'อ๋อย'ร่ายยาวนายกฯคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ แล้วงบ 1.63 หมื่นล้าน ควรไปไว้ที่ไหน


เพิ่มเพื่อน    


6ส.ค.64-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang หัวข้อ เพราะนายกฯ คนนี้ไม่น่าไว้วางใจ  แล้วงบ 1.63 หมื่นล้าน ควรไปไว้ที่ไหน ? มีเนื้อหาดังนี้
.
เห็นการโต้แย้งในเรื่องการโยกงบประมาณ 1.63 หมื่นล้านบาทที่คณะกรรมาธิการตัดลดได้ไปไว้ที่งบกลาง
ผมก็ทวีตข้อความไปว่า “ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาหลายครั้ง แต่ไหนแต่ไรมา (ไม่นับช่วงที่พิจารณาใน สนช.) กรรมาธิการจะไม่โยกงบที่ตัดได้ไปไว้ที่งบกลางอย่างที่ทำกันคราวนี้ ที่แปลกเป็นพิเศษ คือมีฝ่ายค้านร่วมสนับสนุนด้วย”

หลังจากนั้นผมก็ตอบคำถามและแลกเปลี่ยนความเห็นไปอีกบ้าง
ก็คิดว่าได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ไปตามสมควรแล้ว

เผอิญมีการวิจารณ์หรือโต้แย้งความเห็นของผมที่ยกมาข้างต้น แต่ไม่ได้โต้แย้งในหลักการหรือเหตุผล มีแต่บอกว่าผมไม่เคยทำงานตามรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่รู้จักมาตรา 144 ในรัฐธรรมนูญปัจุบัน
เลยคิดว่าต้องแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกหน่อย

ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่คือกรรมาธิการตัดงบจากหน่วยงานต่างๆ ได้ 1.63 หมื่นล้านบาท แล้วจะจัดสรรวงเงินนี้อย่างไร ให้ตรงประเด็นที่สุดก็คือควรโยกไปไว้ที่งบกลางหรือไม่เพราะเหตุใด

ปกติที่คณะกรรมาธิการตัดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ก็เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นหรือจำเป็นน้อย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอีกหลายหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ คณะกรรมาธิการจึงรู้ดีว่ามีหน่วยงานไหนที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้

แต่การโยกงบประมาณที่ตัดได้ไปไว้ที่งบกลาง กลายเป็นมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดกลับไปที่นายกรัฐมนตรี บรรดาข้อมูลที่คณะกรรมาธิการได้มาตลอดการทำหน้าที่ จึงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในการจัดสรรงบประมาณ
แต่ไหนแต่ไรมา เป็นที่รู้กันดีว่างบกลางเป็นงบประมาณที่ตรวจสอบยาก การตั้งงบกลางมากหรือน้อยจึงต้องดูความจำเป็นและประสิทธิภาพในการใช้ประกอบด้วย

พลเอกประยุทธ์ นิยมใช้งบกลางมาตั้งแต่เป็นนายกฯ สมัย คสช.แล้ว ทั้งโอนงบจากหน่วยงานต่างมาไว้ที่งบกลาง งบเหลือจ่ายแทนที่จะโอนเข้าคลังก็โอนมาที่งบกลาง และการใช้งบกลางในช่วงนั้นก็ทำแบบตามอำเภอใจ เพราะไม่มีใครตรวจสอบได้ จนเคยตัว

ต่อมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังได้แก้ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เพื่อเพิ่มอำนาจแก่ตนเองเป็นว่า “...ในกรณีที่มีความจําเป็นผู้อํานวยการโดยอนุมัตินายกรัฐมนตรีจะโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการใดรายการหนึ่งไปเพิ่มรายการอื่น ๆ ในงบกลางด้วยกันก็ได้”

การใช้งบกลางของพลเอกประยุทธ์ ตลอดมาถึงปัจจุบันเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีอะไรเป็นมรรคเป็นผล จำนวนมากไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ดังนั้นจึงไม่ควรโยกงบประมาณที่คณะกรรมาธิการตัดได้ไปไว้ที่งบกลาง เพราะนายกฯ อาจจะเอาไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์อีกเช่นเคย แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตไว้ว่าให้ใช้งบกลางจำนวนนี้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นายกฯ ก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะโยกไปใช้อย่างอื่นได้อยู่ดี

พูดอีกแบบก็คือ เพราะนายกฯคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ
ถามว่าแล้วจะโยกงบนี้ไปไว้ที่ไหน ?

กรรมาธิการและ ส.ส.ไม่สามารถเสนอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณให้แก่หน่วยงานต่างๆ ได้ กติกาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 นี้ใช้มาหลายสิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเขียนขึ้นใหม่
แต่คณะกรรมาธิการก็สามารถนำเอาคำของบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่ขอกันมาเป็นแสนล้านมาพิจารณาคัดเลือกรายการที่เห็นว่าจำเป็นและเป็นประโยชน์ได้
การดำเนินการแบบนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 แต่อย่างใด

เรื่องแบบนี้ ถึงแม้ไม่เคยเป็น ส.ส.หรือกรรมาธิการภายใต้รัฐธรรมนูญปี 60 แต่ก็พอจะหาความรู้และทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ส่วนจะเห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.