IMD แนะรัฐบาลเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล


   


IMD เผยภาครัฐต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล เตรียมเปิดรับและวางกฎเกณฑ์รับมือเทคโนโลยีสมัยใหม่   ชี้สกุลเงินดิจิทัลมาแน่ แนะรีบผลักดันรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์  เปิดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ไทยอยู่อันดับที่ 39 

นายอาร์ตูโร บริส ผู้อำนวยการศูนย์ IMD World Compititive Center บรรยายพิเศษในหัวข้อ Adopting Technology for Nationnal Competitiveness ว่า ในปัจจุบันนี้กระแสดิจิทัลเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องมีการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งโลกในยุคต่อไปภาครัฐจะต้องรับบทบาทเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยภาครัฐในฐานะผู้ควบคุมและกำกับดูแล จำเป็นต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงออกกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมากำกับดูแลเทคโนโลยีที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล เทคโนโลยีบล็อกเชน หรืออื่นๆ ที่กำลังเข้ามา 

"ประเทศไทยคงไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามาได้ สิ่งที่ทำได้คือการหาจุดตรงกลางในการปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งในหลายประเทศที่เขาเปิดรับเทคโนโลยีก็ส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถของเขา อย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น"  นายอาร์ตูโร กล่าว

ในอนาคตเราจะเห็นว่า เทคโนโลยีอย่างบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทต่องานบริการสาธารณะมากขึ้น ประชาชนจะติดต่องานกับภาครัฐ โดยผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟนของตัวเอง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนลดลง และผู้ที่ทำหน้าที่คนกลางต่างๆ จะหายไป ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของภาครัฐสมัยใหม่ที่จะต้องวางกฎระเบียบการกำกับดูแล เพื่อควบคุมระบบสังคม เศรษฐกิจให้เป็นระเบียบ ขณะเดียวกันต้องไม่ไปปิดกั้นเทคโนโลยี พร้อมทั้งต้องส่งเสริมเอกชนที่มีความพร้อมให้เขาสามารถเติบโต เป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป  

นอกจากนี้เรื่องของสกุลเงินดิจิทัล ก็จะมีบทบาทมากขึ้น ในอนาคตมความเป็นไปได้ที่แต่ละประเทศจะมีการออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง หรือการแปลงสินทรัพย์กายภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่า จะส่งผลทำให้ประเทศมีความมั่งคั่งมากขึ้น และเมื่อประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ยิ่งส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน  

"รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ อย่างเอสโตเนียก็ ปรับตัวเป็นประเทศดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ มีการทำติดต่องานของภาครัฐ ในรูปแบบออนไลน์ดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น มีความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ ซึ่งเอสโตเนียก็เป็นต้นแบบให้รัฐบาลอีกหลายประเทศดำเนินการตาม"  

ด้านนายคริสโตส คาบอริส Chief Economist andHead of Operation IMD เปิดเผยว่า ปัจจุบันขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ประจำปี  2561 ของไทย อยู่ที่อันดับที่ 39 ของโลก ดีขึ้นจากปีก่อนหน้าสองอันดับ โดยไทยมีจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่สูง มีการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่มีสัดส่วนที่สูง หรือบริการภาคการเงินและธนาคารที่ขแงแกร่ง แต่สิ่งที่ต้อวงปรับตัวอย่างมาก ก็คือ การเพิ่มทักษะความรู้ทางด้านดิจิทัล ให้กับคนในประเทศ รวมถึงระบบการศึกษาที่ยังไม่มีคุณภาพ ส่วนด้านการเตรียมความพร้อม ระบบรัฐบาลดิจิทัล ที่จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว


ถ้ามีการจัดอันดับ "ข่าวน่ารังเกียจแห่งปี"ผมโหวตให้ ข่าว............"นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย"  ที่พยายามทำตัว "เหนือการตรวจสอบ" ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ครองอันดับ ๑!

จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?