'ศุลกากร' ตีกลับตู้ขยะออกนอกประเทศ 400 ตู้


เพิ่มเพื่อน    

“ศุลกากร” ตีกลับตู้ขยะเศษพลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ออกนอกประเทศ 400 ตู้ หลังพบไม่มีเอกชนติดต่อนำตู้สินค้าออก ด้านท่าเรือกรุงเทพสั่งเบรกขนถ่ายตู้สินค้าขยะ

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมและท่าเรือกรุงเทพ ตรวจสอบตู้สินค้าขยะเศษพลาสติกที่นำเข้ามาทางท่าเรือกรุงเทพมีจำนวน 428 ตู้ อยู่ระหว่างทำพิธีการศุลกากรเพื่อนำสินค้าออก 399 ตู้ และที่เหลือประมาณ 100 กว่าตู้ เป็นตู้สินค้าตกค้าง เนื่องจากมีการนำเข้ามา 30 วันแล้วไม่มีการติดต่อเพื่อนำตู้สินค้าดังกล่าวออก และกรมศุลกากรได้แจ้งผู้นำเข้าให้มาดำเนินการภายใน 15 วัน ก็ยังไม่มาดำเนินการ ทำให้เป็นตู้สินค้าที่ต้องผลักดันกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการนำตู้สินค้าที่ตกค้างดังกล่าวออก

นอกจากนี้ ในส่วนของท่าเรือแหลมฉบังมีการนำเข้าตู้เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่า 1 พันกว่าตู้ รอการตรวจปล่อย 325 ตู้ ยังมีตู้สินค้าที่ยังไม่ปฏิบัติตามพิธีศุลกากร  433 ตู้ และอีกส่วนหนึ่งนำเข้ามาแล้วเกิน 30 วัน เป็นตู้สินค้าตกค้าง 300 ตู้ ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อผลักดันตู้สินค้าดังกล่าวออกนอกประเทศ

“ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้หารือแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา โดยให้มีการตรวจเอ็กซเรย์สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตจากกรมโรงงาน และเศษโลหะที่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ทุกตู้เพื่อให้แน่ใจว่าการนำเข้าถูกต้อง” นายชัยยุทธ กล่าว

ทั้งนี้ เศษพลาสติก เศษอิเล็กทรอนิกส์ มีการนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน อย่างไรก็ตามกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีประกาศคำสั่งชะลอพิจาณาการนำเข้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. 2561 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการบูรณการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ข้อสรุปก่อน แล้วถึงจะพิจารณาต่ออีกครั้งว่ายังมีความจำเป็นนำเข้าได้ต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ดี ในส่วนของท่าเรือกรุงเทพก็มีคำสั่งระงับการขนถ่ายตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นท่าเรือตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนตู้สินค้าเศษพลาสติก และเศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ท่าเรือด่านศุลกากรเป็นการนำเข้ามาก่อนวันที่ 22 มิ.ย. 2561
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.