‘คิมหุ่นเพรียว’ กับขีปนาวุธชุดใหม่


เพิ่มเพื่อน    

นี่คือขีปนาวุธพิสัยไกล (รัศมีการยิง 1,500 กม.) ที่สื่อทางการเกาหลีเหนือประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่าได้ทดลองและพร้อมจะใช้แล้ว
    ถือเป็นการสำแดงอิทธิฤทธิ์ทางแสนยานุภาพทางทหารของคิม จองอึน ต่อสหรัฐฯ หลังจากที่โจ ไบเดน เข้าทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก
    ไม่กี่วันหลังจากยิง cruise missile (จรวดร่อน) ชุดใหม่นี้ คิมก็สั่งยิงขีปนาวุธพิสัยไกลแบบ ballistic missile 2 ลูกลงในทะเลญี่ปุ่น
    คราวนี้ยิงไกล 800 กิโลเมตร
    เหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่มาอวดเพื่อนเป็นที่สนุกสนาน
    แต่เกาหลีใต้ไม่สนุกด้วย
    วันเดียวกันนั้นเอง รัฐบาลกรุงโซลทางใต้ก็ทดลองยิงขีปนาวุธวิถีโค้งจากเรือดำน้ำ (Submarine-Launched Ballistic Missile หรือ SLBM)
    กระชากให้ระดับความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันทันที
    ข่าวร้ายชุดนี้มาพร้อมๆ กับ “นิวลุคส์” ของท่านผู้นำคิม จองอึน
    พิธีสวนสนามในโอกาสครบรอบ 73 ปี วันก่อตั้งเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ปิดฉากลงโดยไม่มีการเปิดตัวอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่
    แต่ “อาวุธใหม่” กลับมาในรูปของการทดลองขีปนาวุธแบบใหม่ในอีกสองวันต่อมา
    ที่สร้างความฮือฮาในพิธีสวนสนามกลับเป็น 'นิวลุคส์' ของท่านผู้นำ
    ด้วยรูปร่างผอมเพรียว ผิวคล้ำเหมือนไปตากอากาศมาหลายวัน
    กับทรงผมที่มีความละม้ายคล้ายกับคุณปู่ คิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศเลยทีเดียว
    หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ไม่เพียงแต่เกาะติดเรื่องการเมืองและอาวุธของเกาหลีเหนือเท่านั้น
    แต่ยังต้องล้วงข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักตัวของคิมด้วย
    ว่ากันว่าลดลงไปอย่างน้อย 20 กิโลกรัมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
    นักข่าวต่างประเทศบางสำนักบอกว่า ถ้าศึกษารูปที่สื่อทางการเปียงยางนำเสนอจะเห็นว่าท่านผู้นำดูผอมลงมากกว่านั้นด้วยซ้ำ


    ปีนี้คิม จองอึน อายุ 37 ปี ปกติจะเห็นปรากฏตัวในชุดสูทดำ แต่ครั้งนี้กลับมาในชุดสูทสีอ่อนดีไซน์ตะวันตกที่ดูแปลกตา
    คิมไม่ได้ลุกขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ปลุกเร้าประชาชน
    แต่ได้โบกมือ แจกรอยยิ้มและยกนิ้วโป้งให้กับเหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของเกาหลีเหนือ ที่เดินสวนสนามกันร่วมชั่วโมง ณ จัตุรัสคิม อิลซุง ในกรุงเปียงยาง
    เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สื่อทางการเกาหลีเหนือ KCNA รายงานว่า ประชาชนเกาหลีเหนือต่างร่ำไห้เมื่อได้เห็นผู้นำคิมในสภาพที่ผ่ายผอมลง เพราะเกรงว่าท่านผู้นำอาจจะมีปัญหาด้านสุขภาพ
    แต่การปรากฏตัวครั้งล่าสุดในสภาพที่ผอมลงกว่าเดิมหลังจากหายไปนานหลายเดือน ก็ยิ่งอาจจะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนืออีกครั้งหนึ่ง
    ข่าวกรองเกาหลีใต้ยืนยันว่าคิมมีปัญหา “โรคอ้วน” มายาวนาน อีกทั้งยังสูบบุหรี่จัด และครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคหัวใจอีกด้วย
    ผ่านมาไม่กี่วัน เกาหลีเหนือก็ออกข่าวว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธครั้งแรกในรอบ 6 เดือน 
    ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธบอกว่า มันคือขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกลที่สามารถหลบเลี่ยงระบบต่อต้านขีปนาวุธของประเทศเพื่อนบ้านได้
    สื่อทางการเกาหลีเหนืออ้างว่าขีปนาวุธพิสัยไกลที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้สามารถบินได้ไกล 1,500 กิโลเมตร
    เกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็กลายเป็นเป้าที่ชัดเจนที่สุดทันที
    นักวิเคราะห์ทางทหารบอกว่าขีปนาวุธที่ปรากฏในภาพของสื่อเกาหลีเหนือดูคล้ายกับขีปนาวุธ "โทมาฮอว์ก" ของกองทัพสหรัฐฯ
    อันเป็นขีปนาวุธที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้และมีพิสัยทำการ 1,600 กิโลเมตร
    นี่ย่อมถือเป็นการทดสอบจุดยืนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ที่เคยประกาศว่าจะเดินหน้ากดดันเกาหลีต่อไป
    ไม่ว่าจะด้วยวิธีทางการทูตหรือการลงโทษทางเศรษฐกิจก็ตาม
    แถลงการณ์ของเปียงยางบอกว่า "การทดสอบครั้งนี้เน้นย้ำจุดมุ่งหมายของเกาหลีเหนือในการพัฒนาโครงการทางทหาร และภัยคุกคามที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมระหว่างประเทศ"
    นักวิเคราะห์ขีปนาวุธเชื่อว่าอาวุธชิ้นนี้ของเกาหลีเหนือคือ Cruise missile หรือขีปนาวุธขับเคลื่อนด้วยตัวเองหรือ “ขีปนาวุธร่อน”
    ที่สามารถบินได้ในองศาต่ำกว่า Ballistic missile หรือจรวดนำวิถีแบบข้ามทวีป
    คุณสมบัติเช่นนี้จะทำให้ตรวจจับได้ยากกว่าและหลบเลี่ยงระบบต่อต้านขีปนาวุธได้ 
    ย้อนกลับไปดูการสร้างเสริมแสนยานุภาพทางทหารของเกาหลีเหนือ จะเห็นว่าประเทศนี้ได้ขยายศักยภาพของคลังอาวุธเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2019 หลังจากที่เริ่มกลับมาทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง
    ตั้งแต่นั้นมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบจรวดนำวิถีรุ่นใหม่ไปแล้วอย่างน้อย 5 รุ่น
    ส่วนใหญ่เป็นจรวดพิสัยใกล้ที่สามารถหลบเลี่ยงระบบต่อต้านได้
    แต่ในช่วง 4 ปีที่แล้วมายังมิได้ทดสอบขีปนาวุธแบบข้ามทวีปหรือขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์
    การประชุมสุดยอดระหว่างอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับคิม จองอึน 3 ครั้งไม่ได้ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของสหรัฐฯ หรือของเกาหลีเหนือแต่อย่างใด
    ไบเดนย้ำว่ายินดีกลับไปเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่เปียงยางต้องทำตามเงื่อนไขของวอชิงตัน
    แต่คิมก็ยังดูเฉยเมยอยู่ 
    การทดสอบขีปนาวุธล่าสุดอาจจะเป็นการส่งสัญญาณจากคิมถึงไบเดนว่า สำหรับเกาหลีเหนือแล้ว “ทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...โปรดทราบ”.


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?