“พาณิชย์”มั่นใจเศรษฐกิจครึ่งปีหลังแจ่มแจ๋ว


เพิ่มเพื่อน    

“พาณิชย์”ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2561 มีสัญญาณดีทุกตัว ทั้งราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การเพิ่มกำลังการผลิตที่จะส่งผลดีต่อการจ้างงาน ส่งผลให้การบริโภคเพิ่มขึ้น ด้านการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตทะลุเป้า 8% อาจทำได้ 9-10% เหตุมีการผ่อนคลายด้านแรงงาน บาทอ่อนช่วยหนุน ส่วนสงครามการค้า กระทบไม่มาก

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจที่กระทรวงพาณิชย์ติดตามดูแลอยู่มีแนวโน้มดีขึ้นทุกตัว โดยราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะยังคงมีราคาดีขึ้น แม้ว่าบางตัวจะมีปัญหาด้านราคาบ้าง แต่ในภาพรวมคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม พบว่า มีการเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน ส่งผลให้มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้เกษตรกรและแรงงานที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ในด้านการบริโภค มีสัญญาณการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากรายได้ของภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น และอัตราการจ้างงานที่ขยายตัวสูงขึ้น และยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยลดค่าครองชีพ ทำให้ผู้มีบัตรมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อ เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ล่าสุดถึงเดือนมิ.ย.2561 เพิ่มขึ้น 1.38% โดยเงินเฟ้อไม่ได้เป็นแรงกดดัน เนื่องจากราคาสินค้ายังเป็นปกติ  

ส่วนในด้านการลงทุน ขยายตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และความเชื่อมั่นผู้ประกอบการดีขึ้น และสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก วัสดุก่อสร้าง ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ และภาครัฐเอง ก็มีการเร่งขับเคลื่อนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นชัดเจนเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มการส่งออก คาดว่า จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ช่วง 5 เดือนของปี 2561 ส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 11.6% โดยทั้งปีน่าจะขยายตัวเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 8% โดยอาจจะทำได้ 9-10% แต่ประเมินเบื้องต้นที่ 9% เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรตลาดโลกที่สูงขึ้น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และมีการผ่อนคลายแรงกดดัน โดยเฉพาะการปรับลด TIP Report มาเป็น Tier 2 ทำให้แรงกดดันด้านแรงงงานลดลง และยังมีผลดีจากเงินบาทที่อ่อนค่า ที่จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น ส่วนสงครามการค้าที่เกิดขึ้น แม้จะมีผลกระทบ แต่ประเมินแล้ว มีไม่มาก และกระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีมาตรการรองรับแล้ว โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ทดแทน


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?