สธ.เผยฉีดวัคซีนครอบคลุมทั่วประเทศทะลุ 50 ล้านโดส เข็มแรก 44% ตั้งเป้าสิ้นปีฉีด 85 %


เพิ่มเพื่อน    

25 ก.ย.64 -  ที่​กระทรวง​สาธารณสุข​ นายอนุทิน ​ชาญ​วี​รกูล​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​ แถลงข่าว​ประเด็น​ผลการฉีดวัคซีน​ทั่วไทย​ และแผนการฉีดวัคซีน​ระยะต่อไปตามเป้าหมาย​ ว่า เมื่อวานนี้ (24 ก.ย.)​ เราได้มีการรณรงค์​ให้มีการฉีดวัคซีน​เนื่องในวันมหิดลให้ได้ครบ 1 ล้านโดสให้กับประชาชน จากความร่วมมือของคนไทย ทำให้เมื่อวานนี้เราสามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่า 1.3 ล้านโดส แบ่งเป็น เข็มแรก 8.4 แสนโดส เข็มสอง 3 แสนโดส และ เข็มที่สาม 1.4 แสนโดส ทำให้พิสูจน์​ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข​ไทย สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน สำหรับข้อมูลความครอบ​คลุมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมทั้งประเทศเกิน 50 ล้านโดส ความครอบคลุมในเข็มที่แรก 44.45%  และครอบ​คลุมเข็มแรกในกลุ่ม 607 ร้อยละ 57.44%

นายอนุทิน​ กล่าวว่า เมื่อวานเป็นการเริ่มการให้บริการวัคซีนเข็มที่ 3 แก่ประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนซินโนแวค 2 เข็มแรกก่อนหน้านี้ เพื่อเสริมความมั่นใจว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม จะมีภูมิต้านทานที่อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับการรองรับสายพันธุ์​เดลต้า (อินเดีย)​ ได้ โดยเมื่อวานฉีดวัคซีน​เข็ม 3 ให้กับประชาชนทั้งหมด 1.5 แสนคน จากนี้เป็นต้นไปตนขอเรียนเชิญประชาชนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย. ขอให้ลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีน​เข็มที่สามเพื่อความปลอดภัย

"สำหรับสถานการณ์​วัคซีน​จากนี้เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปี ขอให้ท่านมีความมั่นใจว่ากระทรวง​สาธารณสุข​ โดยกรมควบคุม​โรค ได้​ทำการจัดหา​วัคซีน​ได้ตามเป้าหมายที่เราได้วางแผนไว้ทุกประการ​ เราจะมีวัคซีนทั้งสิ้นจนถึงเดือน ธ.ค. ประมาณ 125 ล้านโดส และตั้งแต่เดือนต.ค. เป็นต้นไป เราจะเร่งทำการฉีดให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม​ประชากร เพื่อให้เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตอนนี้วัคซีน​จะทยอยเข้ามามีจำนวนมากเพียงพอที่เราจะเร่งฉีดให้ครอบคลุมประชาชาทุกกลุ่มได้ โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์​ที่รัฐบาล​ได้จัดซื้อทั้งหมด 30 ล้านโดสก็จะทยอยเข้ามาตั้งแต่สิ้นเดือนนี้เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปี สามารถฉีดให้กับเด็กตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อให้เด็กสามารถไปเรียนได้ และโรงเรียนสามารถเปิดการเรียนการสอนได้อย่างปกติให้เร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง​สาธารณสุข​ได้ยืนยันการจัดหาวัคซีน​สำหรับปีหน้า จึงขอให้ความมั่นใจว่าวัคซีน​ที่เราเตรียมจัดหามาจะมีความเพียงพออย่างแน่นอน และเป็นวัคซีนที่นำมาใช้ในการฉีดกระตุ้นภูมิ เราไม่จำเป็นต้องฉีดสองเข็มแบบปีนี้อีกต่อไป จากนี้วัคซีนที่นำมากระทรวง​สาธารณสุข​จะฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิของประชาชนไปเรื่อยๆจนกว่าสถานการณ์​จะดีขึ้น

ด้านนพ.โอภาส ​การ​ย์​กวิน​พงศ์​ อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า วันนี้เรามีผู้ป่วยที่กลับบ้าน 1.4 หมื่นคน ทำให้ยอดสะสมคนที่รักษาหายแล้วอยู่ที่ 1.4 ล้านคน มีการรายงานผู้ติดเชื้อ​ราย​ใหม่​ 1.1 หมื่นคน เป็นผู้ที่มาจากต่างประเทศ 19 คน ซึ่งแนวโน้ม​ลดลง​เรื่อยๆ ทำให้ขณะนี้เรามีผู้ที่มีอาการหนักเหลือเพียง 3.3 พันคน และคนที่ต้องใช้เครื่อง​ช่วยหายใจอยู่ในห้องไอซียู​ เหลือ 729 คน ลดลงตามลำดับเมื่อเทียบกับต้นเดือน ก.ย. สำหรับผู้เสียชีวิตวันนี้มีรายงาน 127 คน

ในส่วนของการฉีดวัคซีนที่เราใช้ในประเทศไทยผ่านการรับรองโดยองค์การ​อนามัยโดส และอย. มีประสิทธิภาพ​ป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตที่ดีมาก ถ้าประชาชนมีความสนใจฉีดวัคซีน​มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้เราควบคุมสถานการณ์​ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

สำหรับแผนการฉีดวัคซีน​ถ้าสังเกตดูในช่วงตนวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศ​ไท​ยค่อนข้างน้อย แต่ในช่วงมิ.ย.ตามแผนที่จะจัดหาวัคซีน​มากยิ่งขึ้นทำให้เราสามารถฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเดือน ก.ย.-ต.ค.ตะเป็นช่วงที่มีการฉีดที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ในเดือนก.ย.เรามีวัคซีนที่ฉีดโดยรัฐบาลจัดหาไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค แอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ และไฟเซอร์​ ทั้งหมด 16 ล้านโดส และจะมีวัคซีนทางเลือกไม่ว่าจะเป็นซิโนฟาร์ม 10 ล้านโดส ทำให้ยอดผู้ฉีดวัคซีน​มีค่อนข้างมาก ส่วนเดือนต.ค.มีวัคซีนเข้ามาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นซิโนแวคอย่างน้อย 6 ล้านโดส แอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​ 10 ล้านโดส ไฟเซอร์​ 8 ล้านโดส ทำให้ยอดรวมที่ทางรัฐบาลจัดหามีอย่างน้อย 24 ล้านโดส และซิโนฟาร์ม 6 ล้านโดส

นพ.โอภาส​ กล่าวว่า หลังจากการปรับนโยบาย​การฉีดวัคซีน​เป็นสูตรไขว้ เป็นซินโนแวคเข็มแรก และ แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ทำให้เราครอบคลุม​การฉีดวัคซีนเข็มสองได้มากขึ้น สังเกตได้ว่าสิ้นเดือน ก.ย.ตามแผนเราจะฉีดวัคซีนสะสมทั้งหมดเข็มแรก 32 ล้านคน หรือ 45% และเข็มสอง 18 ล้านคน หรือ 25% แต่หลังจากเดือนต.ค.-ธ.ค. การฉีดเข็ม1-2 จะเพิ่มขึ้น โดยในสิ้นเดือน ต.ค. ความครอบคลุม​ในการฉีดเข็มแรกอย่างน้อย 41 ล้านคน หรือ 58% ของประชากรคนไทย และในเดือนพ.ย.ฉีดสะสมให้กับคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยไม่ว่าจะชาวไทย หรือต่างชาติ 71 ล้านคน และในสิ้นเดือนธ.ค.มีคนไทย 60 ล้านคน ที่ได้รับวัคซีน​คิดเป็น 85% ส่วนตัวเลขเข็มสองเดือนต.ค. 30 ล้านคน หรือ45% เดือนพ.ย 42 ล้านคน หรือ 60% และสิ้นเดือนธ.ค. 52 ล้านคน หรือ 74% ถ้าดูจากตัวเกินแผนที่เราวางไว้แต่ต้น

นพ.โอภาส​ กล่าวอีกว่า สำหรับเข็มกระตุ้น วัคซีนที่ฉีดเป็นวัคซีนใหม่ สิ่งที่เราไม่ค่อยทราบคือ เมื่อฉีดแล้วภูมิคุ้มกัน​จะลดลงเมื่อไหร่  เพราะฉะนั้นเป็นมาตรการ​ที่สำคัญที่กระทรวง​สาธารณสุข​ให้ความสนใจและเรียนว่า คนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มไปแล้วก็จะมีการแจ้งนัดหมายมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกัน​สูงขึ้น ลดโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อ

ด้านนายเกียรติ​ภูมิ​ วงศ์​รจิต ​ปลัด​กระทรวง​สาธารณสุข​ กล่าวว่า การฉีดวัคซีน​เมื่อวานจังหวัดที่ฉีดมากที่สุด 5 จังหวัด​แรก คือ กรุงเทพฯ​ 6.4 หมื่นโดส ชลบุรี 4.8 หมื่นโดส อุดรธานี 4.7 หมื่นโดส นครราชสีมา​ 4.4 หมื่นโดส เชียงใหม่ 3.9 หมื่นโดส และขอนแก่น​ 3.9 หมื่นโดส.


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?