จากนักโทษที่แคนาดา เป็น ‘เจ้าหญิง’ ของคนจีน


เพิ่มเพื่อน    

ขณะนี้เธอกลายเป็น “เจ้าหญิง” สำหรับคนจีนจำนวนไม่น้อย
    ที่แน่ๆ คือ รัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีนถือว่า เธอคือสัญลักษณ์ของประเทศจีนในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ อีกแนวรบหนึ่ง
    ที่อาจจะอ้างได้ว่าเป็น “ชัยชนะ” สำหรับปักกิ่งเหนือวอชิงตัน
    หลังจากที่เมิ่ง หว่านโจว หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือ CFO ของหัวเว่ย ถูกเจ้าหน้าที่แคนาดาจับไปเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ในข้อหาฉ้อฉลและให้การเท็จ เธอก็กลายเป็น “ตัวประกัน” ทางการเมืองที่สำคัญระหว่างสองยักษ์ใหญ่
    สหรัฐฯ ขอให้แคนาดาจับเธอระหว่างเตรียมจะขึ้นเครื่องบินจากแวนคูเวอร์ไปเม็กซิโก    
    เป็นจังหวะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นกำลังเผชิญหน้ากับจีนในเรื่อง “สงครามการค้า” เต็มรูปแบบ
    ทรัมป์ห้ามหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ซื้อบริการระบบ  5G ของหัวเว่ย โดยอ้างว่าระบบของจีนสามารถขโมยข้อมูลความมั่นคงได้
    จากนั้นทรัมป์ก็เรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรอื่นๆ ทำตามสหรัฐฯ ในเรื่องนี้
    หลังจากนั้นไม่กี่วัน จีนก็จับชาวแคนาดาสองคนในข้อหาจารกรรม
    จีนอ้างขณะนั้นว่าไม่เกี่ยวกับการที่เมิ่ง หว่านโจวถูกสหรัฐฯ ตั้งข้อหา
    แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากแคนาดาปล่อยตัวเมิ่ง หว่านโจวได้ไม่กี่ชั่วโมง จีนก็ปล่อยตัว Michael  Kovrig กับ Michael Spavor ให้กลับบ้านได้
    เป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” โดยแท้
    การกลับบ้านของเมิ่ง หว่านโจวเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมากลายเป็น “อีเวนต์” ที่ยิ่งใหญ่สำหรับจีนไปเลย
    เธอเป็นลูกสาวคนโตของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย (เหริน เจิ้งเฟย) ที่กลายเป็นเซเลบชั่วข้ามคืน
    เครื่องบินเช่าเหมาลำพิเศษเที่ยวบินนั้นพาเธอกลับถึงเซินเจิ้นท่ามกลางความเกรียวกราวทั่วจีน
    มีการถ่ายทอดสดตลอดเวลาหลังจากที่เที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำโดยรัฐบาลจีนนั้นแตะพื้น
    คนจีนนับพันไปรอรับที่สนามบิน
    สำนักข่าวเกือบทุกสื่อของจีนรายงานเกาะติดเรื่องนี้แทบทุกชั่วโมงตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์
    สื่อจีนประกาศอย่างคึกคักว่า
    "ประเทศจีนที่ยิ่งใหญ่ ควรเป็นที่พึ่งของคนจีนทุกคน" 强大的中国,是每个中国人的坚强靠山
    เมิ่ง หว่านโจวเองก็ออกแถลงการณ์
    “ไม่ว่าข้าพเจ้าจะมีฐานะประการใด แต่ข้าพเจ้าเป็นบุตรีของประเทศจีน รัฐบาลจีนไม่ต้องเป็นห่วงที่ข้าพเจ้าถูกกลั่นแกล้งจับกุมในแคนาดา ข้าพเจ้าพร้อมพลีชีพเพื่อมาตุภูมิ ขอให้รัฐบาลจีนยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของประเทศจีนจนถึงที่สุดโดยไม่ต้องห่วงข้าพเจ้า”
    อีกตอนหนึ่งเธอประกาศว่า ที่เธอได้รับอิสรภาพหลังจากเกือบสามปีแห่งความทุกข์ทรมานที่แคนาดานั้น เป็นเพราะความช่วยเหลือและสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีนทั้งสิ้น
    ถือได้ว่าเป็นการปลุกกระแสความรักชาติของคนจีน โดยรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ผ่านกรณีหัวเว่ยอย่างได้จังหวะเหมาะเจาะ
    เห็นได้ชัดว่า รัฐบาลจีนถือว่าหัวเว่ยเป็นตัวแทนของรัฐบาลแล้ว และศักดิ์ศรีกับหน้าตาของหัวเว่ยก็คือศักดิ์ศรีและหน้าตาของรัฐบาลจีนในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ
    ต่างกับกรณีของอภิมหาเศรษฐีในธุรกิจไฮเทคและอินเทอร์เน็ตของจีนอื่นๆ เช่น Alibaba หรือ Tencent  และอื่นๆ ที่ช่วงหลังถูกรัฐบาลจีนตีกรอบให้เล็กลง และสั่งให้ปรับโครงสร้างธุรกิจไม่ให้เข้าเกณฑ์ “ผูกขาด” ที่รัฐบาลจีนเริ่มจะเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจรัฐ
    แต่หัวเว่ยประสบความสำเร็จในการดึงให้รัฐบาลจีนเข้ามาช่วยแบบเป็นวาระสำคัญระดับชาติขนาดนี้ได้ 
    ปรากฏการณ์ของเมิ่ง หว่านโจวครั้งนี้กลายเป็นโอกาสที่จีนใช้เป็นเครื่องมือสร้างกระแส ว่าจีนเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำ ถูกรังแก ถูกกลั่นแกล้ง 
    ดังนั้น การได้อิสรภาพของเธอจึงเท่ากับเป็นการประกาศชัยชนะของทั้งประเทศ รัฐบาล และคนจีนต่อชาวตะวันตกอย่างปฏิเสธไม่ได้
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการปล่อยตัวชาวแคนาดาสองคนที่จีนจับไว้ในข้อหาจารกรรมในเวลาใกล้ๆ กับที่เมิ่ง หว่านโจวถูกปล่อยตัวที่แคนาดาไม่มีข่าวในสื่อจีนเลย
    ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดก็ไปรับทั้งสอง  Michael ถึงที่เมือง Calgary ของแคนาดาท่ามกลางเสียงเชียร์พอประมาณในแคนาดาเอง
    โดยที่หนึ่งในสองคนบอกว่า การได้กลับบ้านหลังจากติดคุกจีนกว่า 1,000 วันนั้นเป็นเรื่องที่ “วิเศษอย่างยิ่ง”
    ระบบการเซ็นเซอร์ข่าวของจีนจึงน่าทึ่ง น่ากังวล และน่าใคร่ครวญยิ่งนัก.


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?