'ทนายนกเขา' อ่านแถลงหน้าทำเนียบฯ รัฐบาลใช้อำนาจฉ้อฉล ปชช.ต้องอดกลั้นสุดขีด


เพิ่มเพื่อน    

13 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) อ่านแถลงการณ์ "การใช้อำนาจฉ้อฉลของรัฐ" โดยนายนิติธรได้ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยว่า เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มิได้เป็นผู้ติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอการตรวจเชื้อ หรือเป็นญาติของบุคคลเหล่านั้นเท่านั้น แต่เป็นผู้รอ "โอกาส" ที่จะได้ฉีดวัคซีนที่มี "คุณภาพ" ได้รับการรักษาเอาใจใส่อย่างจริงจังจากรัฐ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ประชาชนทุกคนยังคงเป็นมนุษย์อีกด้วย ขณะนี้ประชาชนอยู่ในภาวะอดกลั้นอย่างสุดขีดต่อสิ่งที่รัฐกระทำต่อประชาชนอย่างเหลืออดเหลือทน อันใกล้จะถึงจุดที่จะเกินทน ต่อสถานการณ์ที่ประชาชนมิได้ก่อขึ้นแล้ว ขอเรียกร้องว่า อย่ากระทำกับประชาชนอย่างมีอคติ ใช้อวิชชา ความเกลียดชัง และความชั่วร้าย ดังเช่นการกระทำของปีศาจร้ายอีกต่อไป

ประชาชนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การออกมาตรการของรัฐที่สร้างภาระเกิน สมควรและเกินความจำเป็นในครั้งนี้ คงมิใช่เป็นไปเพื่อการ "ปกปิด" "ลอกคราบ" "ฟอกตัวตน" ของบุคคล หรือฟอกขาวในพยานหลักฐานอันจะถูกค้นพบในไม่ช้านี้ หรือที่เกิดจากการถูกเรียกร้องอย่างชอบธรรมให้เปิดเผยต่อสาธารณชน ปรากฎชัดถึงความไม่ถึงการบริหารสถานการณ์ต่างๆ และการบริหารราชการแผ่นดินในทำเนียบรัฐบาล

มาตรการของรัฐที่ออกมานี้ เมื่อพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีความห่างไกลต่อเหตุผลที่จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เมื่อทุกคนได้ปฏิบัติตามแล้วจะทำให้พันจากสภาวะความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากแต่เมื่อเอาความเป็นมนุษย์มาพิจารณาประกอบมาตรการนี้แล้ว กลับไม่ก่อให้เกิดกำลังใจใดๆ ที่จะต่อสู้กับสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่หากนำมาตรการนี้มาอ่านซ้ำไปช้ำมา จะเห็นวิธีคิด เห็นความรู้สึกลึกๆ ของผู้ออกประกาศต่อประชาชนว่า มันช่างเป็นเรื่องน่าเศร้า น่าอเนจอนาถยิ่งนัก ณ วันนี้ในสถานการณ์ที่พอจะเหลือทางรอดอันน้อยนิดด้วยความดิ้นรนด้วยตัวเองของประชาชน การพยายามสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วยภูมิปัญญาไทย เช่น การใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรและอื่นๆ แต่ประชาชนชาติไทยยังต้องเผชิญกับสิ่งที่เสมือนดังปีศาจ ร้ายขี้ตกใจ แม้ความจริงยังมิอาจออกจากปากได้

หากผู้มีอำนาจใช้ดุลพินิจพิจารณาเห็นว่ากระทบต่อสิ่งที่เรียกว่า "ความมั่นคง" หรือ"กระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน" มันช่างเวิ้งว้างกว้างใหญ่ลึกเกินหยั่งถึง กว่าประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะเข้าใจได้

เราอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่นักการเมือง ผู้มีอำนาจทำให้คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม ไม่ใสสะอาดดังเดิม ไม่สำคัญดังเช่นที่คนรุ่นก่อนๆ ได้มุ่งมั่นปลุกปั้นให้เกิดขึ้นดังปรากฏในคำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็ชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาประเทศชาติให้ยั่งยืน ต้องฟื้นฟูจริยธรรมเป็นสำคัญ ทั้งประชาชนจะดำรงอยู่ได้ด้วยสิทธิเสรีภาพ และการทำหน้าที่เพื่อการสร้างชาติให้มั่นคง มีความเสมอภาค ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหลักสากล หากแม้สิทธิเสรีภาพต้องสูญหายไปเพียงชั่ววินาทีเดียวด้วยความเชื่อในลัทธิอำนาจของผู้มีอำนาจ คำว่า การปกครองรูปแบบประชาธิปไตย ย่อมยากเสมอทุกครั้งที่จะทำให้เข้มแข็งยั่งยืน

ประชาชนคนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาตรการนี้จะได้รับการทบทวน และเชื่อมั่นว่า มาตรการต่อไปต้องดีกว่านี้ อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจที่จัดหาได้ง่ายกว่าวัคซีน และหวังว่า คงไม่มีใครในรัฐบาลคิดทุจริตฉ้อฉล จนกระทั่งต้องโกง "แรงบันดาลใจ"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.