กลุ่มพยาบาลยื่นข้อเสนอสามารถจ่ายยา กรณีฉุกเฉิน ภาวะวิกฤต เพื่อช่วยชีวิตได้ ด้านสธ.ขอไปปรึปษาผู้บริหารก่อนสรุป


เพิ่มเพื่อน    


11 ก.ย.61- ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองปลัด สธ. ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คนใหม่ นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ได้ประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ...ร่วมกับวิชาชีพพยาบาล โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมหารือว่า ในการประชุมเพื่อขอความคิดเห็นร่วมกับตัวแทนวิชาชีพพยาบาลต่างๆ  อาทิ สภาพยาบาล  สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย สมาคมผู้บริหารการศึกษาพยาบาล พยาบาลด้านบริหารพยาบาล และ พยาบาลผู้ปฏิบัติงานใน รพสต.และ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ.... ในภาพรวมวันนี้ถือว่าวิชาชีพพยาบาลที่เข้าร่วมหารือเห็นพ้องกันว่าร่างดังกล่าวมีประโยชน์ต่อประเทศ  ซึ่งมีความมีความเห็นพ้องทั้งการคุ้มครองผู้บริโภค การวางมาตรการขายยาออนไลน์  การวางมาตรการเพื่อสนับสนุนการผิตยาในประเทศ ที่เป็นเนื้อหาหลักของตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่มีการพูดถึงกันน้อยส่วนประเด็นที่มีความเห็นต่างกัน ก็คงเป็นประเด็นเดิม ซึ่ง สธ.ก็รับฟังความคิดเห็น และสามารถสรุปออกมาได้เป็น 3 ประเด็น คือ 1.ประเด็นเห็นต่างในมาตรา22(5) ที่กำหนดเรื่องการจ่ายยา โดยพยาบาลต้องการให้เพิ่มวิชาชีพพยาบาลเข้าไปด้วย โดยขอย้ำว่า การจ่ายยาและ ขายยาไม่เหมือนกัน 2. การแยกประเภทยา ที่นิยามตามมาตรา4 เดิมกำหนดให้มี 3 ประเภท ซึ่งทางสภาพยาบาลมีความเห็นว่า หากจะให้การทำงานของพยาบาลเป็นไปได้ในปัจจุบัน ควรมีการแยกประเภทที่ชัดเจน ซึ่งอาจต้องมี 4 ประเภทและ3. กรณีภาวะฉุกเฉิน วิกฤต กับชีวิตประชาชน ผู้ป่วยให้พยาบาลสามารถให้ยาเพื่อช่วยชีวิตฉุกเฉินได้ โดยมีการยกตัวอย่างว่าตาม รพสต.ไม่มีแพทย์หรือเภสัชอยู่เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนว่ายังคงเป็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับกลุ่มวิชาชีพเภสัชกรที่มีมีการหารือกันก่อนหน้านี้ ฉะนั้นทางออกต้องทำอย่างไรต่อไป นพ.โอภาส กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับที่ประชุมในประเด็นนี้ ว่า ตามขั้นตอนออกกฎหมาย ต้องมีการเสนอเข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบในหลักการ ก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปคือ เข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ซึ่งก็จะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจง และกลับมาสู่ ครม. และเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยยังต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะฉะนั้น การที่มีความเห็นต่างกันหรือมีข้อขัดแย้งการนำเข้าสู่ ครม.ก็คงลำบาก เพราะฉะนั้นต้องหาข้อสรุปโดยเร็ว ก่อนนำเรื่องเข้าสู่ ครม.ดังนั้นทางกระทรวงจะได้นำข้อเสนอ ทั้ง 3 ข้อของวิชาชีพพยาบาล เข้าหารือกับผู้บริหารให้รับทราบ และส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ. อีกครั้ง ในประเด็นที่เห็นต่างกันว่าจะทำอย่างไรให้ได้ข้อสรุปก่อนส่งเรื่องเข้า ครม.ต่อไป ซึ่งหากหาข้อสรุปไม่ได้ จนเสนอ ครม.ไม่ได้ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า สุดท้ายก็ต้องกลับไปใช้ พ.ร.บ. พ.ศ.2510  ซึงแปลว่าประเทศชาติจะเสียประโยชน์ในข้อดีของกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในข้ออื่นๆต่อไป เพราะกฏหมายใหม่จะส่งเสริมการผลิตยาในประเทศ และขอย้ำในในประเด็นที่หลายคนไม่ค่อยพูดถึง  คือการทำให้การคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะเรื่องการโฆษณาทางออนไลน์ โซเชียลมิเดียมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อถามว่า ผลการสำรวจของสำนักโพลแห่งหนึ่ง พบว่าประชาชนยังมีความมั่นใจให้เภสัชกรเป็นคนจ่ายยา และยังไม่มีความมั่นใจในวิชาชีพอื่น ในข้อนี้ได้มีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง  นพ.โอภาส กล่าวว่า โดยหลักการเห็นพ้องว่า แต่ละวิชาชีพมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน แต่บางทีในสถานการณ์ที่อยู่ชายแดน ต่างจังหวัด เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถหาวิชาชีพไปอยู่ได้ครบเพราะฉะนั้นบางครั้ง ดังนั้นต้องดูบริบทที่เป็นจริงและปรับให้สอดคล้องกัน ก็ต้องอนุญาตให้บางวิชาชีพดำเนินการจ่ายยาบางอย่างทดแทนได้ เพื่อประโยชน์ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาวิชาชีพพยาบาลก็ทำหน้าที่แทนและเกิดผลดีกับประชาชน แต่โดยหลักการสากลที่ให้แยกวิชาชีพก็เห็นด้วย เพียงแต่จะเหมาะกับประเทศไทยและมีขั้นตอนอย่างไรก็คงต้องหารือกัน และพิจารณาอย่างรอบคอบ

รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า วันนี้พยาบาลเรามา 10 องค์กรด้วยกัน ก็ได้ทำความเข้าใจกับทาง สธ.ถึงภารกิจในการรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายวิชาชีพ ส่วนร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ภาพรวมเกิดประโยชน์ต่อประเทศหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก การปรับปรุงกฎหมายจึงควรครอบคลุมถึงการประกอบวิชาชีพการพยาบาลในการรักษาโรคเบื้องต้นด้วย เราจึงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ที่ผ่านการประชาพิจารณ์แล้ว โดยเฉพาะมาตรา 4 ที่แบ่งยาแผนปัจจุบัน 4 ประเภท จะครอบคลุมยาแผนปัจจุบันที่พยาบาลจะจ่ายได้ตามที่กำหนดไว้ในการรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งเรามีข้อกำหนดการรักษาโรคเบื้องต้นสำหรับพยาบาลและคู่มือการใช้ยารักษาโรคเบื้องต้น โดยได้รับความเห็นชอบจากแพทยสภา ทันตแพทยสภา และสภาเภสัชกรรม ส่วนมาตรา 22(5) ก็สนับสนุนให้วิชาชีพพยาบาลเป็นอีกชาชีพหนึ่งนอกจาก 3 วิชาชีพทีจ่ายยาได้

 นางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า การแบ่งยาเป็น 4 ประเภทที่พยาบาลเสนอ คือ เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ คือ ยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย ยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ ซึ่งยากลุ่มนี้จะเป็นยาที่วิชาชีพพยาบาลและวิชาชีพอื่นสามารถจ่ายได้ และยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับสภาเภสัชกรรมที่ให้เหลือเพียง 3 ประเภท โดยยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ก็สามารถออกกฎกระทรวงออกมารองรับได้ว่า เป็นยาอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ตนไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องการจ่ายยาถึงบิดกลายเป็นเรื่องการขายยา เพราะการขายยาหรือเปิดร้านยานั้นในกฎหมายระบุชัดอยู่แล้วว่า จะต้องเป็นเภสัชกร และพยาบาลคงไม่ไปเปิดร้าน แต่เราแค่จ่ายยาในผู้ป่วยที่เราดูแลรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งมียา 18 กลุ่ม และจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ที่ให้ผู้ป่วยมารับ เช่น มารับที่ รพ.สต. เท่านั้น.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.