การเมืองเรื่อง 'หิมะถล่ม'


เพิ่มเพื่อน    

    พรรคการเมืองหนึ่งบอกว่าเลือกตั้งครั้งใหม่นี้จะได้ชัยชนะท่วมท้น ไม่ใช่เพียงแค่ landslide แต่จะเป็นแบบ avalanche (อ่านว่า อะวาแลนช์)
    คำแรกแปลว่า "แผ่นดินถล่ม" คำหลังคือ "หิมะถล่ม"
    มีคนถามผมว่ามีความต่างกันอย่างไร? และการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีปรากฏการณ์ "ถล่มทลาย"  อย่างนี้จริงหรือ?
    ผมตอบคำถามหลังก่อน บอกว่าผมไม่ทราบว่าเลือกตั้งคราวหน้าพรรคไหนจะชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดไหน แต่ที่รู้แน่ๆ คือมีปัจจัยใหม่ๆ หลายประการที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะประเมินว่าผลเลือกตั้งจะออกมาในแนวทางไหน
    เพราะปัจจัยใหม่ๆ นี่แหละจะมีอะไรแปลกๆ ให้เราเห็น และบางเรื่องบางราวอาจเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
    ใครที่ยังใช้วิธีการวิเคราะห์หรือประเมินแบบเก่าอาจจะต้องทำใจเอาไว้ว่า คำทำนายทายทักวันนี้อาจผิดเต็มประตูเลยก็ได้
    เช่นที่ใครคิดว่าสามารถ "ดูด" อดีต ส.ส.จากพรรคอื่นแล้วเท่ากับเพิ่มโอกาสที่พรรคตัวเองจะได้ที่นั่งเพิ่มตามสถิติเก่าๆ นั้นอาจกำลังประเมินสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงพอสมควร
    เพราะไม่มีอะไรรับรองว่าคนที่เคยได้รับเลือกตั้งครั้งก่อนๆ จะรักษาเก้าอี้ในเขตเดิมได้แน่นอน 
    อีกทั้งไม่มีใครยืนยันได้ว่าผู้ใช้สิทธิ์จะใช้ข้อพิจารณาเดิมในการเลือกผู้ที่จะเข้าไปเป็นตัวแทนของเขา
    เพราะปัจจัยใหม่หลายเรื่องที่อาจพลิกผันสถานการณ์และภาพการเมืองไทยในปีหน้าได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจได้
    ต้องไม่ลืมว่าไทยไม่มีการเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี อะไรต่อมิอะไรได้เปลี่ยนแปรไปทั้งในระดับที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและที่อยู่ใต้ผิวน้ำ ไม่ปรากฏเด่นชัด แต่อาจมีพลังสร้างความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนคาดไม่ถึง
    ปัจจัยของคนไทยที่มีโอกาสใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งแรก 7-8 ล้านคนก็ไม่ควรจะถูกมองข้าม หากจะประเมินว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นไปตามครรลองเก่าหรือไม่
    หลายคนคัดค้านเงื่อนไขหลายข้อในรัฐธรรมนูญใหม่ แต่หากเดินหน้าตามกฏกติกาที่เห็นกันอยู่ขณะนี้ การกาบัตรและผลการนับคะแนนอาจทำให้การคาดการณ์ผลการเลือกตั้งในเขตต่างๆ แตกต่างไปจากวิธีการประเมินแบบเดิมๆ
    กติกาว่าด้วยการ "เลือกตั้งเบื้องต้น" หรือ primary vote ที่กลายเป็นวิธีการกลั่นกรองตัวแทนของพรรคการเมืองที่จะเสนอให้ประชาชนเลือกแบบใหม่เอี่ยมอ่อง จะมีผลต่อการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใดยังเป็นคำถามใหญ่
    ประกอบกับวิธีนับคะแนนจากการกาบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ กับการคำนวณคะแนนเพื่อกำหนดจำนวน ส.ส.ในบัญชีรายชื่อหรือ party list จะทำให้การคาดคะเนว่าพรรคไหนจะได้ที่นั่งเท่าไหร่เป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญกันใหม่กันเลยทีเดียว
    อีกทั้งต้องไม่ลืมว่านี่จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่มีการใช้ social media ในการหาเสียงและนำเสนอนโยบายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา 
    ต้องไม่ลืมวิเคราะห์อิทธิพลของโซเชียลมีเดียต่อการเลือกตั้งในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงในเพื่อนบ้านของเราที่ผ่านมา
    การใช้โซเชียลมีเดียสามารถเจาะไชเข้าไปถึงแต่ละกลุ่มบุคคลในสังคมอย่างกว้างขวาง และอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับการตัดสินใจของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้อย่างเกินความคาดหมายได้
    ต้องไม่ลืมว่าเมื่อมีการใช้สื่อสังคมในทุกรูปแบบแล้ว วิธีการสร้างข่าวปลอม ปล่อยข่าวเท็จหรือที่เรียกว่า fake news เพื่อทำให้เกิดกระแสโอนเอียงไปยังผู้สมัครใด พรรคไหนทั้งทางบวกและทางลบ จะเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทั้งสังคมต้องจับตาและตรวจสอบอย่างรอบด้าน
    หากมีการใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์แบบ Analytics เพื่อผลักดันให้ผลการเลือกตั้งไปทางใดทางหนึ่งอย่างไม่ชอบมาพากล มีคำถามว่าผู้รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกรรมการการเลือกตั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น จะมีความพร้อมในการตั้งรับนวัตกรรมของการกำหนดทิศทางการตัดสินใจของประชาชนที่ทั้งน่าสนใจและน่ากังวลมากน้อยเพียงใด
    หากการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้เป็นการแข่งขันกันในด้านตัวบุคคลว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป การแข่งขันจะดุเดือดไปทางหนึ่ง
    แต่หากประเด็นสำหรับการตัดสินใจของประชาชนอยู่ที่นโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอ ทั้งพรรคใหม่และเก่า ทั้งเล็กและใหญ่ การแข่งขันจะอยู่ที่ "ประชานิยม" แบบเก่ากับ "รัฐสวัสดิการ" แบบใหม่ที่จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
    หรือหากการแข่งขันอันแหลมคมเกี่ยวโยงกับทั้งตัวบุคคลและนโยบายในสังคมยุคใหม่ ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นการประลองกำลังกันในทุกรูปแบบ
    และในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งนี้จะมีเรื่อง "เกินความคาดหมาย" ได้มากมายหลายด้านหากสมการเปลี่ยนแปรไป เช่น
    ถ้าชนชั้นกลางเบื่อหน่ายการเมืองแบบเก่าๆ ต้องการการเมืองคุณภาพ
    ถ้าคนรุ่นใหม่ตัดสินใจรวมตัวกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการฉีกแนวการลงคะแนนเสียง
    ถ้าเกิดกระแสไม่เอาทหาร
    ถ้าเกิดกระแสไม่เอานักการเมืองน้ำเน่า
    ถ้าเกิดกระแสความไม่พอใจสั่งสมถึงจุด "กาบัตรพลิกแผ่นดิน"
    หากเป็นเช่นนั้นคำว่า Avalanche หรือ "หิมะถล่ม" แทนเพียง Landslide หรือ "แผ่นดินถล่ม" ก็อาจจะกลายเป็นความจริงได้
    แต่ที่สำคัญคือ "หิมะจะถล่มฝั่งไหน" เท่านั้นเอง!


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.