วัคซีนเดือด 'โรม' กางหลักฐานแฉตำรวจคุมม็อบ สวมรอยบุคลากรด่านหน้าเตรียมฉีดเข็ม 3


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

29 ก.ค. 64 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้

หมอด่านหน้ายังไม่ได้เข็มสาม ประชาชนยังไม่ได้เข็มแรก แต่ตำรวจคุมม็อบจะได้ก่อนใครเพื่อน

ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของการบริหารจัดการวัคซีนที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว เห็นได้จากวันนี้พอมีข่าวว่าจะยุบศูนย์ฉีดที่บางซื่อ ปรากฏว่ามีประชาชนแห่แหนมารอเข้ารับการฉีดจนแออัดเบียดเสียดกันไปหมด (สะท้อนทั้งการที่ยังมีประชาชนไม่ได้ฉีดจำนวนมาก และการจัดการที่ย่ำแย่ที่ไม่ยอมกระจายศูนย์ตรวจตั้งแต่แรก) ส่วนแพทย์และพยาบาลด่านหน้าแม้จะได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญกับเชื้อกลายพันธุ์ บางรายต้องเสียชีวิตแม้ได้รับวัคซีนครบก็มีมาแล้ว สิ่งที่จะช่วยเป็นประกันแก่ชีวิตของพวกเขาได้ก็คือการได้ฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนที่มีคุณภาพ

ทว่าที่ผ่านมารัฐบาลนี้ไม่เคยประพฤติตนให้เป็นที่ไว้วางใจได้เลยว่าจะจัดกระจายวัคซีนอย่างไม่มีลับลมคมใน ยกตัวอย่างเว็บไซต์ระบบตรวจสอบการกระจายวัคซีนที่เคยเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้ก็ถูกปิดตัวลง หรืออย่างกรณีวัคซีน Pfizer 1.5 ล้านโดสฟรีจากสหรัฐฯ ที่จะส่งมาวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ สังคมก็ต้องคอยส่งแรงกดดันและจับตามองอย่างไม่ลดละว่ามันจะถูกส่งให้กับบุคลากรด่านหน้าจริงๆ อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวอ้างหรือไม่

และถ้านั่นยังไม่น่าผิดหวังมากพอ… วันนี้ผมยังได้รับแจ้งถึงหนังสือภายในของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่กำลังให้หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดจัดทำรายชื่อตำรวจเพื่อเตรียมรอรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 กันแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ให้รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีภารกิจในการควบคุมฝูงชนและสืยสวนในที่ชุมนุมด้วย โดยอ้างว่าตำรวจเหล่านี้เป็นเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและมีความเสี่ยงสูง ลงนามในหนังสือโดย พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง รอง ผบช.น. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.น.

ขอถามอีกทีนะครับ ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้วัคซีนเข็มแรก ในขณะที่แพทย์พยาบาลด่านหน้าจำเป็นต้องได้วัคซีนเข็มสามแต่ยังไม่รู้จะได้มากพอและเร็วพอหรือไม่ ตำรวจคุมฝูงชนก็คิดจะมาเอาส่วนแบ่งกันแล้วหรือครับ ตำรวจที่ใส่หน้ากากกันแก๊สอย่างดี มีอุปกรณ์ป้องกันครบครัน ตำรวจที่เมื่อวันก่อนเห็นผู้ชุมนุมอยู่ไกลลิบๆ ก็ยิงแก๊สน้ำตาใส่แล้ว นี่หรือครับคือบุคลากรด่านหน้าความเสี่ยงสูงที่สมควรได้รับวัคซีนเข็มสามโดยเร็วที่สุด?

ผมต้องขอย้ำอีกครั้งด้วยว่าในการชุมนุมที่ผ่านๆ มานั้นถ้าสังเกตจะเห็นว่าผู้ชุมนุมต่างก็คำนึงถึงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และพยายามตระเตรียมป้องกันตัวและประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวมาเป็นอย่างดี การที่ตำรวจไปใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมโดยที่ไม่มีเหตุอันได้สัดส่วน ไปฉีดน้ำ ยิงแก๊สน้ำตา สาดกระสุนยางจนผู้ชุมนุมแตกฮือ นั่นเสียอีกที่ทำให้การป้องกันที่ผู้ชุมนุมเตรียมมาเปราะบางลง และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการระบาดมากขึ้น หากตำรวจจัดลำดับความสำคัญให้กับการอำนวยการชุมนุมให้เป็นไปโดยราบรื่นดีแทนที่จะต้องกำราบประชาชนให้ต้องสยบยอมให้ได้ เมื่อบวกกับอุปกรณ์ป้องกันที่แน่นหนาของเจ้าหน้าที่แล้ว ความเสี่ยงที่อ้างกันมาก็คงไม่เกิดขึ้น

ทั้งหมดนี้ผมจึงต้องขอให้ ผบช.น. ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ออกมาชี้แจงด้วยว่าการมีหนังสือเช่นนี้ออกมาหมายความว่าอย่างไร และขอให้มองไปยังประชาชนและแพทย์พยาบาลที่ยังรอคอยวัคซีนอยู่ด้วย ที่ผ่านมาพวกท่านก็เป็นกลไกสำคัญในการค้ำตำแหน่งให้กับรัฐบาลชุดนี้ที่ไร้ประสิทธิภาพจนสมควรออกไปได้ตั้งนานแล้ว เป็นกลไกสำคัญในการกดทับการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนที่ทนไม่ไหวแล้วกับรัฐบาลชุดนี้ หากวันนี้จะมาเบียดเบียนเอาวัคซีนที่ควรมอบให้กับผู้จำเป็นต้องใช้อีก ก็คงต้องถามด้วยว่าพวกท่านจะเหยียบย่ำซ้ำเติมประชาชนกันไปถึงไหน?


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!