
“เอ็กซิมแบงก์” โอดสงครามการค้ากระทบส่งออกไทยครึ่งปีหลังแผ่ว เหลือโตแค่ 7% แนะผู้ประกอบการไทยเร่งปรับตัวหันลงทุนในประเทศที่ไม่ถูกพิษกำแพงภาษี พร้อมคลอด 2 สินเชื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวนในตลาดการค้าโลก
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังจับตาผลกระทบจากสงครามโลกที่มีต่อผู้ส่งออกไทยอย่างใกล้ชิด โดยยอมรับว่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะชะลอตัวลงเหลือเติบโต 7% ต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่ขยายตัวเกิน 10% เนื่องจากครึ่งปีแรกผู้นำเข้ามีการสั่งสินค้าจากไทยเข้าไปสต็อกล่วงหน้าจำนวนมาก โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้า ที่จะมีการขึ้นภาษีในภายหลัง
ทั้งนี้ ธนาคารยังได้คุยกับผู้ประกอบการไทย เพื่อติดตามผลกระทบระยะยาว รวมถึงแนะแนวทางในการปรับตัว เพราะต่อไปหากสหรัฐฯ มีการตั้งกำแพงภาษีที่สูงขึ้นอีกกลับกลุ่มประเทศที่เกินดุลสหรัฐฯ ไทยก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทางผู้ประกอบการอาจต้องการปรับตัวด้วยการหันไปลงทุนผลิตสินค้าในประเทศที่ไม่ถูกตั้งกำแพงภาษี หรือถูกกีดกันการค้าน้อยแทน
อย่างไรก็ตามเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนจากการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้น ธนาคารได้ออกสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขาย 50-500 ล้านบาท 2 โครงการ ได้แก่ สินเชื่อเอ็กซิมเพื่อธุรกิจขนาดกลาง เป็นเงินหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออก วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรกขั้นต่ำที่ 4.25% ต่อปี ปีสอง 4.75% ปีที่ 3 เป็นต้นไปเป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมให้วงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หลักประกันขั้นต่ำ 35% และบุคคลค้ำประกัน
ส่วนอีกโครงการเป็น สินเชื่อรับซื้อตั๋วเพื่อธุรกิจขนาดกลาง ใช้หมุนเวียนหลังการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรกขั้นต่ำ 4.25% ต่อปี ปีที่สอง ขั้นต่ำ 4.75% หลังจากนั้นเป็นไปตามมาตรฐานธนาคาร พร้อมวงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า สูงสุด 3 เท่าของวงเงินสินเชื่อ ใช้หนังสือค้ำประกันของ บสย.และบุคคลค้ำประกัน หรือหลักประกันขั้นต่ำ 30% และบุคคลค้ำประกัน ทั้งสองบริการนี้มีระยะเวลาอนุมัติตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนก.ค.62 มีเป้าหมายอนุมัติวงเงินรวม 3 พันล้านบาท ช่วยเหลือผู้ส่งออกได้ 100-200 ราย
สำหรับผลดำเนินการของธนาคารช่วง 7 เดือน ของปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อไปได้แล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มยอดสินเชื่อคงค้างให้ได้ตามเป้าหมายถึง 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 9.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการลงทุน 65% และสินเชื่อหมุนเวียน 35% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับที่บริหารได้ 3.56% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการขนาดกลาง มีสัดส่วนเพียง 0.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ แต่กลับสามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจได้สูง มีผลต่อจีดีพีถึง 12.5% หรือ 1.79 ล้านล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 7.4% ของการจ้างงานรวม หรือ 1.09 ล้านราย มีสัดส่วน 9.4% ของมูลค่าส่งออกรวม หรือ 7.1 แสนล้านบาท
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |