ทำไมต้องรู้จัก Rapid Test?


เพิ่มเพื่อน    

ใครต่อใครก็ถามถึงอุปกรณ์การตรวจหาเชื้อโควิด-19  ประเภท “ตรวจไว” หรือ Rapid Antigen Test Kit (ATK)

            เป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย และมีคำถามมากมายที่ต้องการคำอธิบายและแนะนำด้วยภาษาแบบชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายๆ

            อะไรที่เราไม่เคยรู้สึกว่าต้องเรียนรู้หรือทำความรู้จัก  พอเจอกับการระบาดของโควิด-19 ก็ต้องเปลี่ยนความคิด

            ยิ่งพอมีทั้ง Antigen Test และ Antibody Test ด้วยแล้วก็ยิ่งสับสนงุนงง

            วันก่อนมีผู้หวังดีส่งข้อมูลอธิบายเรื่องนี้แบบกะทัดรัดและเข้าใจได้ง่ายมาให้

            จึงถือเป็นข้อมูลและความรู้ที่มีคุณค่าที่ควรจะช่วยเผยแพร่ต่อ

            ปัญหาคือทุกวันนี้ผู้คนเป็น “โรคจิตตก” มีความกังวลไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อหรือยัง

            จะไปตรวจคนก็แน่นมาก จะเสี่ยงไปตรวจก็กลัวไปติดเชื้อแทน แต่ถ้าไม่ตรวจก็ไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้ไปรึยัง แถมพออยากจะตรวจเองก็ตรวจไม่ได้อีก

            จึงมีเสียงเรียกร้องอยากได้ชุดตรวจหา COVID-19  เองที่บ้าน เหมือนที่หลายประเทศแจกจ่ายให้ชาวบ้าน

            กระทรวงสาธารณสุขไทยก็เพิ่งปลดล็อกให้ประชาชนใช้ชุดตรวจเชื้อ COVID-19 ได้

            มาพร้อมคำอธิบายว่า Rapid Antigen Test คืออะไร ต้องใช้แบบไหนกัน

            ที่สำคัญคือถ้าผลออกมาว่าติดเชื้อ ต้องทำยังไงต่อไป?

            Rapid Test ตรวจหาอะไร?

            ก็คือชุดตรวจที่ให้ผลเร็วมีอยู่ 2 แบบ คือ

            ประเภทแรกตรวจหาเชื้อ (Antigen) โดยจะเก็บตัวอย่างจากทางจมูกหรือคอ ซึ่งต้องรับเชื้อมาแล้ว 5-14  วัน ถึงจะได้ผลที่แม่นยำ ตอนนี้มียี่ห้อชุดตรวจ Rapid  Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย.แล้ว 24 ยี่ห้อ ราคาประมาณ 300-400 บาท

            ประเภทสองตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) ซึ่งคือการเก็บตัวอย่างจากการเจาะเลือด จะตรวจพบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อในวันที่ 10 เป็นต้นไป จนกระทั่งหายป่วยแล้ว

            ณ วันนี้ชุดตรวจที่กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้ใช้ตามบ้านก็คือ ชุดตรวจแบบ Antigen หรือที่เรียกว่า Rapid  Antigen Test

            ส่วนการตรวจหาภูมิคุ้มกัน เปิดให้ทดสอบตามโรงพยาบาล

            ผู้รู้แนะนำว่าถ้าดูจากคำแนะนำจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ก่อนตรวจควรทำดังนี้

            -ไม่ควรกินหรือดื่มอะไรก่อนตรวจเชื้ออย่างน้อย 30  นาที

            -หากเพิ่งมีเลือดกำเดาไหลใน 24 ชม. ให้รอก่อน หรือตรวจจากรูจมูกข้างที่ไม่มีเลือดกำเดา

            -ชุดตรวจใช้ได้แค่ครั้งเดียว ต่อหนึ่งคน

            -หากเจาะจมูก ให้ตรวจจากรูจมูกข้างที่ไม่ได้เจาะ แต่ถ้าเจาะ 2 ข้าง ให้เอาห่วงจมูกของข้างที่ต้องการตรวจออกก่อน

            -หากตรวจทางคอไม่ได้ เช่น เจาะคอ ให้ตรวจทางจมูกแทน

            แล้วในชุดตรวจมีอะไรบ้าง?

            จากแถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า ในชุดตรวจ Rapid Antigen Test มี

            -ตลับทดสอบ

            -หลอดใส่น้ำยาสกัด

            -ฝาหลอดหยด

            -ก้านสำลีสำหรับ swab

            -เอกสารกำกับชุดตรวจ

            แล้ววิธีใช้ชุดตรวจทำอย่างไร?

            -ทำความสะอาดพื้นผิวที่จะวางชุดตรวจให้ดี ควรใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อด้วย 

            -ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด หรือใช้เจลล้างมือ เพื่อรักษาความสะอาดของมือที่จะหยับจับอุปกรณ์

            -วิธีเก็บตัวอย่าง ให้ทำตามคำแนะนำที่มากับชุดตรวจอย่างเคร่งครัด แต่ละชุดตรวจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป เช่น เก็บตัวอย่างจากการแหย่จมูก แหย่จมูกถึงคอหอย หรือเข้าทางปากถึงคอหอย เป็นต้น

            -เมื่อเก็บตัวอย่างเสร็จแล้ว และเตรียมอุปกรณ์ตามคู่มือการใช้งานแล้ว ให้นำก้านสำลีมาหมุนใส่หลอดที่มีสารละลายตรวจเชื้อ หมุนวนอย่างน้อย 5 ครั้ง หรือ 15 วินาที  แล้วบีบสำลีให้แห้งผ่านหลอด เน้นย้ำว่าต้องไม่ให้มือสัมผัสกับก้านสำลีหรือสารที่เก็บเชื้อมา

            จากนั้นนำก้านสำลีทิ้งใส่ซีล และหยดสารละลายลงในแท่นตรวจตามจำนวนหยดที่ชุดตรวจกำหนดไว้ รอผล  15-30 นาที

            ตรวจเสร็จมีวิธีอ่านค่าผลตรวจอย่างไร?

            หลังจากรออย่างน้อย 30 นาทีแล้ว ให้อ่านค่าจากผลตรวจ โดยตัวอักษร C หมายถึงแถบควบคุม และตัวอักษร  T หมายถึง ทดสอบ โดยมีวิธีการอ่านผลตรวจ ดังนี้

            -หากมีแค่ขีดเดียวตรงตัวอักษร C แปลว่าผลตรวจเป็นลบ หรือก็คือไม่ติดเชื้อ

            -หากมี 2 ขีดตรงตัวอักษร C และ T แปลว่า ผลตรวจเป็นบวก หรือก็คือติดเชื้อ

            -หากไม่มีขีดที่ตัว C เช่น ปรากฏแค่ตรง T หรือไม่มีขีดเลย แปลว่าผลตรวจใช้ไม่ได้ ควรตรวจหาเชื้อใหม่อีกครั้ง โดยทำตามคำแนะนำในคู่มืออย่างเคร่งครัด

            ถ้าผลตรวจพบว่าติดเชื้อ

            -แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้าน

            -แจ้งคนที่อยู่ใกล้ชิดให้ทดสอบเชื้อต่อ

            -กักตัวแยกจากผู้อื่น ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน แยกห้องน้ำ สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง

            -หากหายใจติดขัด ให้รีบติดต่อขอรับการรักษา

            -หากไม่ติดเชื้อ แต่เป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ควรทดสอบอีกครั้งใน 3-5 วัน ระหว่างนั้นพยายามแยกห่างจากผู้อื่น  และถ้ามีอาการของ COVID-19 ให้ทำการทดสอบอีกครั้งนึง

            มีวิธีทิ้งชุดตรวจอย่างไร?

            หลังจากใช้ชุดตรวจเสร็จแล้ว ควรเก็บไปทิ้งให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันเชื้อฟุ้งกระจายและแพร่ระบาดสู่ผู้อื่น โดยมีคำแนะนำในการทิ้งชุดตรวจ ดังนี้

            -ควรใส่ถุงแยกจากขยะอื่นๆ

            -ปิดถุงขยะให้มิดชิด ไม่ให้ขยะหลุดรอดออกมาได้

            -ใส่ขยะในถุงสีแดง เพราะใช้สำหรับใส่ขยะติดเชื้อ หรืออาจจะแปะป้าย/ทำสัญลักษณ์ให้รู้ว่า "ระวัง! เป็นขยะทางการแพทย์" โดยต้องทำให้สังเกตเห็นได้ชัด

            ก่อนโควิดระบาด เราไม่เคยต้องสนใจการใช้เครื่องตรวจอะไรขนาดนี้

            แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไปในทุกมิติแล้วจริงๆ.

 

 


ตลก "สาระที่สุด" ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ตลก "ป๋าเทพ โพธิ์งาม" ส่วนตลกไร้สาระและ "บัดซบที่สุด" ต้องตลก "โทนาฟ โคแดง"!

เหรียญทองที่เหนือทอง
“พระผู้เพียรเพื่อพสกสุข”
มิติสะท้อน"น้องเทนนิส"
"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"