พ.ร.บ.การศึกษาชาติเสร็จสมบูรณ์" หมอจรัส"มั่นใจเกินร้อยปฎิรูปได้ตามสังคมคาดหวัง


   

 

บอร์ด อิสระฯ เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เตรียมเสนอ ครม.ภายในเดือนก.ค.นี้ “หมอจรัส” มั่นใจเกินร้อยปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง ด้าน “หมอจิรุตม์” เผยวางกลไก ให้สามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าตามที่พ.ร.บ.กำหนด    ด้าน “ชัยพฤกษ์” ชี้ทั้งฉบับมี 104 มาตรา เตรียมเสนอ 2 ทาง ทั้งครม. และ คกก.ยุทธศาสตร์ชาติ

นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... พร้อมทั้งจัดเตรียมรายละเอียดเอกสารประกอบ เพื่อที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยคณะกรรมการอิสระฯ ได้ศึกษาพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นำปรับปรุงตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ มุ่งให้การศึกษาเป็นเรื่องในระดับสากล การสร้างความมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เรานำสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เช่น การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งร่างพ.ร.บ.ใหม่นี้จะมีการกำหนดคสามช่วยเหลือต่างๆ ที่จะลงไปสู่สถานศึกษา ซึ่งตนมั่นใจเกิน 100 ว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะสามารถปฏิรูปการศึกษาได้ตามที่สังคมคาดหวัง

ด้านนพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการนำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีสาระสำคัญที่จะข่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา 5 ประเด็น คือ 1.การวางระบบการศึกษาที่รองรับความหลากหลาย ความแตกต่างและเริ่มพัฒนาระบบการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต 2.การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งในส่วนของครู ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งจะเข้ามาช่วยระบบการผลิตครู คัดกรองผู้ที่มีความเหมาะสม เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและคัดเลือกสถาบันผลิตครูที่มีความเหมาะสมด้วย เพื่อที่จะได้ผู้ที่มีความเหมาะเข้ามาศึกษา รวมถึงจะมีการวางระบบสนับสนุนและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งนี้สำหรับหลักสูตรและการจัดการศึกษา จะให้ความสำคัญกับการเน้นสมรรถนะที่จะสร้างคนดีและเก่งให้กับสังคม และเปิดโอกาสให้สถานศึกษามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้การศึกษาที่มีคุณภาพ มีการดึงระบบสารสนเทศเข้ามาใช้เพื่อการศึกษา

นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า 3.การให้ความเป็นอิสระกับสถานศึกษา โดยกฎหมายจะกำหนดให้มีกระบวนการและกลไกต่างๆ เข้ามาช่วยให้สถานศึกษามีอิสระในการดำเนินการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ วิชาการ การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณและการบริหารงานทั่วไป และในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาและระบบสนับสนุนสถานศึกษา ที่จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นและสามารถบริหารจัดการงานตามบริบทพื้นที่ได้ เพื่อที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า ครูจะมีเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแลนักเรียน และการที่จะทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพตามความสามารถ ปละหระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะต้องมีการกระจายอำนาจลงไปอย่างมีแผนและขั้นตอน 4.การบริหารจัดการระบบคุณภาพในองค์รวม ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพไม่ใช่การตรวจสอบ นำผลการประเมินมาใช้พัฒนาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพทั้งระบบ ซึ่งในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะมีเครื่องมือที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ เช่น การประกันคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนา เป็นต้น และ 5.การให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินการและประเมินผล ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ ด้วย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ จะเป็นผู้ที่ดำเนินการยกร่างแผนฯ นี้ และจะต้องเป็นแผนที่มีความรอบด้าน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับระบบการศึกษาของประเทศด้วย

“อย่างไรก็ตาม ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีการวางกลไกสำคัญ เพื่อที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าเมื่อได้มีการยกร่างแผนการศึกษาแห่งชาติแล้ว การดำเนินการจะสอดคล้องกับแผนที่กำหนดไว้ ทั้งด้านการบูรณาการงบประมาณการศึกษา ด้านการให้ความเห็นต่อการจัดสรรงบฯ และอื่นๆ ด้านการจัดการอัตรากำลังคน รวมถึงกลไกในการติดตามประเมินผล กลไกด้านวิชาการ การมีส่วนร่วมของประชาชน สำหรับในส่วนของบทเฉพาะกาลในระยะสั้น คงจะเป็นเรื่องการกำหนดให้มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษามาทำหน้าที่นี้ ภายใต้สังกัด ศธ.และยังมีรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อเนื่องต่อไปได้”นพ.จิรุตม์กล่าว

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... จะมีทั้งหมด 104 มาตรา แบ่งเป็นเนื้อหา 92 มาตราและบทเฉพาะกาล 12 มาตรา ทั้งนี้สำหรับการเสนอจะดำเนินการ 2 ทาง คือ เสนอให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. และ เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว