กางวิสัยทัศน์ ปตท. สร้างความยั่งยืนยับยั้งความล้มเหลว


เพิ่มเพื่อน    

          “มนุษย์” ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางความล้มเหลวได้...

          ทั้งความล้มเหลวของสังคม รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม จึงทำให้ที่ผ่านมาการทำงานต่างๆ จะต้องมีการปรับเปลี่ยน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในทุกด้าน ทุกยุคทุกสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของที่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่อนาคตอีกด้วย

          และในปัจจุบันสิ่งจำเป็นที่มนุษย์พึงกระทำก็คือการพัฒนาสังคมให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และก้าวทันต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอยู่เสมอ แต่...จากการพัฒนานี้เองก็อาจจะเป็นส่วนเสียที่สะสมจนอาจจะไปลดทอนความยั่งยืนที่ตั้งใจอยู่ก็เป็นได้ 

          ...หลายครั้งที่หลายกิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบอย่างมากต่อการคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติ หรือส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะล้นเมือง อากาศเป็นพิษ โลกร้อน และอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ต้องย้อนกลับมาทบทวนในสิ่งที่จะเดินหน้าต่อ จนทำให้เกิดรูปแบบการพัฒนาสังคมอย่าง “ยั่งยืน” ขึ้น

          ขณะที่ภาคธุรกิจก็จะต้องมีการปรับแผนการดำเนินการครั้งใหญ่ให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของสังคมได้อีกครั้ง โดยยึดโจทย์หลักในการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อที่จะสามารถดูแลทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมไปควบคู่กัน และด้วยเป้าหมายที่เปลี่ยนไปนี้ หนึ่งในองค์กรที่สามารถปรับตัวและมุ่งมั่นที่จะใช้โจทย์ในการทำงานดังกล่าวมาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

 

 

          โดย นายอรรถพล เปิดเผยภายในการเสวนาในงาน Youth Charge The Kickoff ว่า ปตท. มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติเอง ทำให้บริษัทต้องยกเครื่องใหม่ ชูวิสัยทัศน์การทำงานให้ตอบโจทย์กับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งมุ่งมั่นว่าเราจะเป็นจะเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนทุกชีวิต ผู้คน ชุมชน สังคม ประเทศ หรือโลก ด้วยพลังแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน ที่ ปตท. ได้เข้าไปดำเนินการเรื่องนี้มากขึ้น

          Powering Life with Future Energy and Beyond” วิสัยทัศน์ที่สะท้อนถึงความยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต และเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน

          โดยธุรกิจใหม่ในที่นี้ เห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ปตท. มีการดำเนินงานพัฒนาในธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่อย่างเต็มตัว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาดำเนินธุรกิจหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์เซอร์วิส และโดรน ด้วยความมุ่งมั่นนี้เองจึงได้จัดตั้ง บริษัท พีทีที เรส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

          นอกจากนี้จากการดำเนินในธุรกิจใหม่ๆ ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นที่มีส่วนในการขับเคลื่อนให้วิถีชีวิตของคนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตยารักษามะเร็ง โดยใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาร่วมพัฒนา โดยตั้งเป้าจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเชื่อมโยงสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

 

 

          นายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบัน ปตท. มีการแบ่งแผนการทำงานของบริษัทเป็น 2 ฉบับ ฉบับแรกคือการดำเนินงานในด้านธุรกิจที่จะสามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงสร้างรายได้ให้กับประเทศในนามของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกฉบับหนึ่งคือเดินหน้าเรื่องยกระดับคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่

          “เพราะเชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนของการดำเนินงานมีความสำคัญ และการเข้าไปส่งเสริมชุมชนหรือสังคมด้วยการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จะสามารถสร้างอนาคต สร้างโลกให้ดีขึ้นรองรับการเติบโตของเยาวชนรุ่นใหม่”

          ความสำคัญด้านเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญที่ ปตท. เห็นว่าจะเข้ามาตอบสนองความต้องการที่จะพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิจิทัล เอไอ โรโบติกส์ แต่สิ่งสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นจะต้องทำคือ “การเรียนรู้ทำความเข้าใจในเทคโนโลยี จนสามารถนำมาสร้างประโยชน์และประยุกต์ใช้กับแนวทางการพัฒนาในอนาคตให้ได้มากที่สุด”

          โดยเฉพาะ “ไบโอเทคโนโลยี” ที่เป็นการพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่แล้วแต่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดให้เป็นสิ่งใหม่ๆ เชื่อว่าจะเป็นส่วนที่จะสร้างความเจริญและความยั่งยืนให้กับสังคมได้อย่างดี

          เพราะหากไบโอเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างดี จะสามารถไปตอบสนองกับปัจจัย 2 อย่างที่สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ คือ อาหาร และ ยารักษาโรค ได้ทันที!

 

 

          และตลอดเวลาที่ผ่านมา ปตท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์เสมอมา โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่จะมาเป็นอนาคตของโลกได้ โดยการสนับสนุนกับโรงเรียนระดับทั่วไป ให้มีการเรียนการสอนทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นการสนับสนุนทั้งเงินทุน องค์ความรู้ หรือจัดโครงการต่างๆ ขึ้น

          ส่วนการดำเนินงานหลักของ ปตท. เองก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) เพื่อคัดเลือกเยาวชนที่มีความสนใจและมีความถนัดในเรื่องดังกล่าวเข้ามาเรียนรู้เสริมพัฒนาการในระดับมัธยมปลาย ขณะเดียวกันในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้มีการจัดตั้ง สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ขึ้นเพื่อจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างดีที่สุด เนื่องจากการเรียนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานวิจัยชั้นสูงที่สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์การพัฒนา เพื่อให้กลายเป็นนักวิจัยและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป

          ขณะที่ในภาคส่วนของด้านการพัฒนาบุคลากร “สถาบันนวัตกรรม ปตท.” ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะสามารถตอบได้ว่า ปตท. มุ่งมั่นเรื่องนี้อย่างเต็มที่

          เนื่องจากมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นเวทีให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ ให้สามารถแสดงความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการสนับสนุนเชิงเทคนิคครอบคลุมอย่างครบวงจรได้อย่างเต็มที่ โดยดำเนินงานวิจัยและพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และพลังงานทางเลือก ให้มีคุณภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน

          จึงตอบได้ว่าการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคน สังคม ประเทศ หรือโลก ต้องไม่ใช่การใช้ทรัพยากรในอนาคตโดยไม่ไตร่ตรองอย่างแน่นอน แต่โจทย์สำคัญคือต้องมีแผนดำเนินงานในทุกมิติอย่างชัดเจนและครอบคลุม โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายๆ ด้านเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งเชื่อมั่นได้เลยว่าจุดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยจะก้าวข้ามวิกฤต หรือความล้มเหลวได้


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"