'หมอธีระ' แนะแผนสยบโควิด! เร่งตัดวงจรระบาดโควิด ล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ 4 สัปดาห์


เพิ่มเพื่อน    

31 ก.ค.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้

สถานการณ์ทั่วโลก 31 กรกฎาคม 2564...

สายๆ จะทะลุ 198 ล้าน ติดเพิ่มกว่าหกแสนคนอย่างต่อเนื่อง ระดับใกล้เคียงกับช่วงต้นเมษายนที่ผ่านมา

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 629,008 คน รวมแล้วตอนนี้ 197,951,747 คน ตายเพิ่มอีก 9,138 คน ยอดตายรวม 4,223,147 คน

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล และสหราชอาณาจักร

อเมริกา สถานการณ์ไม่ดี มีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากจากสายพันธุ์เดลต้า จนต้องรณรงค์ให้มีการสวมหน้ากาก เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 90,400 คน รวม 35,677,736 คน ตายเพิ่ม 412 คน ยอดเสียชีวิตรวม 628,929 คน อัตราตาย 1.8%


อินเดีย ติดเพิ่ม 41,499 คน รวม 31,612,794 คน ตายเพิ่ม 598 คน ยอดเสียชีวิตรวม 423,842 คน อัตราตาย 1.3%

บราซิล ติดเพิ่ม 40,904 คน รวม 19,880,273 คน ตายเพิ่ม 886 คน ยอดเสียชีวิตรวม 555,512 คน อัตราตาย 2.8%

รัสเซีย ติดเพิ่ม 23,564 คน รวม 6,242,066 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 157,771 คน อัตราตาย 2.5%

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 24,309 คน ยอดรวม 6,103,548 คน ตายเพิ่ม 60 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,824 คน อัตราตาย 1.8%

อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่าสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สูงถึงร้อยละ 82.5% ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นเร็วจนเกือบเท่ากับยุโรปแล้ว

ญี่ปุ่นนั้นทะลุหมื่นไปเรียบร้อยแล้ว (10,697 คน) ระลอกห้านี้หนักสุดเท่าที่เคยระบาดมา

เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน

แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักที่ติดกันหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง

กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดน้อยกว่าสิบ

...วิเคราะห์สถานการณ์ของไทย

สิ่งที่ควรทำคือ

หนึ่ง "มุ่งตัดวงจรการระบาดอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว" เพราะหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ประชาชนจำนวนมากอาจยืนระยะในการดำรงชีวิตไม่ไหว ควรพิจารณาดำเนินการทำ Full national lockdown 4 สัปดาห์ พร้อมปูพรมตรวจ และเยียวยาช่วยเหลือ ประคับประคองเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิง แก่ประชาชน

สอง "ใช้วัคซีนที่ได้รับบริจาคมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสากล" สิ่งที่ควรพิจารณาทำคือ การให้วัคซีน Pfizer 2 เข็มให้ครบโดส แก่บุคลากรด่านหน้าทุกคน และกลุ่มเสี่ยงตามลำดับ

ในขณะที่คนที่ได้ Astrazeneca มาแล้วเข็มแรก หากอายุน้อยกว่า 60 ปี ควรพิจารณาให้ Pfizer เป็นเข็มที่สอง แต่หากอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถให้ Astrazeneca เป็นเข็มที่สองได้

สาม ควรพิจารณาทบทวนเรื่อง home isolation เนื่องจากพื้นที่ระบาดรุนแรงมีมาก และ demand > supply ทำให้บริการได้ไม่ทั่วถึง และอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อภายในที่อยู่อาศัยไปเรื่อยๆ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเตรียมความพร้อม และปรับ"วัดและโรงเรียน" ทั่วประเทศเป็นที่พักคอย สำหรับให้ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการมาอยู่ โดยขอความช่วยเหลือจากพระภิกษุและคุณครู มาเป็นผู้ช่วยกำกับดูแล ประสานงานในภาพรวมของแต่ละที่ โดยมีบุคลากรทางสาธารณสุขให้คำแนะนำ

สี่ ควรแนะนำให้กิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ขันน็อตเรื่องมาตรการความปลอดภัยให้เข้มข้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากบทเรียนจากต่างประเทศในอดีตชี้ให้เห็นว่าหากระบาดหนักและยาวนาน อาจเกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเรื่องนี้ได้

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท เตรียมตัว เตรียมงาน เตรียมของที่จำเป็นเผื่อเวลาเจ็บป่วยไม่สบาย เตรียมสถานที่ภายในบ้าน และมีกำลังใจในการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มุ่งเป้าอย่าให้ตัวเองและครอบครัวติดเชื้อ

ใครที่ยังต้องไปทำงาน อาจต้องช่วยกันทบทวนระบบงานกันอีกครั้ง ทำอย่างไรให้ใช้เวลาให้น้อยลงกว่าเดิม เจอคนน้อยกว่าเดิม มีคนในที่ทำงานแต่ละวันน้อยลงไปกว่าเดิม และคัดกรองตรวจสอบไถ่ถามเรื่องอาการไม่สบายและความเสี่ยงต่างๆ ให้เข้มข้นกว่าเดิม รวมถึงหากทำการตรวจคัดกรองโรคด้วยวิธีต่างๆ ที่เหมาะสมกับกิจการอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อในที่ทำงานไปได้อีกมาก

เป็นกำลังใจให้ทุกคน

ด้วยรักและห่วงใย


"ฝ่ายค้าน" นี่ วันๆ ขยันอ่านแต่รัฐธรรมนูญนะ อ่านหาช่อง ว่ามีมาตราไหนใช้เป็นเหตุให้ "พลเอกประยุทธ์" พ้นวงจรการเมืองได้บ้าง?

นายกฯ "ยิ่งถูกด่า-ยิ่งเด่น"
"อุตสาหกรรมภาพยนตร์"
เรื่องของ"กบเลือกนาย"
แซะจน "เสียมหัก" จนได้
"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน