“เที่ยวเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38”


   

    “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย” ปี 2561 กระหึ่มอีกครั้ง จัดงานสถานที่เดิมคือสวนลุมพินี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หลายคนที่เคยไปเมื่อปีก่อนๆ คงรู้จักกันดีว่าเป็นงานเทศกาลใหญ่ที่รวมของกิน สินค้า หรือวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยเอาไว้มากมาย และปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 38 แล้ว ถือว่ายาวนานมากพอสมควร สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปก็อยากให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศงานนี้สักครั้ง โดยบรรยากาศในงานรายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม 5 ภาค และกิจกรรมความสนุกที่ยกมาไว้ในที่เดียว แบ่งออกเป็น 10 โซน ดังนี้


    โซนที่ 1 เป็นโซนเรียนรู้ โดยเฉพาะการศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา ตั้งอยู่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 หรือทางประตู 4 ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และภายในโซนก็มีจัดแสดงสาธิตเห่เรือสุพรรณหงส์จำลอง เพื่อฟื้นฟูมรดกประเพณีโบราณของไทยไม่ให้สูญหาย แล้วก็เป็นจุดถ่ายภาพก่อนเดินเข้างานด้วย
    โซน 2 จะเป็นการแนะนำโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2561 ใครอยากไปเที่ยวที่ไหนก็มาจองทริป หรือปรึกษาหาที่เที่ยวได้ที่งานนี้
    โซน 3 ถือเป็นโซนหลักๆ ของงาน เป็นการจำลองหมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค ทั้งภาคกลาง ตะวันออก เหนือ ใต้ อีสาน แต่ละภาคยกความเป็นเอกลักษณ์ของตนมาไม่แพ้ปีที่ผ่านๆ มา อย่างภาคเหนือ ในธีม “เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ” บรรยากาศของภาคนี้จะเรียบง่าย ใครที่ผ่านมาจะถูกขับกล่อมด้วยเสียงซอ ซึงแสนหวาน เหมาะกับแนวคิดที่ชาวเหนือตั้งใจนำเสนอ คือ 10 ชุมชนที่มีความสุข ความรัก ความสามัคคี เสนอขายสินค้าชุมชน ไม่ว่าจะเป็นของกินอย่างแคบหมู ไส้อั่วที่ขึ้นชื่อ หรือจะเป็นเครื่องตกแต่งกาย ผ้ามัดย้อม มีให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้ออย่างไม่ซ้ำกัน แลนด์มาร์คหลักของจุดนี้จะเป็นปราสาทล้านนาที่ออกแบบจากสถาปัตยกรรมจองพารา เน้นความมีเอกลักษณ์ของภาค


    ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “อีสานแซ่บนัว” สนุกสนานครึกครื้นไปกับเสียงดนตรี พิณ แคน ที่นักแสดงพื้นบ้านลูกหลานชาวอีสานนำมาโชว์ในแต่ละวัน โซนนี้แบ่งออกเป็นอีสานเหนือ อีสานกลาง อีสานใต้ ในมุมมองใหม่ๆ จุดเด่นของภาคนี้บอกเลยว่าต้องถูกใจใครหลายๆ คนแน่นอน ในเรื่องของอาหารรสแซ่บ เขายกเมนูอาหารอีสานขนานแท้รสชาติแซ่บๆ มาให้เลือกชิม โดยเฉพาะร้านส้มตำเด็ดจาก 20 จังหวัดในภาคอีสาน อาทิ ส้มตำโคราช ของนครราชสีมา ส้มตําออร์แกนิกและหม่ำชัยภูมิ จากชัยภูมิ ฯลฯ ส่วนแลนด์มาร์คของภาคคือลำน้ำโขงพญาศรีสัตนาคราช จ. นครพนม มีจัดแสดงประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม และบายศรีพญานาค
    ภาคกลาง ในธีม “สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม” นำรูปแบบวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จำลองบรรยากาศตลาดน้ำโบราณ และอีกฝั่งหนึ่งให้บรรยากาศของงานวัดในอดีตผสานกับงานวัดในสมัยปัจจุบัน มีเครื่องนั่งม้าหมุน ปาเป้า และนำอาหารอร่อย ของกินขึ้นชื่อจาก 17 จังหวัดภาคกลางมาร่วมภายในงาน แต่ที่เป็นจุดเด่นภาคนี้ เขายกเอาบ้าน    , บ้านเรือนไทยภาคกลาง “บ้านขุนช้าง” จังหวัดสุพรรณบุรี มาจากวรรณคดีไทยขุนช้างขุนแผนด้วย ซึ่งบ้านลักษณะนี้ในปัจจุบันแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว
    ส่วนภาคตะวันออก “สีสันตะวันออก” มาในธีม “Sea-fruit” แน่นอนว่าต้องเป็นอาหารทะเล กับผลไม้ สินค้าขึ้นชื่อของชาวภาคตะวันออก บรรยากาศภายในหมู่บ้านภาคตะวันออกในปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี นักท่องเที่ยวจะได้พบกับอาหารทะเลสดใหม่ ผลไม้เมืองร้อนและอาหารขึ้นชื่อจากวัตถุดิบพื้นถิ่น
    และภาคใต้ “ปักษ์ใต้...ปักหมุดหยุดเวลา” นำเสนอมุมมองใหม่ของการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ ที่นอกจากจะมีทะเลที่สวยงามแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น การท่องเที่ยวแบบถวิลหาอดีตในย่านเมืองเก่า วิถีชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ยกเอาสตรีทอาร์ตในย่านเมืองเก่าภูเก็ตมา หรืออาหารการกิน เช่น โรตีชาชักที่มาเสิร์ฟ 10 ร้าน ส่วนแลนด์มาร์คน่าถ่ายรูปก็จะมีรูปปั้นนางเงือกจากหาดสมิหลา จ.สงขลา ประติมากรรมปลาใบ อ่าวนาง จ.กระบี่ และตู้ไปรษณีย์สูงที่สุดในโลกจาก อ.เบตง จ.ยะลา
    ถัดจากโซนหมู่บ้าน 5 ภาคเป็นโซน 4 อาหารดัง 50 เขต กทม. และเมนูเด็ดจาก 25 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เขตบางนา เป็ดย่าง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง บะหมี่หมูแดง กระเพาะปลา ติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปา ขนมหวานจากเจ๊ทู่ คลองเตย ฯลฯ โซน 5 ในเวทีกลาง จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 5 ภาค การแสดงร่วมสมัย และคอนเสิร์ตจากศิลปินที่ได้รับความนิยมในทุกวันของการจัดงาน อาทิ นภ พรชำนิ, ตู่ ภพธร, ป๊อบ ปองกูล, ก็อท จักรพันธ์, ปู่จ๋าน ลองไมค์, ฝน ธนสุนทร, ก้อง ห้วยไร่ และลำไย ไหทอง
    ในส่วนของโซน 6 เป็นสถานีข่าว ททท. TAT STUDIO เป็นที่สำหรับรับชมการถ่ายทอดสดกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ภายในงานกลางลานสนามหญ้า นอกจากนี้ยังมีศิลปะ Graffiti เพื่อการ “ซ่อมและสร้าง” กิจกรรมบนเวทีกับศิลปินนักร้องที่จะขับกล่อมเสียงเพลงเคล้ากับบรรยากาศในครั้งนี้ด้วย


    โซน 7 กิจกรรมท่องเที่ยว Outdoor Fest ที่มีกิจกรรมปีนผา ไต่เชือก ให้ผู้ที่สนใจได้ลองเล่น และทางกองทัพเรือได้นำเรือใบและเรือใบมดมาแสดงโชว์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแข่งจักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม 2561 หรือจะเป็นกิจกรรมวิ่ง Outdoor Fest Sprint Run 2018 จัดวันที่ 20 มกราคม 2561 ณ สวนลุมพินี และกิจกรรมปั่น Fun Ride ปั่นวิถีไทย เก๋ไก๋สุขภาพดี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 มกราคม 2561 และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
    โซน 8 TAT LAB ที่ได้นำเสนอในแนวคิด L : Local & Global Linkage A : Add More Value B : Brilliant Idea นำเสนอสินค้าเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำกันด้วย โดยมีทั้ง 8 โซนหลัก ได้แก่ สินค้าและกิจกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพ, สิ่งแวดล้อม, อาหาร, กิจกรรมเกมออนไลน์, การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รางวัลกินรี, เมนูสุขภาพจากน้ำพุร้อนสันกำแพง, ร้านอาหาร เมนูเด็ดจากศิลปินดารา และเปิดเวทีกลางสำหรับพูด เสวนาร่วมกับนักแสดงในเรื่องของสุขภาพอีกด้วย
    โซน 9 #CHECK IN Isan วันธรรมดาน่าเที่ยว ที่จะได้พบกับกิจกรรมท่องเที่ยวสไตล์ Cool Cool Slow Life เที่ยว แสนสบาย หนีความวุ่นวายในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมขยะให้โชค ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องเดินทางท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยบริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟ และรถโดยสารไม่ประจำทาง และไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในจุดหมายปลายทาง และนำบัตรโดยสารมาประทับตรากิจกรรม “หางตั๋วให้โชค” พร้อมเขียนชื่อที่อยู่ที่ติดต่อกลับได้ นำไปหย่อนที่ตู้บริการน้องสุขใจที่จะจัดวางไว้ทั้งสิ้น 39 ตู้ 39 จุด ได้แก่ ท่าอากาศยาน 8 จุด สถานีรถไฟ 11 จุด และสถานีขนส่ง 20 แห่งใน 20 จังหวัดภาคอีสานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะประกาศผลผู้โชคดีทุกๆ 2 เดือน เริ่มครั้งแรกในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 นี้
    สำหรับโซนที่ 10 โซนประชารัฐ เป็นพื้นที่ของการช็อปสินค้าจากร้านประชารัฐสุขใจ SHOP ตั้งอยู่ในปั๊ม ปตท. 143 แห่งทั่วประเทศ เพื่อปลุกกระแส “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” ชม ชิม ช็อปสินค้าชุมชน ของดีทั่วไทย เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติเลยทีเดียว
    เที่ยวงานใหญ่กันได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 21 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. ที่สวนลุมพินี สามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสีลม.


ม็อบ "ขยะ-รกเมือง" ที่สุด ก็ม็อบ "เห็บแม้ว" นี่แหละ! อย่างแก๊ง "จ่านิว-นายโรม"........ ถ้าเป็นเขมร-ญวนยุคก่อน เขาไม่เอาไปทำปุ๋ยหรอก

'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'
ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"
'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?
มาเลย์ที่ 'มีมากกว่าอายุ'