จากนี้ไปคนข่าว ควรทำข่าวหมูป่าเช่นไร?


เพิ่มเพื่อน    

      แม้สื่อเทศจะบุกเข้าถึงบ้านหมูป่า ทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะควร ผมยืนยันว่าสื่อไทยซึ่งได้ยึดถือแนวทางอันน่านับถือด้วยการรักษา "ระยะห่างอันเหมาะสม" มาตลอดเหตุการณ์นี้ควรจะต้องรักษาจุดยืนนี้ไว้เพื่อแสดงถึงการเคารพในสิทธิเด็กและความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้ประสบภัยต่อไป

      คนที่ทำงานในวงการนี้มานานพอจะบอกได้ว่าในหลายๆ กรณี สื่อเทศมิได้มีมาตรฐานจริยธรรมดีกว่าสื่อของเราแต่อย่างใด

      โดยเฉพาะการทำงานของสื่อไทยในกรณีถ้ำหลวงครั้งนี้ คนข่าวไทยได้แสดงความพร้อมที่จะสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองความอยากรู้ของสังคมกับการเคารพในสิทธิของเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

      ในสภาวะที่คนทั้งสังคมต้องเคารพในสิทธิของการ "กลับไปสู่ชีวิตปกติ" ของหมูป่านั้น สื่อจะต้องใช้ความคิดความอ่านและความสร้างสรรค์ในการรายงานข่าวและเนื้อหาที่เกี่ยวโยงได้มากมาย โดยไม่ใช้วิธีการเก่าๆ ที่มาในรูปของการจ่อไมโครโฟนไปที่แหล่งข่าวและตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบอะไรใหม่ไปกว่าสิ่งที่คนทั่วไปได้รับทราบแล้ว

      นี่เป็นการท้าทายความสามารถของคนข่าวยุคนี้ที่จะสร้าง "นวัตกรรม" ในการรายงานเนื้อหาที่เติมเต็มจากข้อเท็จจริงที่มาจากหมูป่า

      นักข่าววันนี้ไม่ควรจะคิดแต่เพียงแย่งชิงกันทำข่าว "สกู๊ป" ในรูปแบบเก่าๆ ซึ่งผู้คนทั่วไปหาอ่านได้จากโซเชียลมีเดียในลักษณะ breaking news ที่มีความละม้ายกันเกือบทุกสำนัก

      สิ่งที่จะพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพของคนข่าววันนี้คือ การสร้างความแตกต่างด้วยการเจาะหา  "เนื้อหาเติมเต็ม" ที่เป็นส่วนสำคัญไม่น้อยต่อเรื่องราวของถ้ำหลวงและหมูป่า

      โจทย์ใหญ่สำหรับคนทำสื่อที่ต้องการสร้างความเป็นมืออาชีพในสภาพที่มีความท้าทายเช่นนี้ย่อมอยู่ที่จะต้องตอบคำถามได้ว่า

      จะทำข่าวหมูป่าให้รอบด้านโดยไม่ต้องไปรบกวนวิถีชีวิตปกติของครอบครัวหมูป่าได้อย่างไร?

      นั่นย่อมหมายถึงการใช้ความรู้ความสามารถเจาะหาเนื้อข่าวเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวโยงรายละเอียดการช่วยเหลือหมูป่า, จิตวิญญาณอาสาสมัครที่ได้ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัดในเหตุการณ์ครั้งนี้, แรงบันดาลใจอันใหญ่หลวงที่เกิดในสังคมไทยเพราะความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนไทยและประชาคมโลก...ตลอดถึงการทำให้ความทรงจำของปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ครั้งนี้ฝังแน่นด้วยกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม

      บทเรียนอันทรงคุณค่าที่คนไทยและสังคมโลกได้จากเหตุการณ์ถ้ำหลวงครั้งนี้ก็เป็นอีกหัวข้อที่การ  "ทำข่าวอย่างมีสาระและสร้างสรรค์" ควรจะได้รับความสนใจจากคนทำสื่ออย่างเข้มข้นไม่แพ้ประเด็นอื่นใด

      ถ้าผมเป็นหัวหน้าข่าวสังกัดสื่อใดสื่อหนึ่งวันนี้ ผมจะให้คนข่าวทุกคนระดมสมองนำเสนอประเด็นข่าวที่จะต้องเจาะลึกและติดตาม โดยไม่เพียงแค่คิดว่าการพยายามไปสัมภาษณ์หมูป่าอย่างที่นักข่าวฝรั่งบางสำนัก "ลักไก่" นั้นเป็นวิธีเดียวที่จะติดตามข่าวนี้

      แน่นอนว่า การทำข่าวเกี่ยวกับการคืนสู่ชีวิตปกติของหมูป่าทั้งคณะนั้นย่อมทำได้หลังจากให้เวลาผ่านไประยะหนึ่ง แต่ควรจะเป็นข่าวที่เกี่ยวกับกิจกรรมร่วมของทั้งทีม เช่นรายงานความเคลื่อนไหวให้เห็นว่าเด็กๆ กลับไปซ้อมฟุตบอลอย่างมีความสุขเหมือนเดิม หรือกลับเข้าห้องเรียนร่วมกับเพื่อนๆ แล้ว หรือการบวชให้ "จ่าแซม" เป็นการแสดงถึงความระลึกถึงผู้เสียสละเพื่อพวกเขา เป็นต้น

      ผมเห็นว่าองค์กรสื่อที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมืออาชีพด้านนี้ควรจะต้องจัดให้มีการปรึกษาหารือเพื่อร่วมกันวางหลักการทำงานร่วมกันของสื่อ

      บางคนบอกว่าการคาดหวังให้สื่อจัดระเบียบกันเองอย่างนั้นคงเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นธรรมชาติของการแข่งขันในอาชีพนี้

      แต่นั่นเป็นวิธีคิดแบบดั้งเดิมของคนข่าวในคนละยุคสมัย

      วันนี้สังคมเฝ้ามองการทำหน้าที่สื่ออย่างพินิจพิเคราะห์ และตั้งความหวังไว้ว่าสื่อจะ "ถอดบทเรียน"  จากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างรอบด้านและถ้วนถี่

      การที่วงการนี้ไม่เคยทำอย่างนี้คิดอย่างนี้ ไม่ได้แปลว่าคนที่ต้องการทำหน้าที่สื่ออย่างรับผิดชอบจะไม่คิดฉีกแนวออกไปเพื่อปรับให้เข้ากับมาตรฐานที่สังคมต้องการเห็นจากนี้ไป

      ในบางกรณี เมื่อถึงจังหวะเวลาอันเหมาะควรแล้ว การประสานทำข่าวระบบ "พูล" ของสื่อทั้งทีวี, หนังสือพิมพ์ และออนไลน์เพื่อไม่เป็นการรบกวนครอบครัวหมูป่า (หากมีกิจกรรมของคณะหมูป่าที่สะท้อนถึงการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติสุขได้) ก็น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการยื้อแย่ง "สกู๊ป" จนก่อให้เกิดความสับสนอลหม่านให้แก่เยาวชนและครอบครัวโดยไม่จำเป็น

      เพราะไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการเคารพในสิทธิส่วนตัวของหมูป่าและครอบครัว ไม่ว่าความอยากรู้อยากเห็นของคนข่าวหรือคนบางส่วนของสังคมจะมีมากเพียงใดก็ตาม

      แต่เดิม คนทำสื่อแข่งขันกันด้วยความไว แข่งขันกันว่าใครได้ก่อนใคร และแข่งขันกันขายข่าวที่ร้อนแรงและดราม่ากว่ากัน

      วันนี้ สังคมจะตัดสินคนสื่อบนพื้นฐานของการแข่งขันที่จะมีความรับผิดชอบ, การใช้วิจารณญาณอย่างรอบด้าน, รักษาระยะห่างกันเหมาะควรโดยให้แน่ใจว่า

      ทุกข้อความที่เขียน, ทุกประโยคที่รายงานได้กลั่นกรองความถูกต้องแม่นยำ

      และสำคัญเหนืออะไรอื่นทั้งหมดคือ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"

      ไม่ยากอะไรเลยหากจะแค่ถามตัวเองว่า

      "ถ้าเราเป็นหนึ่งในหมูป่า เราคิดว่าสื่อควรจะปฏิบัติต่อเราอย่างไร"?


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.