ตรวจหาโควิดด้วย ATK  เตรียมรับตัวเลขติดเชื้อพุ่ง


เพิ่มเพื่อน    

มีคำเตือนแล้วว่าตั้งแต่สัปดาห์นี้เราจะเห็นตัวเลข “ผู้ติดเชื้อใหม่” พุ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
    เพราะจะเริ่มนับจำนวนผู้ที่เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองผ่าน Antigen Test Kit (ATK) 
    จะเห็นตัวเลขคนที่เข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อ หรือ Probable Cases เพิ่มมาจากที่ตรวจแล้วยืนยันว่าเป็นบวกจริงคือ Confirmed Cases
    ยิ่งเรากำลังเผชิญกับการระบาดของสายพันธุ์ Delta ที่แพร่ได้เร็วและแรงด้วยแล้ว เราก็จะยิ่งเห็นตัวเลขคนไทยที่ติดเชื้อวิ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากนี้ไป
    จะเกิดความ “หวาดกลัว” มากน้อยเพียงใดก็แล้วแต่ว่า ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขจะสื่อสารกับประชาชนพร้อมข้อมูลที่อธิบายให้เกิดความเข้าใจได้มากน้อยเพียงใด
    ความหนักหนาสาหัสของการกระจายตัวของ Delta เป็นอย่างไร พรุ่งนี้จะเล่าให้ฟัง 
    บอกได้ว่ามันแพร่ได้เร็วพอๆ กับอีสุกอีใส
    และเร็วกว่าไวรัสที่เคยเป็นสาเหตุของ SARs, MERS, Ebola รวมถึงหวัดนกและไข้หวัดใหญ่ในอดีตทั้งหลายทั้งปวงอีกด้วย 
    มิหนำซ้ำใครที่ติดสายพันธุ์นี้จะเข้าข่าย “ติดเชื้อเงียบ” เพราะส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ
    จะแสดงอาการก็ประมาณ 20% เท่านั้น
    แปลว่าส่วนใหญ่หรือ 80% ของคนติดเชื้อจะไม่มีอาการให้เห็น
    นั่นแปลว่ามันเป็น “อีแอบ” ที่ซ่อนตัวอยู่และอาละวาดไปอย่างเงียบๆ
    ผู้คนจึงยังหลงเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร ใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ระมัดระวังตัว กลายเป็นคนแพร่เชื้อไปโดยไม่รู้ตัว
    มารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนป่วยอาการหนักเสียแล้ว
    กว่าที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจตามเสียงเรียกร้องให้มีการใช้ ATK เพื่อตรวจหาเชื้อสำหรับทุกคนได้ก็ค่อนข้างจะสายไปเสียแล้ว
    แต่สายไปก็ดีกว่าไม่ทำ เพราะหากรอไปนานกว่านี้จะทำให้สถานการณ์ร้ายแรงกว่านี้ได้อีก
    เป็นที่รู้กันว่าประเทศอื่นๆ หลายประเทศก็ให้ประชาชนตรวจหาเชื้อตัวเองด้วย ATK ได้
    เพราะการจะเข้าถึงการตรวจแบบมาตรฐานหลักคือ RT-PCR นั้นเป็นเรื่องยากเย็นมากขึ้นทุกวัน
    เหตุเป็นเพราะโรงพยาบาลของไทยเราแออัดยัดเยียด คนป่วยล้นโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์เหนื่อยล้า หมดเรี่ยวแรง
    จึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนที่จะมาขอตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ได้
    ส่วน ATK นั้นราคาไม่แพง (แม้ว่าทางการจะต้องคอยจับพวกที่ค้ากำไรเกินควรที่มีอยู่) สามารถตรวจด้วยตนเองได้ที่บ้าน อ่านผลง่าย ทราบผลเร็วภายใน 15-30 นาที 
    นั่นแปลว่าการใช้ ATK นั้นจะช่วยให้สามารถตรวจหาเชื้อในประชาชนจำนวนมาก นับล้านคนได้เกือบจะพร้อมๆ กัน
    ข่าวบอกว่ากระทรวงสาธารณสุขจะแจกจ่าย ATK เบื้องต้น 8.5 ล้านชุดให้กับคนเปราะบางและที่มีความจำเป็นก่อน
    ผมเห็นข่าวว่ารัฐบาลสวิสก็ได้บริจาค ATK มา 1.1 ล้านชุดพร้อมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ
    จึงควรจะมีมากพอในช่วงเริ่มต้นนี้เพื่อทดสอบประโยชน์ของอุปกรณ์ “ตรวจไว” ที่ว่านี้
    สิ่งที่จะคาดการณ์ได้ก็คือเมื่อประชาชนใช้ ATK ตรวจหาเชื้อตัวเองได้ ก็จะพบผลบวกว่าติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว...ซึ่งก็อาจจะสูงกว่าปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
    ในแง่ทางการควบคุมการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มอย่างนี้แม้จะทำให้ผู้คนตกใจกับตัวเลขคนติดเชื้อที่กระโดดขึ้น แต่ก็น่าจะช่วยให้เรารู้ความจริงว่าปัญหาแท้ๆ มีความรุนแรงเพียงใด 
    ความเป็นจริงก็คือว่ามีคนติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย
    เมื่อตรวจพบก็เข้าสู่ระบบ Home Isolation กักตัวที่บ้าน ไม่ออกไปแพร่เชื้อ
    เมื่อเข้าระบบแล้วก็มีสิทธิ์ได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎเกณฑ์ใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องรอไปตรวจซ้ำด้วย RT-PCR เหมือนที่เคยเป็นมาก่อน
    ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าคนบางส่วนที่ ATK ตรวจเป็นบวกนั้นอาจไม่ได้ติดเชื้อจริง
    เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า False positive และ False negative คือ “ผลบวกปลอม” และ “ผลลบปลอม”
    จำเป็นที่กระทรวงสาธารณสุขจะต้องมีระบบของการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
    ในการรายงานประจำวันต่อสาธารณะนั้นต้องแยกช่องผู้ติดเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK ออกไปต่างหาก เพื่อรอการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR
    หากเมื่อตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR แล้ว จึงนำตัวเลขมารวมกับผู้ติดเชื้อใหม่รายวันตามปกติต่อไป
    แยกเป็นผลบวกที่มาจากการตรวจ ATK ที่เรียกว่า Probable Cases กับที่ตรวจยืนยันด้วย RT-PCR ที่เรียกว่า Confirmed Cases
    ตัวเลขคนติด Probable Cases นั้นแม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าติดเชื้อร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นประโยชน์ในการแยกตัว “กลุ่มเสี่ยง” ออกมาดูแลรักษา
    ใครมีผลบวกจาก ATK ก็ให้กักตัวที่บ้าน Home Isolation จนกว่าจะทราบผล PCR ถ้าเป็นลบจึงจะเลิกกักตัวได้
    ระหว่างนี้คอยรอข่าวสำคัญ...นั่นคือจะต้อง lockdown แบบเต็มพิกัดยาวนาน 2-3 สัปดาห์
    หรือถ้า “เอาไม่อยู่” จริงๆ (ฉากทัศน์เลวร้ายที่สุดตามการพยากรณ์ของกองระบาดวิทยาที่ว่าถ้าไม่ทำอะไร ตัวเลขคนติดเชื้อรายวันอาจกระโจนไปที่ 4 หมื่นรายและเสียชีวิตถึง 500 ต่อวัน) 
    ก็เตรียม lockdown 2-3 เดือนกันเลยนั่นแหละ.


พี่ "หมอเดชา" ของผม.... "นาวาโทเดชา สุขารมณ์" ท่านจากไปโดยสงบเสียแล้ว เห็นข่าวใจหายแวบ! เพราะท่านคือ "พี่หมอที่เคารพ" ของผมมายาวนานไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ทั้งข้าว น้ำ รอยยิ้ม และรักที่มีให้ ฝังใจจำตลอด

"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!
"ทุบโต๊ะ" แค่คิดก็ "พัง" แล้ว