'โภคิน'ได้เฮ!ศาลปกครองถอนคำสั่งให้ชดใช้ 1.4 พันล้านคดีซื้อรถ-เรือดับเพลิง


เพิ่มเพื่อน    

7 มิ.ย. 61 -  ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ อ.๑๕๒๒/๒๕๕๙ หมายเลขแดงที่ อ.๔๙๙/๒๕๖๑ ระหว่าง นายโภคิน  พลกุล ผู้ฟ้องคดี กับ  กรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (โครงการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย) 

โดยศาลปกครองสูงสุด พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โครงการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง รวมทั้งอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย เข้าเสนอโครงการจัดหารถดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยในลักษณะรัฐต่อรัฐตั้งแต่เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ ต่อมา เมื่อผู้ฟ้องคดีได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๗ แจ้งถึงกระบวนการจัดซื้อดังกล่าวอาจดำเนินการมาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และแจ้งให้ทราบว่ามีผู้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการจัดซื้อดังกล่าว 

ดังนั้น ด้วยอำนาจหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ที่ต้องควบคุม ดูแลการปฏิบัติราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยองค์กรที่อยู่ใต้การควบคุมดูแลว่าอาจมีการบริหารงานที่ส่อไปในทางที่ไม่สุจริตและอาจทำให้เกิดความเสียหายหรือเสียประโยชน์อย่างใดๆ แล้ว ผู้ฟ้องคดีย่อมมีอำนาจที่จะดำเนินการสั่งให้มีการตรวจสอบสอบสวนเรื่องราวตลอดจนข้อเท็จจริงที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินการถูกต้องและชอบด้วยระเบียบกฎหมายหรือไม่ แต่ผู้ฟ้องคดีหาได้กระทำเช่นนั้นไม่ จึงเป็นการไม่ดำเนินการควบคุมดูแลการบริหารราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ อันถือได้ว่าเป็นการละเลยหรืองดเว้นการกระทำตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อความตามหนังสือลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ ที่ผู้ฟ้องคดีมีถึงผู้ถูกฟ้องคดี  ที่ ๒ ว่า “ควรดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขใน Agreement of Understanding (A.O.U.)” นั้น มิได้มีลักษณะเป็นการสั่งการให้ดำเนินการ คงเป็นเพียงการแจ้งตอบข้อหารือและให้ความเห็นประกอบ เนื่องจากผู้ฟ้องคดีมีอำนาจหน้าที่เพียงควบคุมกำกับดูแลการบริหารราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เท่านั้น ไม่มีอำนาจสั่งยกเลิกเพิกถอนนิติกรรมใดๆ  อันเป็นอำนาจโดยตรงของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้ ดังนั้น หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ก็ชอบที่จะใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่นได้ 

ซึ่งข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่า ภายหลังจากที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้รับหนังสือลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เองก็ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ฟ้องคดีโดยการเปิด L/C ให้แก่บริษัทสไตเออร์ฯ ทันที แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาทบทวนรายละเอียดการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิงและอุปกรณ์ดังกล่าวอีกครั้ง จึงเห็นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่จำต้องปฏิบัติตามหนังสือของผู้ฟ้องคดี และสามารถเจรจาต่อรองหรือขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาได้ หากเห็นว่าไม่ชอบธรรม 

ส่วนการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้เปิด L/C ให้แก่บริษัทสไตเออร์ฯ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๔๘ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ชำระค่าสินค้าในงวดที่ ๑ ถึงงวดที่ ๙ ให้แก่บริษัทสไตเออร์ฯ ตามข้อตกลงซื้อขาย ก็เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ แจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ดำเนินการเปิด L/C ให้แก่ บริษัทสไตเออร์ฯ โดยทันที จึงเห็นได้ว่าการเปิด L/C ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มิได้เป็นผลโดยตรงมาจากการตอบหนังสือข้อหารือของผู้ฟ้องคดี 

ดังนั้น ความเสียหายที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้รับจากการดำเนินการเปิด L/C ให้แก่บริษัทสไตเออร์ฯ จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงมาจากการที่ผู้ฟ้องคดีละเลยต่อหน้าที่ในการกำกับดูแลผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ เช่นกัน ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และไม่ต้องรับผิดจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ต้องชำระราคารถดับเพลิง เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยในงวดที่ ๑ ถึงงวดที่ ๙ รวมทั้งความเสียหายอื่นๆ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดี ที่ ๑ ได้รับรู้รับทราบและรับที่จะดำเนินการเองมาตั้งแต่ต้น และผู้ฟ้องคดีเองก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องในการทำสัญญาหรือตกลงในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของสัญญา และเป็นเรื่องที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ต้องรับผิดตามสัญญาเป็นการเฉพาะ 

ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่ให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จำนวน ๑,๔๓๔,๔๖๓,๙๓๗.๐๗ บาท โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"