ฉุดไม่อยู่! เศรษฐกิจไทยสุดร้อนแรงคลังประกาศขยับจีดีพีเพิ่มเป็น 4.5%


เพิ่มเพื่อน    

ฉุดไม่อยู่! เศรษฐกิจไทยสุดร้อนแรง คลังประกาศขยับจีดีพีเพิ่มเป็น 4.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 4.2% พร้อมฟุ้งมีลุ้นโตไปไกลถึง 5% รับอานิสงค์ปัจจัยขับเคลื่อนหนุนเต็มพิกัด ปลื้มส่งออก ใช้จ่ายลงทุนรัฐ-เอกชนยังแจ่ม รายได้เกษตรทยอยปรับเพิ่ม มองครึ่งปีโตไม่มีแผ่วที่ 4.5%

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 4.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.2-4.8% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 4.2% เนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้ดี และการใช้จ่าย และการลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนภาคเอกชนในประเทศได้มากขึ้น

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวที่ 3.8% จากเดิมที่ 3.5% ได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรที่มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ขณะที่รายได้เกษตรกรเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น ขณะที่มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ยังคาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของครัวเรือนในระยะต่อไป โดยจากข้อมูลพบว่า ในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60-มิ.ย. 61) มีเม็ดเงินจากการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการหมุนเวียนในระบบสูงถึง 3.1 หมื่นล้านบาท

“การปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2561 ครั้งนี้ ยังไม่ได้มีการพิจารณาแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่รัฐบาลเริ่มทยอยออกมา โดยหากอยากให้เศรษฐกิจไทยโตได้เต็มเพดานที่ 4.8% ปัจจัยเสริมต่าง ๆ อาทิ ตัวเลขนักท่องเที่ยวต้องเติบโตได้ 40 ล้านคน อัตราแลกเปลี่ยนต้องอ่อนค่าลง การเบิกจ่ายของภาครัฐ และการลงทุนต่าง ๆ ต้องทำได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยอมรับว่าการที่จีดีพีปีนี้จะเติบโตถึง 5% ก็มีสิทธิที่จะเป็นไปได้ แต่สมมุติฐานทุกอย่างต้องเป็นไปตามทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ทั้งหมด ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ บางครั้งยังมีปัจจัยที่ผันผวนและเราควบคุมไม่ได้ นั่นคือ ปัจจัยภายนอก” น.ส.กุลยา กล่าว

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลเห็นชอบและยังไม่ได้นำมาคิดคำนวณการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2561 ประกอบด้วย โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS7 ของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม (บสย.) วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท จะทำให้มีผู้ประกอบการได้สินเชื่อ 4.3 หมื่นราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 2.4 แสนล้านบาท รวมถึงโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro Entrepreneur วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีผู้ได้สินเชื่อ 1.5 แสนล้านบาท จะทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตร อาทิ โครงการรักษาระดับราคาพืชผลทางการเกษตร ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีกจำนวนมาก ซึ่งยังไม่รวมกับมาตรการพักหนี้เกษตรกร และ การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนภาครัฐ 11.4 ล้านคน ซึ่งยังไม่ได้ความเห็นชอบจาก ครม. ทำให้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและทำให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเท่าไร
น.ส. กุลยา กล่าวว่า ในวันที่ 20 ส.ค. นี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะรายงานตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 2 จากที่ไตรมาสแรกขยายตัวได้สูงถึง 4.8% คาดว่าไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้สูง และทำให้ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4.5%


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"