เบื้องหลัง: จากข้อเสนอล็อกดาวน์ สรุปที่ปิดแคมป์คนงาน 1 เดือน


เพิ่มเพื่อน    

วันนี้เป็นวันแรกของมาตรการ "ปิดแคมป์คนงาน" ใน กทม.กับจังหวัดใกล้เคียงและ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

            รวมไปถึงการขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่โดยเฉพาะสำหรับแรงงานต่างชาติ

            การระดมฉีดวัคซีนให้ผู้สูงวัยและมีโรค 7 อย่าง

            ใครที่ได้ดูการแถลงข่าวของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อประกาศ "ไม่ล็อกดาวน์" แต่จะใช้วิธีการสกัดเป็นจุดๆ แทนเพื่อทดลองดู 1 เดือนว่าจะมีผลในการกดตัวเลขคนติดเชื้อโควิดให้ลดลงหรือไม่ จะเห็นว่าคุณหมออาวุโสหลายท่านมายืน "ให้กำลังใจ" อยู่

            คุณหมออุดม คชินทร เป็นหนึ่งใน "หมอผู้ใหญ่" ที่อยู่ในวงประชุมนัดพิเศษวันนั้นด้วย

            ท่านเล่าให้ผมฟังผ่านรายการ Suthichai Live  เมื่อเช้าวันเสาร์ว่า เป็นการเรียกประชุมกะทันหันหลังจากที่ทีมนายแพทย์อาวุโสที่ล้วนเป็นผู้บริหารโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศได้ปรึกษากันแล้ว

            และสรุปว่าสถานการณ์โรคระบาดเข้าขั้นวิกฤติแล้ว  จำเป็นต้องขอคุยกับนายกฯ ให้ใช้มาตรการที่เข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่

            คุณหมอบางท่านโดยเฉพาะที่อยู่หน้างานเสนอว่าต้อง  lockdown เมืองหลวงและจังหวัดใกล้เคียงจึงจะเอาอยู่

            อีกบางท่านก็คิดว่าซีกด้านเศรษฐกิจคงจะต่อต้านและนายกฯ อาจจะฟังด้านธุรกิจมากกว่า...หาไม่แล้วคงไม่ได้ประกาศ "เปิดประเทศใน 120 วัน" อย่างที่เป็นข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

            คุณหมออุดมบอกว่า หลังจากที่คณะหมออาวุโสขอเข้าพบนายกฯ เพื่อพูดคุย "เรื่องสำคัญ" พลเอกประยุทธ์ก็ตระหนักถึงความเร่งด่วน จึงเคลียร์ตารางงานบ่ายให้วันศุกร์ได้ประชุมเรื่องนี้ทันที

            ประชุมกันวันศุกร์ยาวนานถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง

            การถกแถลงเรื่องล็อกดาวน์หรือไม่ของหลายๆ ฝ่ายนำไปสู่การวาดฉากทัศน์ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

            ฝ่ายแพทย์บอกว่าเตียงโรงพยาบาลล้นแล้ว รับต่อไปไม่ได้อีกแล้ว จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด  ถ้าล็อกดาวน์ได้จะดีที่สุด

            แต่ฝั่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจกลัวว่าการล็อกดาวน์จะยิ่งทำให้ปัญหาการทำมาหากินหนักหน่วงขึ้น ไม่เห็นด้วยกับการล็อกดาวน์

            ท้ายที่สุดออกมาในรูปของการ "ปิดแคมป์คนงาน" ใน  กทม.และปริมณฑล กับ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

            โดยที่จะต้องให้แน่ใจว่าจะไม่มีการเคลื่อนย้ายไปจุดอื่นๆ ของประเทศ

            "พวกเราที่เป็นแพทย์เข้าใจถึงความยากลำบากด้านเศรษฐกิจ แต่เราก็เชื่อว่าหากไม่ระงับยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างจริงจัง เศรษฐกิจก็เดินหน้าไปไม่ได้อยู่ดี" คุณหมออุดมบอก

            บรรยากาศในที่ประชุมวันนั้นค่อนข้างเครียด แต่ทุกฝ่ายก็รับรู้ถึงความจำเป็นที่ต้องบริหารวิกฤติที่คำนึงถึงทั้งด้านการแพทย์และปากท้อง

            ข้อเสนอของคณะแพทย์ (ที่บางท่านต้องการให้มี  Total Lockdown) ก็สรุปลงตรงที่ทดลองปิดแคมป์คนงานในเมืองหลวง, ปริมณฑล และสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 เดือน

            รวมไปถึงการระดมฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว 7 โรคให้หมดในสองเดือน

            กับจะต้องเร่งรัดให้มีการส่งมอบวัคซีนที่เร็วขึ้น

            มาตรการนี้จะกระทบคนงานหลายหมื่นคนอย่างไร?

            คุณสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอกว่าได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงไปในพื้นที่พบกับผู้ประกอบการ ชี้แจงมาตรการพร้อมกับขอความร่วมมือในการงดเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งหมดในเวลานี้

            แกบอกว่าในช่วงปิดแคมป์จะมีมาตรการเยียวยาให้  50% ของค่าจ้าง ซึ่งเป็นการชดเชยเยียวยากรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัย เนื่องจากถูกปิดตามคำสั่ง ศบค.

            วิธีการจ่ายเงินจะหารือกับผู้ประกอบการต่อไป โดยมีระบบตรวจสอบว่าแรงงานที่จะได้รับการเยียวยาต้องอยู่ในแคมป์จริงๆ

            ส่วนโครงการใดที่มีสัญญากับรัฐหรือเอกชน ก็จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาให้ในช่วงที่แรงงานต้องหยุดการทำงานทั้งหมด

            ไม่กลัวคนงานหลบหนีออกไปต่างจังหวัดหรือ?

            รัฐมนตรีแรงงานบอกว่าแคมป์คนงานใน กทม.มีประมาณ 400 แห่ง ที่ผ่านมามีการให้ทยอยเข้ามาสู่ระบบ

            จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแรงงานเถื่อนเล็ดลอดออกไป

            และในช่วงปิดแคมป์ทางการจะดูแลเรื่องอาหารการกินและที่พักอาศัย

            รัฐมนตรีบอกว่ามั่นใจจะไม่มีใครหนีออกไปต่างจังหวัด แม้ว่าหลายคนจะไม่เชื่อเช่นนั้น

            วันต่อมามีข่าวว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสั่งการให้จัดกำลังตำรวจ ทหาร และหน่วยที่เกี่ยวข้องออกปฏิบัติการร่วมในการควบคุมดูแลแคมป์คนงานกว่า 400 แห่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

            เดิมกำหนดจะปิดแคมป์วันนี้ (จันทร์ที่ 28 มิถุนายน)  แต่เลื่อนให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยพลการหรือเกิดการหลบหนี

            เอาเข้าจริงๆ จะป้องกันการเคลื่อนย้ายผู้คนจากแคมป์คนงานได้มากน้อยแค่ไหนยังต้องรอความจริงพิสูจน์

            ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตัวเลขคนติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิดประจำวันที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มาตรการเช่นว่านี้เพียงพอหรือไม่อย่างไร.

 

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"