กกต.ทิ้งทวนคัดผู้ตรวจฯ


เพิ่มเพื่อน    

 ปชป.เอาแน่ ยื่นศาลอาญาเอาผิด “นคร” ฐานหมิ่นประมาทสัปดาห์หน้า เล็งฟัน พ.ร.บ.คอมพ์ซ้ำ ท้าเป็นลูกผู้ชายให้งัดหลักฐานมาเลย "นคร" เย้ยยินดีต้อนรับสู่สมรภูมิ อดีต ส.ส.พท.ตีขลุมคำพูด "สุเทพ" มั่นใจ พท.จะเป็นฝ่ายค้าน สอดรับแผนสมคบคิด "พิชัย" โวยโดน คสช.เรียกรอบที่ 11 "หมวดเจี๊ยบ" โพสต์แฉถูกทหารบุกบ้าน ซัดกดหัว ปชช.ที่ท้าทายเผด็จการ กกต.ทิ้งทวนเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616คน อ้างรอชุดใหม่จะไม่ทัน

    ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 1 สิงหาคม ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดโครงการประชารัฐ สวัสดิการกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นการเมือง หลังจากเมื่อวันอังคารระบุว่า ช่วงนี้จะไม่ตอบโต้ทางการเมืองกับใคร โดยกล่าวเพียงว่า "การเมืองไม่ตอบ ไม่มีเรื่อง" 
    ต่อมา เวลา 14.30 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561    
          โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราชประทานพรแก่นายกรัฐมนตรีว่า ขอให้มีแต่ความสุขกายสบายใจ คิดหวังสิ่งใดขอให้ประสบแต่ความสำเร็จ และนำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561
     ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป. แถลงถึงการดำเนินคดีกับนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรค ปชป. ที่โพสต์ข้อความพาดพิงว่ามีการสมคบเพื่อล้มพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทยว่า แม้ข้อความที่ระบุจะใช้คำว่า "พวกเรา" แต่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีพรรคเดียวที่ยื่นเรื่องให้ยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน คือพรรค ปชป. อีกทั้งสังคมก็เชื่อว่าเป็นพรรค ปชป. และในข้อความที่โพสต์ไปนั้น นายนครไม่ได้เอ่ยถึงพรรคขนาดกลางที่ตัวเองย้ายไปสังกัดล่าสุด ดังนั้นถือว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวของนายนคร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ว่าด้วยหมิ่นประมาท และมาตรา 328 ว่าด้วยหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
    "พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายนครภายในสัปดาห์หน้า ส่วนความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เรื่องการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ทำให้เกิดความเสียหายและตื่นตระหนกกับประชาชนนั้น เราจะพิจารณาและนำเรียนผู้ใหญ่ต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า โดยพรรคจะต้องไปดำเนินการแจ้งความเอง" นายวิรัตน์กล่าว
    นายวิรัตน์กล่าวว่า ที่นายนครอ้างว่ามีหลักฐานที่จะนำมาเปิดเผยในชั้นศาลนั้น ตนไม่กังวล และอยากจะเห็นหลักฐานที่อ้าง กรณีนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นลูกผู้ชายของนายนคร ว่าจะยอมรับหรือไม่ว่าคำว่า “พวกเรา” หมายถึงพรรค ปชป. เพราะการดำเนินการยุบพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยเป็นกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมและตามข้อเท็จจริง ซึ่งในขณะนั้นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ส่งคนมาชี้แจง อยากตั้งข้อสังเกตว่า นายนครออกจากพรรคปชป.ตั้งแต่ปี 2556 และเชื่อว่านายนครเป็นผู้ร่วมลงชื่อให้ยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน รวมทั้งคัดค้านการทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยด้วย จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายนครจึงมาแว้งกัดพรรคเช่นนี้ เพราะออกจากพรรคไป 5-6 ปีแล้ว
     "ยังเชื่อว่านายทักษิณเป็นคนฉลาด คนไหนก็ตามที่เป็นคนทรยศ หักหลัง เชื่อว่านายทักษิณไม่น่าจะเลี้ยงไว้นาน" นายวิรัตน์กล่าว
ตีขลุมแผนสมคบคิด
    ด้านนายนคร มาฉิม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังพรรค ปชป.แถลงจะดำเนินการฟ้องร้องตนที่ทำให้พรรคเสียหาย โดยระบุว่า “สงครามระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการ เริ่มอีกครั้ง ยินดีต้อนรับสู่สมรภูมิครับ”
    นายธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ระบุว่า “พรรค รปช.เป็นรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านแน่นอน” นั้น อดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยต่างมีความเห็นและแสดงถึงคำพูดที่นายสุเทพไปตอกย้ำกับคำพูดของนายนคร มาฉิม อย่างชัดเจน เพราะขณะนี้ยังคงไม่มีการเลือกตั้ง และยังไม่มีการจับขั้วทางการเมืองใดๆ แต่คุณสุเทพออกมาพูดนั้น มีความมั่นใจมาก ทำไมรู้และมั่นใจขนาดนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการสมคบคิดกันอยู่ ซึ่งก็รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่พยายามจะขัดขวางพรรคเพื่อไทย หวังทำลายพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน และยังคงเกี่ยวเนื่องไปถึงการจัดการผู้สมัครในนามของพรรคเพื่อไทยด้วย
     "หลายพฤติกรรมที่พรรค ปชป.ทำนั้นไม่ใช่ปกติวิสัยที่จะเกิดขึ้น ทั้งหมดมีการจัดการและวางแผนมาแล้ว การที่คุณนครออกมาพูด ทำให้รู้ว่ามีขบวนการในการจัดการหรือการสมคบคิด เพียงแค่ก่อนหน้านี้ไม่มีคนในออกมาพูด แต่คนนอกโดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.ของเพื่อไทยนั้นรู้มาโดยตลอด วันนี้เราต้องให้กำลังใจคุณนคร เพราะเป็นการนำเสนอข้อมูลในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายเรื่อง และยอมรับว่าเรื่องดูดอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้นมีจริง มีการข่มขู่ มีการใช้คดีความต่างๆ เข้ามาเจรจาต่อรอง ถึงขั้นการยื่นข้อเสนอในเรื่องของการจัดการเพื่อให้ได้รับชัยชนะ หรือที่เราเรียกว่าโกงการเลือกตั้ง หากยอมย้ายข้าง ผมก็ถูกทาบทามจริง แต่ไม่ได้ตอบรับที่จะเจรจา และถูกคนที่รู้ว่าเป็นใครขอพบ ชักชวน แต่ก็ตอบไปว่าไม่สะดวก" นายธนิกกล่าว
    สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ ในการเดินสายดึงอดีต ส.ส.เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องล่าสุด มีรายงานจากพรรค ปชป.ว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป. ที่ก่อนหน้านี้กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจจะอยู่พรรคเดิม หรือย้ายไปอยู่กับพรรครวม รปช. หรืออาจไปอยู่กับพลังประชารัฐนั้น ขณะนี้เจ้าตัวตัดสินใจเเล้ว โดยให้จับตาว่านายพุทธิพงษ์จะประกาศย้ายไปร่วมงานกับพลังประชารัฐ ในการจัดประชุมวิสามัญพรรคพลังประชารัฐ ที่อิมเเพ็ค เมืองทองธานี ปลายเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะมาในส่วนเดียวกันกับนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป. และอดีตแกนนำ กปปส. ที่ได้รับการเเต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. หลังจากเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
แม้วยังมั่นใจ พท.ชนะ
    มีรายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า คณะ ส.ส.ภาคเหนือ อีสาน ที่ได้เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ในงานวันเกิดครบ 69 ปี ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการร่วมแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์การเมืองทั่วไป นายทักษิณยังมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค พท.ยังจะได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากการบริหารงานรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ทำให้ภาวะเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น จะกลายเป็นคะแนนเสียงให้ทางพรรค เรื่องอดีต ส.ส.ย้ายออกจากพรรคเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ไม่ได้ห่วง ทางพรรคคงน่าจะเตรียมความพร้อมผู้สมัครคนใหม่ไว้อยู่แล้ว เรื่องผู้นำหรือหัวหน้าพรรคนั้น ท่านไม่ได้ระบุถึงใครเป็นพิเศษ ยังมีเวลา ไม่ต้องรีบ รอให้ปลดล็อกทางการเมืองก่อน แล้วค่อยมาว่ากันอีกครั้ง 
    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรค พท. เปิดเผยว่า ได้รับหมายเรียกจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 26 ก.ค.2561 ให้ไปรายงานตัวที่ กก.3 บก.ปอท. ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.00 น. โดยผู้กล่าวหาคือ คสช. โดย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งกล่าวหาว่านำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
    นายพิชัยกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าโดนกล่าวหาในเรื่องใด เพราะทุกเรื่องที่ได้เสนอต่อสาธารณะ เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้มาโดยตลอด และไม่เข้าใจว่าขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว เหตุใดจึงยังใช้วิธีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หากพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล จะมีนโยบายที่จะต้องแก้ไข พ.ร.บ คอมพิวเตอร์นี้ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อีกทั้งปรับปรุงแก้ไขให้เป็นสากลในทุกด้าน ตนได้มอบให้ทนายความ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ประสานงานกับ บก.ปอท. ในเรื่องดังกล่าว 
    นายพิชัยถูกเรียกครั้งนี้เป็นรอบที่ 11 เรียกไปปรับทัศนคติ 8 ครั้ง หมายเรียกจากตำรวจ 3 ครั้ง โดยนายพิชัยมีชื่อและปรากฏภาพไปร่วมงานฉลองวันเกิดกับ นายทักษิณ ชินวัตร หลังกลับมาจากกรุงลอนดอน 
     ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ออกแถลงการณ์กลุ่ม “อนาคตใหม่” กรณีพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพยานมายังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายไกลก้อง ไวทยการ และ น.ส.จารุวรรณ ศรันย์เกตุ ในคดีระหว่างคสช. โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ กับผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ “อนาคตใหม่-The Future We Want” กับพวก ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเนื้อหาของบันทึกวิดีโอเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2561 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (2) 
    โดยระบุว่า การกระทำของนายธนาธรและพวกรวม 3 คน เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายจะคุ้มครอง ผลพวงของรัฐประหาร อันได้แก่ บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำที่มุ่งต่อผลในทางกฎหมายที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ตลอดจนบรรดาคดีความอันเกิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมืองของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีภายใต้ระบอบเผด็จการดังกล่าว จะต้องถูกลบล้างออกไปเพื่อฟื้นคืนหลักนิติรัฐ-ประชาธิปไตยให้แก่ระบบกฎหมาย 
เจี๊ยบโวยทหารบุกบ้าน
    นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปกป้องกรณีแอดมินเพจของพรรคอนาคตใหม่ถูกดำเนินคดี โดยประณามการกระทำซ้ำซากของ คสช. ในการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือจัดการกับผู้เห็นต่างและฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และให้กำลังใจนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ในการต่อสู้กับความอยุติธรรม  
    วันเดียวกัน เวลาประมาณ 17.00 น. ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อสักครู่ มีทหารแต่งกายนอกเครื่องแบบจำนวน 2 นาย บุกมาที่บ้านของเจี๊ยบ โดยหนึ่งในนั้นอ้างตัวว่าเป็นนายทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1 โดยโชว์บัตรประจำตัวข้าราชการให้ รปภ.ดู ในบัตรระบุว่า ชื่อ “พันเอก อนุวัฒน์” แถมยังบอกว่าตัวเองเป็นลูกน้องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกด้วย ก็สงสัยว่าแล้วทำไมจึงไม่แต่งเครื่องแบบ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยังอยู่ในวันเวลาทำการของราชการ ที่สำคัญการบุกมาที่บ้านพักส่วนตัวของนักการเมืองที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลเผด็จการ ทั้งยังเป็นนักการเมืองสตรีอีกด้วยนั้น มันคือหน้าที่ของชายชาติทหารงั้นหรือ? 
    "ไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างมาตลอดไงว่าไม่เคยใช้เจ้าหน้าที่หรือกลไกของรัฐเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจและปิดปากคนคิดต่าง แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันต้องเรียกว่าอะไรดีนะ? ก็ไม่ทราบว่า ทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับชายฉกรรจ์ 2 คน ที่เคยเดินทางตามประกบเจี๊ยบเมื่อสองสัปดาห์ก่อนรึเปล่า เพราะเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่เจี๊ยบเดินทางไปดูงานที่ ป.ป.ช. ฝั่งตรงข้ามกับตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก็ปรากฏว่ามีกลุ่มชายหัวเกรียน มานั่งเฝ้ารถยนต์ของเจี๊ยบอยู่ที่ลานจอดรถของ ป.ป.ช.เช่นกัน" 
    ร.ท.หญิงสุณิสาระบุว่า พวกเราส่วนใหญ่ไม่คิดจะท้อถอย การส่งเจ้าหน้าที่ไปข่มขู่คุกคามคนที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คือสัญลักษณ์ของการกดขี่และกดหัวประชาชนไม่ให้ลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจเผด็จการ แต่จงเชื่อเถิดว่า ต่อให้ปิดปากคนวิจารณ์ได้หนึ่งคน ก็ไม่ทำให้ชาวบ้านมองตะกวดเป็นจระเข้ขึ้นมาได้หรอก
     นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ว่า ในส่วนของแกนนำ นปช. มีการนัดหมายและเตรียมเดินทางไปรอรับนายจตุพรที่หน้าเรือนจำ แต่ต้องรอดูว่าทางเรือนจำจะมีการปล่อยตัวนายจตุพรในช่วงเวลาไหน เพราะตามระเบียบสามารถปล่อยนายจตุพรได้ตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป แต่หากไม่ทราบเวลาที่แน่นอนในการปล่อยตัว แกนนำได้นัดหมายกันที่บ้านของนายจตุพร เพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นการเลี้ยงรับขวัญนายจตุพร และยังมีการเตรียมอาหารไว้รองรับมวลชนที่ต้องการมาให้กำลังใจนายจตุพรไว้จำนวนหนึ่งด้วย
ทิ้งทวนเลือก 616 ผู้ตรวจฯ
    ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งผลการประชุมคัดเลือกประธานกกต. ที่นายอิทธิพร บุญประคอง ได้รับเลือกเป็นประธาน กกต. จากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของว่าที่ กกต. 5 คน เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป คาดว่าอย่างเร็วน่าจะเป็นวันที่  3 ส.ค.นี้ หรืออย่างช้าในสัปดาห์หน้าจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ ส่วนการสรรหา กกต.ที่เหลืออีก 2 คนนั้น จะให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อนัดวันประชุมคณะกรรมการสรรหา กกต.อีก 2 คนที่เหลือ จะพยายามเร่งให้ประชุมคณะกรรมกากรสรรหาฯ ในสัปดาห์หน้า 
    นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวแสดงความยินดีกับนายอิทธิพร ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธาน กกต.คนใหม่ โดยเชื่อว่านายอิทธิพรและ กกต.อีกคนจะสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา 
    ประธาน กกต.เปิดเผยถึงการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้มีการพิจารณาคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งการพิจารณาคัดเลือกใช้เวลานาน เพราะต้องดูในหลายเรื่อง ยืนยันว่าไม่ได้เรื่องดำเนินการพิจารณา ทั้งที่กำลังจะมี กกต.ชุดใหม่เข้าทำหน้าที่ เพราะเราเห็นว่าถ้าจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า หากรอให้ชุดใหม่มาคัดสรรอาจจะดำเนินการไม่ทัน เนื่องจากตามกระบวนการ เมื่อได้รายชื่อแล้วจะต้องมีการส่งไปยังจังหวัด เพื่อปิดประกาศรายชื่อ เปิดโอกาสให้มีการคัดค้าน ถ้าพบว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เช่น ไม่เป็นกลางทางการเมือง ก็ต้องมีการคัดเลือกใหม่ ก่อนจะพ้นจากหน้าที่เราต้องทำความดี อันไหนเป็นประโยชน์บ้านเมืองเราก็ต้องทำ อย่าไปมองอะไรในแง่ร้าย 
    มีรายงานงานว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัดแล้ว จากบัญชีที่แต่ละจังหวัดคัดเลือกส่งมาจังหวัดละ 16 คน เพื่อให้ กกต.กลางพิจารณาเลือกให้เหลือจังหวัดละ 8 คน รวม 616 คน อย่างไรก็ตาม ยังถูกตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสม เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันทราบดีอยู่แล้วว่ามี 5 ว่าที่ กกต.แล้ว รวมทั้งก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยวางแนวปฏิบัติไว้ว่าจะดำเนินการเพียงขั้นตอนการรับสมัคร แล้วให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้คัดเลือก ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เกษียญอายุจากสำนักงาน กกต. และบางคนเป็นผู้ตรวจที่กำลังจะเกษียณอายุ รวมทั้งบุคคลที่รู้จักใกล้ชิดกับ กกต.ทั้ง  4 คน 
    นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวแนะนำการทำงานของ กกต.ชุดใหม่ว่า ต้องตื่นตัว ใช้เครื่องมือสื่อสารไอทีให้ทันสมัยกับโลกปัจจุบัน โดยจำเป็นต้องมีแผนก กกต.ไซเบอร์ เพราะปรากฏการณ์ยืนปราศรัยบนเวทีน่าจะน้อยลง แต่จะหันไปใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารมากขึ้น จึงอยากให้ กกต.มีทีมงานดูแลเฉพาะทาง เพื่อให้รู้เท่าทันและจัดการการได้เปรียบเสียเปรียบทางโซเชียลมีเดีย
    เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ห้องบอลรูม บี 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งระหว่างปาฐกถาหัวข้อ "อนาคตประเทศไทยของพวกเราทุกคน" ในงาน ฉลองครบรอบ 72 ปี บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด(มหาชน) ว่า  ถ้าจะเข้ามาเป็นนักการเมืองต้องบริสุทธิ์ใจ ให้ประชาชนไว้วางใจ วันนี้เราต้องการคนรุ่นใหม่ ตนเชื่อมั่นรัฐมนตรี เชื่อมั่นรัฐบาล เพราะทุกคนเข้ามาไม่ได้หวังอะไร ตนไปเชิญเขามาเอง บางคนไม่เข้ามาด้วยซ้ำ เพราะเขาทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง 
     "ผมบอกแล้วไม่ยุ่งกับกระบวนการยุติธรรม ท่านต้องทำหน้าที่ของท่าน เพราะเป็นหนึ่งในอำนาจที่สำคัญ บริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ ถึงแม้ผมจะมีมาตรา 44 ผมก็ไม่ใช้กับทางโน้นเขา เพราะให้เกียรติ และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะกระบวนการยุติธรรม จะถูกจะผิดก็ไม่รู้"
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "พวกเราทุกคนจะต้องร่วมมือและช่วยกัน อย่าทำหรือคิดที่จะทำให้เกิดความเสียหายให้เกิดขึ้นอีก จะเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งอย่างไร มันก็ต้องเลือกของมันอยู่แล้ว ปีหน้าก็ต้องเลือกอย่างไรก็ต้องเลือก เว้นแต่มันจะตีกันจนเลือกไม่ได้ หรือจะตีกันแล้วก็เลือกตั้งกันไป เลือกก็เลือกซิ คราวก่อนก็ตีกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ผมก็หวังว่ามันจะไม่มีเกิดขึ้นอีก เพราะผมก็ไม่ได้จะอยากให้เลือกตั้ง อยากจะเลือกก็เลือกกันไป".


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน