เปิดใจผู้ว่าฯ 'ปู': เหมือนตายแล้วเกิดใหม่


เพิ่มเพื่อน    

    สัปดาห์ก่อนผมคุยผ่าน Suthichai Live กับคุณวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร (“ผู้ว่าฯ ปู”) เป็นครั้งแรกหลังจากท่านกลับมาทำงาน

            ผมตั้งหลายคำถามที่คนไทยคงอยากได้คำตอบ และนี่คือบางตอนของการสนทนา

            ถาม: อยู่โรงพยาบาลทั้งหมดกี่วันกี่เดือนครับ

            ตอบ: อยู่ศิริราช 3 เดือนกับ 2 วันครับ แต่ครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 42 วันที่ไม่รู้สึกตัวเลย บางช่วงอาจรู้สึกตัวบ้าง สัก 10% ที่มันสะลึมสะลือ ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

            ถาม: กรณีของผู้ว่าฯ ปูนี่ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ในวงการแพทย์เลยนะครับ

            ตอบ: ผมว่าคงมีหลายปัจจัย ข้อหนึ่งคือทีมแพทย์และบุคลากรทางสาธารณสุขของศิริราช โดยการนำของอาจารย์ประสิทธิ์ (วัฒนาภา) ได้ทุ่มเทและดูแลกันอย่างเต็มที่

            นั่นเป็นดัชนีว่าอะไรก็สู้ความพยายามไม่ได้

            ข้อสองก็ต้องยอมรับว่าเรื่องกำลังใจเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ทั้งจากคนในครอบครัวและจากคนสมุทรสาครและคนไทยทั้งประเทศ

            เช่นคำว่า “ทำกายภาพ” นี่ ถ้าเป็นคนธรรมดาก็ออกกำลังกาย แต่สำหรับคนใกล้ตายเขาเรียก “ทำกายภาพ”

            การทำกายภาพต้องทำอย่างต่อเนื่อง และสิ่งเหล่านี้จะทำได้ต้องมีแรงผลักดันและแรงจูงใจ โดยเฉพาะจากครอบครัว

            ถาม: ตอนที่แย่ที่สุดบอกตัวเองว่าอย่างไรครับ

            ตอบ: มันเป็นช่วงที่ผมคิดว่าเราไม่น่าจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ ในใจตนเองขณะนั้นบอกตัวเองว่ามันเหมือนเป็นวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว...คิดว่าไม่น่าจะรอด  มีความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในท้องน้ำ ในความคิดคำนึงช่วงนั้น เหมือนเรารักษาตัวอยู่ในน้ำ แต่เหมือนไม่รอด และมีคนมาช่วยต่อชะตา ต่อชีวิต ความคิดเป็นอย่างนั้น

            ถาม: ตอนนี้ปอดทำงานได้ 100% หรือยังครับ

            ตอบ: ยังครับ คุณหมอนิธิพัฒน์ (เจียรกุล) ดูแล้วบอกว่าน่าจะทำงานที่ 70% ซึ่งก็ดีแล้วครับเพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับคืนมา 100%

            สิ่งที่ผ่านมามันเหมือนเครื่องยนต์ชำรุด ปะผุ พ่นสีใหม่

            ถาม: ผมฟังท่านผู้ว่าฯ พูดอยู่นี่เสียงยังมีพลังไม่เปลี่ยนเลยครับ

            ตอบ: ผมต้องขอบคุณทีมคุณหมอประสิทธิ์และคุณหมอนิธิพัฒน์ครับ และหมอกับพยาบาลที่โรงพยาบาลศิริราชที่ดูแลผมเป็นอย่างดียิ่งเลยครับ

            ถาม: ประสบการณ์ครั้งนี้ของผู้ว่าฯ ปูทำให้อยากบอกอะไรกับคนไทยทั้งหลายครับ

            ตอบ: ถ้าเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เราจะสามารถฝ่าข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน ต้องลืมความขัดแย้งทั้งหลายเอาไว้ก่อน รวมพลังกันทุกฝ่าย เราจะเกิดกำลังใจมหาศาลและเราจะสู้ได้

            สมุทรสาครเป็นตัวอย่างที่สำคัญ ถ้าเราสามารถทำให้โรงพยาบาลสนามเกิดผลอย่างจริงจัง สามารถแยกคนที่ติดเชื้อกับคนที่ไม่ติดเชื้อได้ อย่าให้เกิดสภาพเตียงไม่มี คนต้องรอเตียงจนบางคนต้องตาย อย่างนี้ต้องอย่าให้เกิด  เพราะถ้าเราทำไม่ได้ มันก็จะระบาดไปอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้

            ยิ่งเราสามารถแยกได้ไวเท่าไหร่ก็จะยิ่งลดความสูญเสียได้เท่านั้น

            ถ้าเราสามารถร่วมมือกันทำให้เกิดขึ้นได้ เราก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้

            ถาม: ผมอ่านเจอท่านผู้ว่าฯ โพสต์ข้อความขึ้นเฟซบุ๊กว่า ความไม่ปกติของบ้านเมืองทำให้เห็นธาตุแท้ของคน  บางคนทำงานหนัก แต่บางคนยังบอกว่า “หนักไม่พอ” ขอแค่ให้ตัวเองดูดี ไม่ดีก็ช่างมัน ท่านผู้ว่าฯ อึดอัดหงุดหงิดเรื่องอะไรหรือครับ

            ตอบ: ส่วนหนึ่งก็สงสารหลายคนโดยเฉพาะที่สมุทรสาคร คนที่ประสบปัญหาโควิดนั้นไม่ใช่เพิ่งเกิด ก่อนคลัสเตอร์ทองหล่อก็ที่ตลาดกุ้ง มันจึงมีผลกระทบมาค่อนข้างยาวนาน

            คนมีอาชีพด้านสถานบันเทิงเป็นต้น ผมไม่นับถึงเจ้าของหรอกเพราะส่วนใหญ่ก็จะมีฐานะ มีเงินหน่อย แต่คนที่ทำงานเช่น เจ้าหน้าที่ เด็กเสิร์ฟ นักดนตรี นักร้อง หรือแม่ครัว และอะไรต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบมาหลายเดือนแล้ว  ไม่ใช่เพิ่งเจอปัญหา เห็นอย่างนั้นแล้วก็สงสารเขา สงสารคนที่ได้รับผลกระทบมา

            ส่วนคนที่ทำหน้าที่รักษาพยาบาลก็เหนื่อยมาก สายตัวแทบขาด ทำงานอยู่ในชุดพีพีอี ขนาดเราใส่หน้ากากยังอึดอัดเลย แต่พวกเขาต้องอยู่ในชุดอย่างนั้นยิ่งเหนื่อยขึ้นไปใหญ่

            ดังนั้น ตอนนี้ผมจึงไม่อยากให้เราต่อว่าต่อขานกัน คนนี้ว่าคนนั้นไม่ดี คนนั้นบอกคนนี้ไม่ได้ เพราะทุกคนก็หนักกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันมีอยู่อย่างเดียว คือเราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นพลังทางบวกให้กันและกัน

          อย่าไปตำหนิใครเลย พูดง่ายๆ ว่าคนประสบความทุกข์ยากมันมีเยอะ

            ถ้าสมุทรสาครอยู่รอดได้ แต่อีก 70 กว่าจังหวัดอยู่รอดไม่ได้ สมุทรสาครก็อยู่รอดไม่ได้เช่นกัน

            วันนี้เราคนไทยต้องเสียสละ เสียสละความเจ็บปวด  เก็บคำตำหนิเอาไว้ก่อน มาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันดีกว่า.

 


"๒๒-๒๔ มิ.ย." นี้ เป็นช่วงการเมือง "ติดสัด" อภิวัฒน์ประชาธิปไตย ฉะนั้น ใครจะไปทางไหน สำรวจเส้นทางให้ดีก่อน ไม่งั้นจะติดแหง็กคาถนนเอาได้!

กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก
ทีมแพทย์ 'ศูนย์วิจัย' จุฬาฯ
เรื่อง 'ไม่เป็นเรื่อง' (ซักวัน)