ฟ้าสดใสที่เมืองอุบลฯ


   

(ความงามของน้ำตกรู)

    โบกมือลาความวุ่นวาย ออกไปสัมผัสความสวยงามของจังหวัดอุบลราชธานี เมืองใหญ่สุดขอบเขตแดนอีสานริมฝั่งแม่น้ำมูล พบกับแสงแรกก่อนจังหวัดอื่นๆ ในประเทศ สัมผัสกับอากาศของแม่น้ำ ป่าไม้ วิถีชีวิตของคนไทยและเพื่อนบ้านฝั่งลาวริมแม่น้ำโขง พบกับความงามของแม่น้ำมูลกับแม่น้ำโขงที่ไหลมาบรรจบกัน แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทั้งแก่งหิน หน้าผา โบก น้ำตก หรือจะชมความงามของวัดวาอาราม เมืองอุบลฯ แห่งนี้จะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนต้องผิดหวังแน่นอน

    ท้องฟ้าสดใสในยามเช้า อากาศกำลังดี คณะเดินทางก็ได้มาถึงจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมออกเดินทางไปกับทริปที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดขึ้นพาเราไปสัมผัสแสงสีจากแหล่งท่องเที่ยวเมืองอุบลฯ หนึ่งในแคมเปญ Palette of Thailand ปลุกกระแสท่องเที่ยวตลาดผู้หญิง ที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์เครื่องสำอางโอเรียนทอล พริ้นเซส จุดหมายแรกของการเดินทางก็ต้องเริ่มด้วยการกิน เช้าๆ แบบนี้เราก็ได้มุ่งหน้าไปร้านอาหารขึ้นชื่อ ปากหม้อเจ๊หุ่นยนต์ ที่ใครก็ต่างอยากมาชิมและมาดูลีลาแม่ค้าในการทำปากหม้อ

(ปากหม้อเจ๊หุ่นยนต์รสเด็ด)

    ลีลาที่รวดเร็วเหมือนดังหุ่นยนต์นั้นคือ เจ๊แหม่ม หรือณิชา มานิตทวีวัฒน์ ที่เปิดร้านปากหม้อมากว่า 30 ปี รสชาติที่เป็นสูตรลับเฉพาะทำให้แป้งมีความนุ่มถูกปากลูกค้า ที่ต้องทำไวเธอบอกว่าก็เพราะต้องการให้ลูกค้าทุกคนได้ทานตอนร้อนๆ ซึ่งจะอร่อยที่สุด นั่งรอไม่นาน ปากหม้อญวน ข้าวเกรียบปากหม้อ ไข่ดาว ไข่เจียวปากหม้อ ก็ตั้งวางพร้อมทานแล้ว ทำเร็วแล้วรสชาติดีขนาดนี้ต้องลองมาชิม

(สตรีทอาร์ตบนกำแพงถ่ายรูปชิกๆ)

    ในตัวเมืองอุบลฯ แม้ตึกอาคารจะเริ่มผุดขึ้นตามความเจริญ แต่ก็ยังมีมุมสตรีทอาร์ต สีสันของศิลปะที่วาดเขียนบนกำแพง ที่บอกเล่าถึงเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญา สถานที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 6 จุดให้ได้แวะถ่ายรูปเดินชม จุดแรกเราได้เริ่มต้นจากบริเวณถนนข้างวัดหลวง ตรงผนังร้านชัยวิตร์ กับผลงาน เบิก-บาน ที่เด่นชัดด้วยดอกบัวสีชมพูดอกใหญ่

(ภาพเขียนสีบนผาแต้ม)

    ถัดมาบริเวณซอยข้างโรงแรมศรีอีสาน ภาพ Ubon City 7017 เรื่องเล่าจากผาแต้ม สู่เมืองในอนาคต เดินตรงมาหน้าปากซอยกับภาพ ความสุข ที่ทำให้ได้ยิ้มตาม นอกจากนี้ยังมีอีกตรงบริเวณทางเข้าตลาดใหญ่ หน้าโรงแรมศรีอีสาน ภาพสายน้ำและการเปลี่ยนแปลง ซอยทางออกตลาดใหญ่ ภาพฮูบแต้ม และมาฝั่งตรงข้ามซอยร้านเจริญสิน ภาพ Redmuuk

(จิบกาแฟดูชาวบ้านทอฝ้ายที่โฮมสเตย์)

    จากนั้นเราได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่นอกตัวเมืองที่อำเภอเขมราฐ ชุมชนเล็กๆ ที่ชาวบ้านในชุมชนใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายริมแม่น้ำโขง แต่อบอวลไปด้วยความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ รถหยุดจอดด้านหน้าโฮมสเตย์ Once Upon A Time ที่ถูกตกแต่งด้วยสิ่งประดิษฐ์จากฝ้ายแบบต่างๆ มีห้องพัก 3 ห้อง แต่พื้นที่โดยรอบถูกสร้างให้เป็นพื้นที่เรียนรู้การทอผ้าฝ้าย และแหล่งประกอบอาชีพของคนในชุมชนที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ มีมุม DIY ให้ผู้เข้าพักได้ทำพวงกุญแจ หรือนั่งจิบกาแฟมองชาวบ้านทอผ้าก็ดูเข้าท่า

(ตึก รศ.112 สภาพในปัจจุบัน)

    เก็บสัมภาระเรียบร้อย เรายังมีโปรแกรมเดินทางแวะชม ตึกขาว รศ.112 ที่มีอายุกว่าร้อยปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 สภาพจึงดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ตึกแห่งนี้เป็นอาคารพาณิชย์แห่งแรกในโขงเจียม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสสไตล์โคโลเนียล ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชมด้านในอาคาร จากนั้นเราเดินทางไปชมวิวแม่น้ำโขง มองเมืองโขงเจียมและฝั่งลาวมุมสูงในยามเย็นที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์

(เย็นสบายที่วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย)

    ห่างกันไม่ไกลที่ วัดถ้ำเหวสินธุ์ชัย ระหว่างทางก็มีฝนโปรยปรายลงมาพอให้ได้ชุ่มฉ่ำ เมื่อเดินเข้าด้านในวัดก็จะได้ยินเสียงน้ำที่กระทบลงบนหินดังซู่ๆ อยู่ไม่ขาด ซึ่งน้ำได้ไหลลงมาจากหน้าผาจึงทำให้ที่นี่เย็นสบายอยู่ตลอดเวลา บริเวณด้านข้างมีพระพุทธรูป ฤาษี รูปปั้นพญานาคที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ประดิษฐานอยู่บริเวณใต้หน้าผา มีที่นั่งทำสมาธิด้านบนซึ่งเป็นป่าโล่งกว้างอันเงียบสงบ จุดนี้ยังเป็นจุดที่น้ำไหลลงไปยังด้านล่างด้วย

(วัดเรืองแสงในยามฟ้ามืดสนิท)

    ต่อกันอีกสักวัดในยามเย็น ที่วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดเรืองแสง ตั้งอยู่อำเภอสิรินธร บนเนินเขาสูง ในยามที่ท้องฟ้ามืด วัดหลายแห่งคงเงียบสงบ แต่ที่วัดแห่งนี้ยังคงมีผู้คนเดินทางมาเพื่อรอชมสีเรืองแสงของต้นกัลปพฤกษ์ซึ่งเป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืนและบนพื้นโดยรอบ เมื่อดวงอาทิตย์หยุดส่องแสง แสงของจิตรกรรมบนอุโบสถก็เริ่มเปล่งออกมาแทนที่แข่งกับแสงของดาวบนท้องฟ้าได้อย่างสวยงามจริงๆ

(ผาแต้ม แสงสีของดวงอาทิตย์รำไร)

    เช้าของอีกวัน เราเตรียมตัวไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม แต่คงจะมาช้ากว่าแสงไปหน่อย เราจึงได้ชมกับแสงสีส้มอ่อนๆ อันรำไรแทน ที่นี่มีหน้าผาสูงชันที่มีความสวยงามตามธรรมชาติหลายแหล่ง เราได้เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานฯ ได้มาพาเดินชมบริเวณผนังหน้าผาด้านล่างที่มีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 3,000 ปี ที่มีทั้งภาพฝ่ามือ ภาพสัตว์ ภาพคน ภาพวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ และภาพรูปทรงเรขาคณิต ที่แม้ว่าบางจุดจะเลือนรางไปบ้าง หากใครที่เข้ามาชมก็ต้องช่วยกันดูแลและอนุรักษ์กันด้วย

(เสาเฉลียง)

    ไม่ไปก็คงจะพลาดเพราะจากผาแต้ม ไม่ไกลกันมานักก็เป็นที่ตั้งของเสาเฉลียง เสาหินทรายที่มีรูปร่างคล้ายดอกเห็ด บริเวณเดียวกันยังมีลานหินแยกที่แตกตัวออกจากกันให้ได้ขึ้นไปชมวิวด้วย ที่สุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้เราได้พากันไปที่สถานที่ Unseen Thailand น้ำตกแสงจันทร์ แต่หลายคนคงจะคุ้นหูในชื่อ น้ำตกรู สายน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยท่าล้ง ลอดลงผ่านหน้าผาที่มีลักษณะเป็นรูขนาดใหญ่ หากมาตอนที่แสงพระอาทิตย์ตกกระทบกับรูที่น้ำไหล ผสมผสานกับละอองน้ำสีขาวที่จะงดงามมากทีเดียว ใครได้มาก็คงต้องหาช่วงเวลาหยุดแบบยาวๆ แล้วไปเที่ยวให้ทั่ว สัมผัสเมืองอุบลฯ อีกสีสันของการท่องเที่ยวในประเทศไทย.


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'