''บิ๊กตู่'' ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม. ในมือ สนช.


เพิ่มเพื่อน    

      ทันทีที่รายชื่อผู้จะเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) 7 คน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมปรากฏออกมา ทั้งข่าวในหน้าสื่อ ตามมาด้วยเสียงวิเคราะห์วิจารณ์จากสังคม รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ประสานเป็นเสียงเดียวกันในทำนองว่า เอ็นจีโอเข้ามาเกินครึ่ง

      แถมตั้งประเด็นว่า 1 ใน 7 คนนั้น มีเอ็นจีโอหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ นางสมศรี หาญอนันทสุข มีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารชีวิต จะมีความเหมาะสมกับการที่ สนช.จะต้องพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบไปเป็น กสม.หรือไม่

      ตรวจสอบรายชื่อ 7 ว่าที่ กสม.ที่ผ่านคณะกรรมการสรรหา พบว่า มี 4 คนเป็นเอ็นจีโอและนักกิจกรรมทางสังคม นอกจากนางสมศรีแล้ว ก็มีนายไพโรจน์ พลเพชร, นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และนายสุรพงษ์ กองจันทึก

      ส่วนอีก 3 คนที่ไม่ได้เป็นเอ็นจีโอ ได้แก่ นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และ น.ส.พรประ ไพ กาญจนรินทร์

      ประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกแถลงกันอย่างเคร่งเครียดก็คือ การมีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารของนางสมศรี และอาจมีว่าที่ กสม.คนอื่นๆ ด้วยนั้น เป็นสาระสำคัญต่อการให้ความเห็นชอบของ สนช.เพื่อส่งให้ไปเป็น กสม.หรือไม่

      เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มี 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต และนางสมศรีได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการลงโทษประหารชีวิต

      เหตุการณ์แรก วันที่ 18 มิถุนายน เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางได้ประหารชีวิตด้วยการฉีดยานักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ ข้อหาฆ่าผู้อื่น (นักเรียนชาย ชั้น ม.5) ที่จังหวัดตรัง อย่างทารุณโหดร้าย ใช้มีดแทง 24 แผลเพื่อชิงทรัพย์

      เหตุการณ์ที่สอง วันที่ 24 มิถุนายน ตำรวจจับกุมนายธนกฤต ประกอบ หรือ วุธ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.เมย์ อายุ 24 ปี อดีตอดีตแฟนสาว โดยใช้ค้อนทุบศีรษะ หั่นศพใส่กระสอบปุ๋ยแล้วนำไปโยนทิ้งในป่าซอยสามวา

      บิดาและญาติผู้ตายรวมทั้งกระแสสังคมเห็นว่าเป็นพฤติกรรมการที่โหดเหี้ยม สมควรลงโทษประหารชีวิต

      การลงโทษด้วยการประหารชีวิตเป็นประเด็นร้อนทุกครั้งเมื่อมีเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์และตำรวจจับคนร้ายได้ เช่น ฆ่าข่มขืน ฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าเพราะหึงหวง ฯลฯ โดยฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ ครอบครัว ญาติพี่น้องและสังคม เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต

      อีกฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ นักสิทธิมนุษยชนหรือเอ็นจีโอบางส่วน องค์การนิรโทษกรรมสากล เห็นว่าไทยควรยกเลิกโทษประหาร

      แต่กระแสของฝ่ายแรกที่ถือหลัก คนทำให้คนอื่นตาย ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อไว้ จะมีน้ำหนัก ได้รับการยอมรับมากกว่า

      แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็แสดงทัศนะอย่างชัดเจนให้คงโทษประหารชีวิตเอาไว้ โดยได้กล่าวเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา กรณีองค์กรระหว่างประเทศออกมาเรียกร้องให้ไทยยกเลิกโทษประหารชีวิต หลังกรมราชทัณฑ์แถลงข่าวได้ประหารชีวิตนักโทษ คดีฆ่าชิงทรัพย์

      โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นกฎหมายของเราที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ตอนที่มีการพิจารณาว่าจะยกเลิกโทษประหารหรือไม่นั้น เสียงประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า เห็นควรให้มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันมีคดีร้ายแรงหลายๆ คดีเกิดขึ้น การมีโทษประหารก็เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเพื่อเป็นบทเรียนสอนใจ ซึ่งเป็นเรื่องความจำเป็นของเราและความต้องการของประชาชน     

      เมื่อไปตรวจสอบท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะไม่ปลื้มกับเอ็นจีโอสักเท่าไหร่ ตลอด 4 ปีเศษที่ผ่านมา เอ็นจีโอได้แสดงออกในหลายรูปแบบ ทำให้หลายโครงการของรัฐบาลต้องสะดุดหยุดลง

       เราอย่าไปคิดอะไรที่แบบตกขอบ มองข้ามประเด็นส่วนรวม อะไรที่เป็นวาระแห่งชาติ อะไรเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย เราก็จะต้องมีบทบาทร่วมกัน ในการช่วยส่งเสริม ช่วยตรวจสอบแก้ผิดให้เป็นถูก หาทางออกร่วมกัน ถ้าโจมตีอย่างเดียว....เราอย่าทำตัวกันเป็นจระเข้ขวางคลอง หรือไม่ก็ปิดหู ปิดตา คัดค้านตลอดเวลา โดยไม่ชั่งน้ำหนัก"  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ในรายการศาสตร์พระราชา

       การคัดค้านโทษประหารชีวิตเป็นประเด็นหนึ่งที่ สนช.คงจะพิจารณาว่า จะยอมรับกรรมการสิทธิฯ ที่มีทัศนคติเช่นนี้หรือไม่.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.