ถนนคนเดินตรอกโรงยา อุทัยธานี


   

(บ้านไม้ที่ยังคงสภาพเหมือนในอดีต)

    จังหวัดอุทัยธานี ถือได้ว่าเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี มีเมนูอาหารเลื่องชื่อมากมาย อุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ แต่ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่กลับเรียบง่าย และด้วยระยะทางที่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ผู้ที่โหยหาความเงียบสงบ ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน อุทัยธานีจึงเป็นทางเลือกที่ดีไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

(ถนนคนเดินตรอกโรงยาด้านหน้า)

    แต่ในวันนี้จะพาไปเที่ยวที่ถนนคนเดินตรอกโรงยา เมืองอุทัย ที่เปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. ถนนคนเดินตรอกโรงยาเป็นย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ แต่ถูกพลิกโฉมให้มีชีวิตชีวา กลายเป็นย่านค้าขายอีกครั้ง สมัยก่อนตรอกแห่งนี้เคยเป็นชุมชนผู้อพยพชาวจีนได้เข้ามาอยู่อาศัย และยังเป็นแหล่งสูบฝิ่นอย่างถูกกฎหมาย ทำให้การค้าขายพลอยคึกคักไปด้วย ต่อมามีการประกาศยกเลิกการสูบฝิ่นในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้ตลาดซบเซา ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นก็เริ่มอพยพออกไปหางานต่างถิ่นกัน

(ร้านทำมีด จากฝีมือจากช่างผู้ชำนาญ)

    ปัจจุบัน ทางจังหวัดอุทัยธานีได้ฟื้นฟูปัดฝุ่นถนนคนเดินตรอกโรงยา พร้อมกับจัดแถลงข่าวโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี แอ่งเล็ก...เช็คอิน จังหวัดอุทัยธานี หนึ่งในโครงการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวคิดการพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ โดยการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ โดยมีพื้นที่ 8 อำเภอ 35 หมู่บ้าน ณ ถนนตรอกโรงยา อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นพื้นที่เป้าหมาย

(กาลเวลาเปลี่ยน แต่บ้านยังคงอยู่)

    สมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า วัตถุประสงค์ก็เพื่ออยากให้จังหวัดอุทัยธานีที่มีวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาที่สืบทอดมาแต่โบราณ อย่างเรื่องของอาหาร การทอผ้า หรือการแปรรูปต่างๆ ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยวางเป้าหมายไว้ 5 ประการ ได้แก่ 1.การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว 2.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก ส่งเสริม พัฒนาเสน่ห์ ประเพณีวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ชุมชน 3.การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว 4.เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น และ 5.การส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยว ผ่านการทำงานของชาวบ้านในชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้พัฒนาสินค้า นำไปสู่การเพิ่มพื้นที่ท่องเที่ยว

(แดดจะร้อนแต่คนก็ทยอยเข้ามาไม่หยุด)

    บรรยากาศถนนคนเดินตรอกโรงยาในช่วง 4 โมงเย็น แสงแดดยังแรง บ้านไม้ของคนในชุมชนยังคงมีสภาพเหมือนเมื่อครั้งในอดีต ชาวบ้านที่เป็นพ่อค้าแม่ขายเริ่มทยอยนำของที่จะขายมาตั้งร้านริมทางเดิน ซึ่งมีทั้งเปิดขายกันหน้าบ้าน ปูผ้าขายแบกะดินกันบนถนน ซึ่งมีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม กิ๊ฟช็อปหรือของฝากนานาชนิดมากมาย

(ชาวบ้านนั่งขายของริมทางเดิน)

    และแน่นอนว่าต้องมีสินค้าโอท็อปที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านมาตั้งขายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกช็อป ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ หรือภูมิปัญญาชาวในการนำไม้ตาลมาทำเป็นอุปกรณ์ดัดขาคลายปวดเมื่อย อาหารอย่างแกงบอน แกงนอกหม้อ หรือแหนมปลาแรด ของขึ้นชื่อของเมืองอุทัย พูดถึงปุ๊บกลิ่นหอมๆ ตอนทอดเสร็จใหม่ๆ ยั่วความอยากให้เข้าไปชิม
    วันเพ็ญ นาทอง เป็นประธานกลุ่มเลี้ยงปลาแรด บอกว่า ปลาแรดที่นี่เลี้ยงในกระชัง นำมาทำเป็นแหนมจะทำให้เนื้อหวานนุ่มอร่อย ไม่มีกลิ่นสาปของโคลน ถ้าจะให้ดีก็ต้องกินแกล้มกับผักจะได้ตัดเปรี้ยวด้วย มีเป็นแพ็กให้ซื้อกลับไปทานที่บ้านในราคาเพียง 60 บาท มีจำหน่ายตลอดที่ศูนย์ฝึกอาชีพวงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
    จากของคาว ปลาแรดยังถูกนำมาแปรรูปทำเป็นของว่าง ชื่อว่า ถุงเงินถุงทอง ที่ทำจากเนื้อปลาแรดขูดเน้นๆ ปรุงรสให้พอดีห่อกับเกี๊ยว จับจีบเป็นรูปถุง ทอดจนเหลืองน่าทาน หรือจะซื้อปลาร้าที่ทำจากปลาแรดก็มีขาย เรียกได้ว่ามีหลากหลายเมนูทีเดียว

(โรงสูบฝิ่นที่กำลังถูกพัฒนา)

    เผลอแป๊บเดียวถนนคนเดินก็เริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ เดินไปเพลินๆ จนถึงกลางซอย ภาพวาดบนกำแพงที่เน้นสีม่วงเด่นชัดจนทำให้เราต้องเดินเข้าไปดู ซอยเล็กๆ นี่เองคือ โรงยาฝิ่นในอดีตที่ได้รับการบูรณะแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ในอนาคต นำเสนอเรื่องราวของชุมชนแห่งนี้ในอดีต ที่มาของฝิ่น และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนสองวัฒนธรรม ไทยและจีน

(บ้านนกเขา ของเก่าบอกเล่าอดีต)

    เดินไม่ทันทั่ว ขาทั้งสองก็เริ่มทำท่าจะไม่ไหว เราจึงมานั่งพักที่บ้านนกเขา ที่มีของเก่าๆ มาวางให้ชมเต็มหน้าบ้าน "ลุงนกเขา" รองประธานถนนคนเดินตรอกโรงยา เล่าให้ฟังว่า บ้านที่เห็นและมีของเก่าๆ วางอยู่เต็มไปหมดนี้ ใช้งานจริงๆ ของทุกชิ้นลุงเริ่มเก็บสะสมมาตั้งแต่หนุ่มๆ ด้วยความคิดที่ว่ากาลเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ๆ จะไม่มีโอกาสเห็นของพวกนี้ หรือคนที่ผ่านมาตรอกโรงยาและของพวกนี้ยังทำให้กหวนนึกถึงอดีตอีกด้วย ของสะสมที่ว่ามีทั้งของไทย จีน หรือแม้กระทั่งหุ่นละครชักของพม่าที่มีอายุกว่า 100 ปี

(ร้านขายของเล่นโบราณ)

    "พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของที่ตรอกโรงยาต้องเป็นคนจังหวัดอุทัยธานีเท่านั้น ที่นีเราจะไม่เปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ที่เคยเป็นมาเพื่อนักท่องเที่ยว แต่เราจะให้นักท่องเที่ยวมาเพื่อเรียนรู้และสัมผัสกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชน" ลุงนกเขาบอกเล่าจุดยืนของชุมชน

(มุมวาดรูปรอพ่อแม่เดินถนน)

    ไม่ได้มีแต่ของที่ขายเท่านั้น ที่ตรอกโรงยายังมีกิจกรรมวาดภาพระบายสีให้เด็กๆ ได้ทำระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่จ่ายตลาดอีกด้วย เดินซื้อของจนเต็มสองมือ แวะทานจนท้องอิ่ม ก็ได้เวลาโบกมือลาถนนแห่งนี้เสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดช่วงสั้นๆ หรือได้หยุดยาว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเติมพลังกันที่เมืองอุทัยฯ ก็เข้าท่าดีนะ.


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'