ดีเอสไอยึดแก้วน้ำปลอมยี่ห้อดังกว่า6หมื่นใบย่านตลาดสำเพ็ง


   

ดีเอสไอแถลงยึดของกลางแก้วน้ำปลอมกว่า 6 หมื่นใบย่านตลาดสำเพ็ง คิดมูลค่าเสียหายกว่า 60 ล้านบาท เดินหน้าตรวจเข้มช่วงบอลโลก

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ ร่วมด้วย พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และ นายพรโรจน์ เก็งวินิจ ผู้อำนวยการบริษัทเวอริเช็ค จำกัด ร่วมแถลงข่าว โดยพ.ต.อ.ไพสิฐ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้พบแก้วน้ำจำนวนมากที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ยี่ห้อดัง เป็นของกลางที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้น 10 เป้าหมายย่านตลาดสำเพ็ง เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 รายทั้งชาวไทย และ ขาวจีน แบ่งออกเป็น 3 ความผิดคือ กลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้ค้าส่ง และการสต๊อกเก็บของ ในฐานความผิดเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จากการมี่มีประชาชนเข้าร้องทุกข์ที่ดีเอสไอว่ามีการผลิตและจำหน่ายแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้า ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และ จะทำให้ประเทศไทยถูกมองว่ามีการละเลยการกวาดล้างปราบปรามสินค้าละเมิดต่างๆ โดยจากการเข้าตรวจค้น ทำให้ได้ของกลาง กว่า 6 หมื่นใบ คิดความเสียหายตามมูลค่าที่ของราคาจริงกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งทางดีเอสไอจะทำการขยายผลถึงขบวนการอื่นๆที่มีการละเมิดเครื่องหมาย อีกทั้งจะตรวจสอบเส้นทางการเงินอีกด้วย

ด้านพ.อ.พินิจ กล่าวว่า แก้วน้ำในลักษณะดังกล่าวนั้นในประเทศไทยไม่มีจำหน่าย ส่วนใหญ่จะเป็นการสั่งซื้อจากต่างประเทศและมีราคาแพง ขอฝากให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อตามที่มีขายตามท้องตลาดในราคาถูกเพราะเป็นของปลอม

ด้านนายพรโรจน์ ได้ขอบคุณที่มีการกวาดล้างจับกุมขบวนการต่างๆเพราะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งยังอยากให้จับกุมตรวจสอบให้เข้มงวดขึ้นอีกเพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งคาดว่าจะมีการลักลอบปลอมเครื่องหมายการค้ามากยิ่งขึ้นกว่านี้


"ตัวอะไรเอ่ย........... หางอยู่ไทย หัวไปส่ายอยู่นอกประเทศ?" ไม่ใช่หัวเดียวนะ แต่ "ทีเดียว ๒ หัว" เลย

ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?
ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร