผวนขึ้นลงตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วง โดยเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ค่าเงินจะมีแนวโน้มแข็งขึ้น ธนาคารกลางก็มักจะขาดทุนจากการตีราคา ในทางตรงกันข้ามถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ค่าเงินอ่อนลง ธนาคารกลางมักจะมีกำไรจากการตีราคา ดังนั้นงบการเงินของธนาคารกลางจึงเป็นผลสะท้อนภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและฐานะการเงินของภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ของประเทศ

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2560 ธปท. มีเงินสำรองระหว่างประเทศ (รวมฐานะการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า) กระจายอยู่ในสกุลเงินต่าง ๆ มูลค่ารวม 2.4 แสนล้านดอลล่าร์ โดยเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นจาก 35.82 บาทต่อดอลล่าร์ เมื่อสิ้นปี 2559 เป็น 32.66 บาทต่อดอลล่าร์ จึงส่งผลให้เกิดการขาดทุนจากการตีราคาประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยผลขาดทุนนี้ไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงด้านต่างประเทศของเศรษฐกิจไทย เพราะเงินสำรองระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อการดูแลเสถียรภาพด้านต่างประเทศจะต้องถืออยู่ในรูปของสินทรัพย์ต่างประเทศ ที่มีไว้พร้อมใช้สำหรับการรองรับการนำเข้าสินค้าและการไปลงทุนในต่างประเทศของไทย ตลอดจนเป็นกันชนรองรับการไหลออกของเงินทุน

ขณะที่ต้นทุนจากการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ จากการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อดูแลสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้ ธปท. มีต้นทุนดอกเบี้ยจ่าย ส่วนรายรับจากการนำเงินสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนได้ผลตอบแทนน้อยกว่า เพราะอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศต่ำต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ธปท. มีส่วนต่างของดอกเบี้ยจ่าย-รับ ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าดอกเบี้ยรับจะกลับมาสูงกว่าดอกเบี้ยจ่ายในปี 2561 ตามอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น

“การดำเนินภารกิจของธนาคารกลางไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรเหมือนดังธุรกิจทั่วไป โดยผลขาดทุนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกี่ยวกับการตีราคาซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเป็นกำไรหรือขาดทุนตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน โดย ธปท. ยืนยันว่าการขาดทุนของธนาคารกลางไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง แต่เป็นผลจากการทำหน้าที่ในการดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเสถียรภาพของระบบการเงินในระยะยาว โดยขอให้ความมั่นใจว่าจะยังคงยึดแนวทางการทำหน้าที่ธนาคารกลางที่ดีตามหลักสากลในการมุ่งมั่นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศด้วยความรอบคอบ” นางจันทวรรณ กล่าว


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"