“พาณิชย์”ถกเอกชนกลุ่มยานยนต์ยันส่งออกไม่กระทบสหรัฐ


   

“พาณิชย์”หารือภาคเอกชนในกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน วางแผนชี้แจงสหรัฐฯ กรณีเปิดไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้า เตรียมส่งหลักฐานยืนยันการส่งออกไทยไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ และไม่ได้เป็นภัยคุกคาม มีแต่ช่วยหนุน คาดสหรัฐฯ ประกาศผลในภายใน 90 วัน
          
21 มิ.ย. 61 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เชิญภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มาหารือเพื่อจัดทำความเห็นที่เป็นลายลักษณ์อักษรของไทย ส่งไปให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ใช้ประกอบการพิจารณาการไต่สวนผลกระทบจากการนำเข้ารถยนต์อเนกประสงค์ รถตู้ รถบรรทุกขนาดเล็กและชิ้นส่วนยานยนต์ ตามมาตรา 232 กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 แล้ว โดยเห็นว่าควรจะให้ข้อมูลพร้อมสถิติและการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ 

นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้สหรัฐฯ เห็นว่าการส่งออกของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสหรัฐฯโดยจะส่งภายในวันที่ 22 มิ.ย.2561 และจากนั้นสหรัฐฯ จะใช้เวลาในการพิจารณา 270 วัน และสรุปผลเสนอให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พิจารณาว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าหรือไม่ภายใน 90 วัน โดยข้อมูลที่จะจัดส่งให้สหรัฐฯ เช่น อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลทางด้านความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ , ผลกระทบของการแข่งขันจากต่างประเทศต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ , ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนกำลังลง เป็นต้น 
          
อย่างไรก็ตามภาคเอกชนไทยต้องให้ข้อมูลกับสหรัฐฯ โดยจะต้องย้ำให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นผู้ส่งออกยานยนต์รายสำคัญไปสหรัฐฯ จึงไม่ใช่คู่แข่ง และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งชิ้นส่วนจากไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ สินค้าไทยจึงมีส่วนสนับสนุนการผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ มากกว่าเป็นคู่แข่ง และยางรถยนต์ของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จำนวนมาก ก็ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในพิกัดศุลกากรที่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ แต่อยู่ในพิกัดผลิตภัณฑ์ยาง จึงต้องระบุไปว่าไทยไม่ควรถูกใช้มาตรา 232


สนุกครับ.....พอถอดโซ่ ก็เสียงขรม!โลกเปลี่ยน-เศรษฐกิจ-สังคม-การเมืองเปลี่ยน ทัศนคติ-ความคิดผู้คนเปลี่ยนแต่สันดานแก๊ง "เดนการเมือง" ไม่เปลี่ยน

'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"
หน้าไพ่ 'เลือกตั้ง' ใบแรก