กรมการแพทย์ปฎิเสธพัลวัลไม่เคยสนับสนุน 3 สารเคมี


เพิ่มเพื่อน    

 

27ส.ค.61-กรมการแพทย์ยืนยันสนับสนุนให้เลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดเป็นแนวทางเดียวกับ สธ.  ชี้มีพิษและอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจริง 

 

นพ. ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องการแบนสารเคมีที่ใช้ในทางการเกษตร จำนวน 3  ชนิด คือ พาราควอต คอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต นั้น กรมการแพทย์ได้มีการปรึกษา และสรุปผลว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนั้นมีพิษและอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนจริง และสนับสนุนให้มีการเลิกใช้ เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ไม่ได้ออกเสียงสนับสนุนให้มีการใช้สารเคมีดังกล่าวตามที่มีในข่าวแต่อย่างใด        ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ 30-1/2561 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 มีหลักฐานคือรายงานการประชุม ระบุว่าอธิบดีกรมการแพทย์ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมการที่ผ่านมา              อธิบดีกรมการแพทย์จะมอบหมายให้ รพ.นพรัตนราชธานี โดยนายแพทย์กิติพงษ์ พนมยงค์ หัวหน้าศูนย์พิษวิทยาของ รพ.นพรัตนราชธานี เข้าประชุมแทนมาโดยตลอด เพื่อเสนอความคิดเห็นต่างๆ แต่ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ 30-1/2561 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 นั้น นพ.กิติพงษ์ พนมยงค์ ติดงานที่สำคัญหลายงานซึ่งไม่สามารถหาตัวแทนเข้าใด้ จึงไม่ได้เข้าประชุม และเนื่องจากไม่ทราบวาระการประชุม จึงไม่ทราบว่าจะมีการออกเสียงเกี่ยวกับการห้ามหรือไม่ห้ามใช้สารเคมีทั้งสามชนิดนี้   อย่างไรก็ตาม นพ.กิติพงษ์ พยายามย้ำถึงจุดยืนในที่ประชุมเสมอว่าสารกำจัดศัตรูพืชทั้งสามตัวเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง ถ้าสามารถยกเลิกได้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดตามหลักการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน  

ด้านนพ.กิติพงษ์ พนมยงค์ หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา รพ. นพรัตนราชธานี เปิดเผยว่า ในฐานะนักวิชาการของกรมการแพทย์ ขอยืนยันสนับสนุนการเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คอร์ริฟอส และ ไกลโฟเซต ซึ่งเป็นสารอันตรายทั้ง 3 ชนิด สำหรับหลักการในการให้เลิกใช้สารเคมีทั้งสามชนิดนี้ เนื่องจากสารเคมีทั้งสามชนิดเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพ แม้จะจัดให้เป็นสารอันตรายประเภท 3 ให้มีการเฝ้าระวังการใช้ ก็ยังมีปัญหาตามมาเรื่อยๆ คือเมื่อเกิดเหตุการณ์ทางสุขภาพที่อธิบายไม่ได้ในหมู่ชาวนาและประชาชนทั้งโรคระบบประสาท ปวดศีรษะเรื้อรัง สมองเสื่อม หรือโรคพาร์กินสัน  ซึ่งยังไม่คิดถึงพิษเฉียบพลันจากการหยิบกินผิด ทั้งนี้ มีทั้งข้อวิจัยสนับสนุนและคัดค้านมาตลอดในเรื่องผลต่อสุขภาพ และการตกค้างในพื้นดิน แต่การที่จะระบุว่าสารตัวใหนทำให้เกิดโรคอะไรนั้น จะต้องใช้เวลานาน ซึ่งมีผลเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก และเนื่องจากเรามีทางเลือกหลายทางทั้งเรื่องเกษตรอินทรีย์ หรือยากำจัดศัตรูพืชที่มีอันตรายน้อยกว่า จึงน่าจะเลือกทางที่อันตรายน้อยที่สุด และเป็นไปตามหลักการ คือการเลิกใช้สารทั้ง 3 ชนิด 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"