"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์"เดินหน้าต่อ ใช้โมเดล“7+7 Phuket Extension”ฟื้นเศรษฐกิจไทย


เพิ่มเพื่อน    

          "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เดินหน้าต่อ ล่าสุด ศบค.เห็นชอบแนวทางนำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเชื่อมต่อจังหวัดนำร่องอื่นๆ ภายใต้สูตรโมเดล “7+7 Phuket Extension”ขณะที่ ททท.มั่นใจมีนักเดินทางเข้ามาได้ 1 ล้านคนภายในสิ้นปี 2564 พร้อมเตรียมถอดรหัสความสำเร็จ นำไปปรับใช้ในการเปิดพื้นที่อื่นๆ

 

 

          หลังจากรัฐบาลนำร่องแผนงานเปิดประเทศภายใน 120 วัน ด้วยการจัดทำโครงการ "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา

          จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติให้การตอบรับและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน และยังมีการจองเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นความชื่นชมในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีความสวยงามและความมั่นใจในเรื่องการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขภายใต้มาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาล

 

 เครื่องหมายมาตรฐาน SHA Plus +  เพิ่มความเชื่อมั่นท่องเที่ยว ปลอดภัย

 

          รวมทั้งมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย หรือมาตรฐาน SHA- Amazing Thailand Safety & Health Administration ที่เกิดจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมินจะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์ โดยผู้ประกอบการ  10 ประเภทกิจการที่สามารถเข้าร่วมโครงการมาตรฐาน SHA ประกอบด้วย  1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5.บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ

          สำหรับในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการต่อยอดจาก SHA เป็น SHA PLUS+เป็นการตอกย้ำว่า สถานประกอบการที่เข้ามาใช้บริการ มีมาตรการทางสุขอนามัยในการควบคุมโรคโควิด-19 อีกทั้งมีพนักงานในสถานประกอบการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็มแล้วเกินกว่า 70%

 

พิธีมอบรางวัลมาตรฐาน SHA Plus +  ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

         

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเองต่างก็ยอมรับว่าได้รับประโยชน์จากการสร้างรายได้จากโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเป็นการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างหนักภายหลังวิกฤตการณ์โควิด-19

          ล่าสุด คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หรือ ศบค.พิจารณาและเห็นชอบแนวทางตามที่ททท.นำเสนอภายใต้สูตรโมเดล “7+7 Phuket Extension” เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้า 1 ล้านคนในสิ้นปี 2564 นี้ เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ

          ภายใต้โมเดล “7+7 Phuket Extension” เป็นการวางแนวทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตครบ 7 วัน ให้สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดนำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ 1.เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.เขาหลัก เกาะยาวใหญ่ และเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา และ 3.เกาะพีพี ไร่เลย์ และเกาะไหง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายเงื่อนไขเดิมที่ต้องพำนักในจังหวัดภูเก็ตถึง 14 วัน ก่อนจะเดินทางต่อไปในจังหวัดอื่นๆ

 

 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมา ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์

 

          สำหรับจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงาม ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการมาสัมผัส โดยเฉพาะหาดทราย ชายทะเล อาหารทะเลและอาหารไทย โดยมีสินค้ากลุ่มโรงแรมที่พัก สปา ร้านค้า ร้านอาหาร ที่ได้มาตรฐานและมีความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

          ส่วนเกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน  จังหวัดสุราษฎร์ธานี, เขาหลัก เกาะยาวใหญ่ และเกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา และเกาะพีพี ไร่เลย์ และเกาะไหง จังหวัดกระบี่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการเดินทางมาพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ขณะเดียวกันก็มีกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลที่สนุกสนานและตื่นเต้น รวมทั้งกิจกรรมเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีชุมชน และอาหารเลิศรส เป็นต้น

 

เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา

เกาะยาวน้อย จ.พังงา

เกาะพีพี จ.กระบี่

 

          ทางด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ศบค.เห็นชอบตามสูตรโมเดล “7+7 Phuket Extension เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวขอใบอนุญาตการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry : COE) เดินทางเข้ามาด้วยโมเดลนี้วันที่ 17 สิงหาคมเป็นต้นไป

          “โมเดล 7+7 Phuket Extension เป็นการขายพ่วงเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ กับจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลาย เพิ่มโอกาสทางการตลาดในการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวพื้นที่นำร่องในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นนี้ สอดรับกับเป้าหมายที่ต้องการให้คนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย 1 ล้านคนอย่างแน่นอน”

 

น้ำมะพร้าว เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสัญลักษณ์คู่เกาะสมุย

 เมนูอาหารพื้นบ้านมีชื่อของเกาะสมุย

อาหารทะเลขึนชื่อเรื่องความสด จากเกาะสมุย         

         

          ผู้ว่าการ ททท.กล่าวต่อว่า ในเร็วๆ นี้ ททท.จะเชิญทูตจากทั่วโลกประจำประเทศไทยและครอบครัวให้ลงมายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสัมผัสความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวและมาตรการแซนด์บ็อกซ์ของไทย ตามนโยบายเปิดประเทศภายใน 120 วันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการนำร่องเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน    

          ขณะเดียวกัน ททท.ก็เตรียมถอดรหัสความสำเร็จเพื่อนำไปปรับใช้ในการเปิดพื้นที่อื่นๆ เช่น พื้นที่เกาะในภาคตะวันออกอย่างเกาะช้าง เกาะกูด จังหวัดตราด และเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี เป็นต้น

 

หาดตลิ่งงาม จุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยที่สุดของเกาะสมุย

 

          ทั้งนี้ เชื่อว่า โมเดล 7+7 Phuket Extension จะช่วยให้การเปิดประเทศ ตามมาตรการ Phuket Sandbox ประสบความสำเร็จและส่งผลดีกับการท่องเที่ยวของไทยอย่างแน่อน

 

โยคะ กิจกรรมผ่อนคลายที่เกาะเต่า

 

          ผู้สนใจเรื่องราวของการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สามารถติดตามข้อมูลได้ที่  Facebook : TAT Phuket : Tourism Authority of Thailand,Phuket Office

 

 

7+7 Phuket Extension

          สำหรับหลักการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเชื่อมต่อจังหวัดน้ำร่องอื่น (7+7 Phuket Extension) มีรายละเอียดดังนี้

ก่อนเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทย 

          -กำหนดประเทศของนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำและปานกลาง (กำหนดโดย สธ.และประเทศ/พื้นที่ที่เสนอโดย ททท.)

          -เดินทางเข้ามาจากประเทศ/พื้นที่ที่กำหนดโดย สธ. และประเทศ/พื้นที่ที่เสนอโดย ททท. โดยผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศนั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 21 วัน ก่อนเดินทาง หรือคนไทย คนต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย และเดินทางไปประเทศ หรือพื้นที่ที่กำหนดเพื่อการท่องเที่ยว หรือการอื่นๆ

          -การได้รับวัคซีนที่รับรองโดย อย. หรือ WHO ครบกำหนดตามประเภทวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน และมีเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน  (Vaccine Certificate) ถูกต้อง

          -เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาพร้อมผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนแล้วได้

          -กรณีเคยติดเชื้อ ต้องได้รับวัคซีนครบตามประเภทของวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน

          -มีผลการตรวจโควิด-19 (COVID Free) RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมง

          -มีประกันสุขภาพ ที่ครอบคลุมโควิด- 19 วงเงินคุ้มครอง ไม่ต่ำกว่า USD 100.000

          -เอกสารหลักฐานการชำระค่าที่พัก SHA+ และค่า RT-PCR

          ทั้งนี้ ในกรณีที่พำนักน้อยกว่า 14 วัน ให้แสดงบัตรโดยสารเครื่องบินไป-กลับด้วย

 

เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

          1.ยื่นเอกสาร-รับใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry: COE) และรอการยืนยันการอนุมัติ

          2.ตรวจสอบข้อมูลการได้รับวัคซีนที่พัก SHA+ และการจอง PCR-Test 

          3.ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเข้ารับการตรวจหาเชื้อ ณ สนามบิน โดยเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ต้องเข้ารับการตรวจเชื้อจากน้ำลาย

            4.ติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ (ภาษาอังกฤษ)

          5.เดินทางเข้าที่พัก SHA+ ด้วยพาหนะที่กำหนด

          6.รอผลการตรวจในห้องพัก และการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้

          7.หากต้องการเดินทางต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทย นอกจากพื้นที่นำร่อง สมุย พังงา กระบี่ ต้องพำนักในภูเก็ตอย่างน้อย 14 วัน กรณีอยู่น้อยกว่า 14 วัน ต้องเป็นการเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงออกจากนอกราชอาณาจักร จากจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องเข้ารับการตรวจ  RT-PCR test ในวันที่ 6-7 หรือ 12-13 ตามแต่ระยะพำนัก

          8.กรณีต้องการเดินทางไปยังพื้นที่นำร่องอื่น ต้องพำนักในภูเก็ตอย่างน้อย 7 คืน และต้องตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6-7

          9.กรณีเดินทางไปยังพื้นที่เชื่อมต่อ Phuket Sandbox ต้องได้รับ Transfer Form จากภูเก็ต และเลือกเดินทางไปพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ดังนี้

          -เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเที่ยวบินตรงเส้นทางภูเก็ต-เกาะสมุย

          -เกาะพีพี เกาะไหง หรือไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ โดยทางเรือ SHA+ จากท่าเรืออ่าวปอ หรือท่าเรือรัษฎาเขาหลัก จังหวัดพังงา โดยทางรถ SHA+ จากภูเก็ตไปยังโรงแรมพังงา

          -เกาะยาวน้อย หรือเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา โดยทางเรือ SHA+

          จากท่าเรืออ่าวปอ, ท่าเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า และท่าเรือบางโรงไปยังเกาะยาวใหญ่ (ท่าเรือช่องหลาด และบ้านแหลมใหญ่) และเกาะยาวน้อย (ท่าเรือบาเนาะ) ทั้งนี้ ต้องพำนักในพื้นที่ข้างต้นอย่างน้อย 7 คืน และต้องตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 3 ในพื้นที่ วันที่ 12-13 และได้รับ Release Form จึงจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่นำร่องไปจังหวัดอื่นในประเทศไทย

          10.ปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A การสวมใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ เช่น บริเวณโรงแรม สระว่ายน้ำ ชายหาด เป็นต้น

          ก่อนเดินทางออกจากพื้นที่นำร่องไปจังหวัดอื่นในประเทศไทย

          ทำโดยแสดงหลักฐานยืนยันว่าได้พำนักในพื้นที่ รวมการพำนักที่ภูเก็ตแล้วมีระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน (Release Form) และหลักฐานการควบคุมโรคตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด

 

สรณะ รายงาน


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"