หรือไทยหลุดจากจอ เรดาร์ของวอชิงตัน?


เพิ่มเพื่อน    

สหรัฐกับจีนต่างก็พยายามจะบอกให้อาเซียนเพิ่มความระแวดระวังอีกฝ่ายหนึ่ง 
    ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งรัฐมนตรีกลาโหมลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) มาเยือนสิงคโปร์, ฟิลิปปินส์และเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อน
    ตามมาด้วยรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ที่จะมาสิงคโปร์และเวียดนาม    
    นักการทูตบางท่านตั้งข้อสังเกตว่าคนสำคัญของรัฐบาลสหรัฐไม่แวะมาทักทายผู้นำประเทศไทย
    รัฐบาลไบเดนจัดลำดับความสัมพันธ์กับไทยอยู่ในระดับไหน
    ไทยเราวางตนให้อยู่ในสายตาของระดับนโยบายต่างประเทศของวอชิงตันมากน้อยเพียงใด
    รัฐมนตรีกลาโหมปราศรัยที่สิงคโปร์ประกาศชัดเจนว่าสหรัฐจะอยู่ข้างอาเซียน
    และยุให้อาเซียนอย่าได้ยอมหงอจีนเป็นอันขาด
    พูดเหมือนกับจะบอกว่า อเมริกาเป็นพี่ใหญ่มาปกป้องอาเซียนจากจีนแล้ว
    แต่มีหรือที่ปักกิ่งจะอยู่เฉยๆ
    ในช่วงจังหวะใกล้กันนั้นมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับจีนผ่านระบบออนไลน์
    รัฐมนตรีต่างประเทศจีนหวังอี้ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันมีความแนบแน่นยิ่งนัก
    ไม่มีทางที่สหรัฐจะมายุแยงให้จีนกับอาเซียนแตกกันเป็นอันขาด
    สหรัฐกับจีนใช้ “การทูตวัคซีน” เอาใจอาเซียน
    โจ ไบเดน ย้ำว่าวัคซีนที่ส่งมาช่วยนั้นไม่มีเงื่อนไขใดๆ และไม่มีข้อผูกมัดทางการเมืองแต่อย่างใด
    เหมือนจะชิ่งไปถึงปักกิ่งว่าจีนใช้วัคซีนเป็นเรื่องสร้างบารมีทางการเมืองและเศรษฐกิจ
    รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐมาเยือนบางประเทศอาเซียนเป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐเวนดี้ เชอร์แมน ไปปักกิ่ง และนั่งแลกเปลี่ยนกับนายหวังอี้อย่างเปิดเผย
    เชอร์แมนถูกส่งมาอาเซียนก่อนหน้านี้เพื่อประสานเรื่องเมียนมา และแวะมาประเทศไทยเพื่อจะส่งสัญญาณว่าอเมริกาต้องการจะกลับมามีปฏิสัมพันธ์อย่างคึกคักกับย่านนี้อีกครั้ง

หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดูเหมือนจะทอดทิ้งประเทศแถบนี้ด้วยนโยบาย America First
    ออสตินยอมรับว่าสหรัฐก็อาจจะทำอะไรผิดพลาดได้เหมือนกัน
    “แต่ความสวยงามอยู่ที่ว่าระบบการเมืองของสหรัฐนั้นทำให้อเมริกาสามารถแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองด้วยเสียงอันดังและด้วยสีสันที่จัดจ้านเห็นได้ชัดเจน”
    อ่านระหว่างบรรทัดก็แปลว่าสหรัฐเป็นประชาธิปไตย เพื่อนฝูงและพันธมิตรย่อมจะวิพากษ์วิจารณ์กันและกันได้ หากเกิดพลาดพลั้งอย่างไรก็สามารถที่จะแก้ไขกันอย่างตรงไปตรงมา
    เสมือนหนึ่งจะบอกว่าระบบของจีนไม่เหมือนสหรัฐ เป็นเรื่องยากที่จะพูดอะไรอย่างเปิดอกต่อกันและกัน
    ที่ออสตินเลือกไปเยือนสิงคโปร์, เวียดนามและฟิลิปปินส์นั้นสะท้อนชัดเจนว่าเขามองสามประเทศนี้เป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่จะยันอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้
    โดยเน้นไปที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจะเป็นจุดร้อนของความสัมพันธ์ของสองยักษ์ในย่านนี้
    รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส มาเยือนอาเซียนก็เลือกสิงคโปร์และเวียดนาม
    มีการมองกันว่าสหรัฐต้องการจะดึงเอาอาเซียนบางประเทศไปร่วมกิจกรรมทางด้านความมั่นคงกับกลุ่ม “จตุภาคี” หรือ Quad ที่ประกอบด้วย 4 ประเทศพันธมิตรหลักของสหรัฐในเอเชีย
    อันได้แก่ อินเดีย, ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
    แน่นอนว่า จีนมองว่า Quad เป็นแกนสำคัญที่ก่อตั้งโดยสหรัฐเพื่อระดมสรรพกำลังสำคัญในเอเชียเพื่อต้านการขยายตัวของจีน
    จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า หากสมาชิกอาเซียนใดเข้าร่วมกับ Quad อย่างเปิดเผยจะถูกจีนมองว่าเป็นท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อปักกิ่ง
    อันจะนำไปสู่ความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับประเทศอาเซียนเหล่านั้น
    และอาจจะทำให้ท่าทีของจีนต่ออาเซียนในภาพรวมมีปัญหาตามมาด้วย
    แต่จีนก็รู้ว่าจำเป็นจะต้องรักษาความสัมพันธ์กับสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศด้วยความละเอียดอ่อนและละมุนละม่อม
    จีนต้องการให้อาเซียนเป็น “มิตรสหาย” ที่มีความผูกพันกันยาวนาน และชี้ชวนให้อาเซียนเห็นว่าสหรัฐเป็นเพื่อนที่มีลักษณะ “ผีเข้าผีออก” ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพรรคไหนจะมานั่งทำเนียบขาว
    ปักกิ่งจะย้ำให้เห็นถึง “ความจริงใจและต่อเนื่อง” ของความสัมพันธ์กับประเทศในแถบนี้
    แต่ในท้ายที่สุด สำหรับประเทศไทยแล้วการดำเนินนโยบายที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศด้วยการทำตนให้ทั้งวอชิงตันและปักกิ่งเห็นว่าเราเป็นตัวของเราเอง, พร้อมจะคบหาทั้งสองอย่างเสมอภาคและจริงใจ
    แต่เราก็จะแสดงจุดยืนของตนเองอย่างมั่นคงและแข็งขันที่ทั้งสองประเทศควรจะต้องเคารพและถ้อยทีถ้อยเกื้อหนุนกันอย่างเสรีและยุติธรรม.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"