‘ดีอีเอส’ผนึก ‘สกมช.’ วางแนวทางแก้ปัญหาแฮกเกอร์โจมตีระบบรพ.


เพิ่มเพื่อน    

 

8 ก.ย. 64 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

ได้แถลงข่าวกรณีแฮกเกอร์โจมตีข้อมูลของโรงพยาบาลเพื่อชี้แจงรายละเอียดและแนวทางแก้ไข โดยจากที่ได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ประสานเข้าไปร่วมทำงานกระทรวงสาธารณสุข ในการลงพื้นที่ตรวจสอบช่องโหว่ของระบบของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และพูดคุยกับทีมไอทีของโรงพยาบาลฯ ได้ทำการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว โดยนำระบบที่เป็นปัญหาดังกล่าวออกไปจากการใช้งาน และดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากภายนอก อีกทั้ง จากการตรวจสอบไม่พบความเสียหายกับระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ประเมินความเสียหาย ตรวจสอบความเสี่ยงและความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด มีการสำรองข้อมูลทั้งหมด ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีระบบสำรองข้อมูลทุก 1 ชั่วโมง เป็นปกติอยู่แล้วทางโรงพยาบาลได้หารือผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และขอรับคำปรึกษาจาก สกมช. และกระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งแต่ต้น เพื่อให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาในการปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลให้ปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการต่อไป

"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของสังคมต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ไม่ควรตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องหน่วยงานใด เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่ต้องดำเนินการรักษาและจัดเก็บข้อมูลให้ปลอดภัย ซึ่งมีแนวทางในการปฏิบัติระบุไว้แล้วอย่างชัดเจนตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 2544 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562  ถึงแม้จะมีการขยายการบังคับใช้ออกไป  แต่หน่วยที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลยังต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563” นายชัยวุฒิกล่าว

โดยการแก้ปัญหาในระยะสั้น ทุกหน่วยงานต้องมุ่งเน้นในด้านนโยบาย กรอบแนวทางปฏิบัติ และยกระดับบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์  ต้องถือปฏิบัติตาม พรบ.ดังกล่าวข้างต้น มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นรับผิดชอบต่อสังคม และประชาชน และสร้างความตระหนักให้บุคลากรของทุกหน่วยงาน มีความเข้มข้นในกลไกการป้องกัน ตรวจสอบ เฝ้าระวัง

ในส่วนของการแก้ปัญหาในระยะยาว คือ กระทรวงสาธารณสุขต้อง centralized ระบบฐานข้อมูล และ แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งการเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยจะทำได้ง่ายขึ้น โดยต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญ

“ปัญหาที่เกิดขึ้น รพ.เพชรบูรณ์ ยืนยันว่าข้อมูลที่ประกาศขายเป็นข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อประชาชนที่มารับบริการโรงพยาบาล ชื่อแพทย์ที่ดูแล และตารางเวรแพทย์ ข้อมูลสัญญาณชีพ วัน เวลาที่มารับบริการ สิทธิการรักษาเลขประจำตัวผู้ป่วย ทั้งหมดไม่ใช่ฐานข้อมูลการรักษา ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาโรค เป็นข้อมูลทั่วไปที่ไม่มีผลกระทบต่อการดูแลรักษา อีกทั้งข้อมูลรายชื่อที่ถูกแฮกไปมีจำนวนกว่า 1 หมื่นรายชื่อ ไม่ใช่ 1.6 ล้านรายชื่อตามที่แฮกเกอร์กล่าวอ้าง” นายชัยวุฒิกล่าว

 

ประกอบด้วย ข้อมูลรายชื่อเวชระเบียนผู้ป่วยใน 10,095 ราย ใช้ในการตรวจสอบระบบเวชระเบียน (ไม่มีรายละเอียดการดูแลรักษา) ข้อมูลรายชื่อผู้ป่วยนอกที่นัดรับการรักษา ประมาณ 7,000 ราย ข้อมูลตารางเวรแพทย์ มีเลข 13 หลักของแพทย์ผู้รักษา 39 ราย เพื่อใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล ข้อมูลรายชื่อผู้ป่วยในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด 692 ราย ข้อมูลผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม 795 ราย

ด้านนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลฯ มีหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) คือ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางที่พร้อมให้บริการหน่วยงานต่างๆ ในการเฝ้าระวัง (monitor) การถูกโจมตีระบบ โดยปัจจุบันให้บริการอยู่แล้ว 250 หน่วยงาน ดังนั้นโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลระดับจังหวัด สามารถติดต่อเข้ามาใช้บริการได้

อีกทั้งในเร็วๆ นี้ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ก็เตรียมเปิดให้บริการลักษณะนี้เช่นกัน เนื่องจากในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นั้น นอกจากมีระบบที่มั่นคงปลอดภัยแล้ว ยังจำเป็นที่ต้องมีการเฝ้าระวังตลอดเวลาอีกด้วย


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.