สมิติเวชฯเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ รองรับลูกค้าญี่ปุ่น


   

 

สมิติเวชฯ ฟุ้งครึ่งปีแรกโต 12% ลุยลงทุนต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ รองรับลูกค้าญี่ปุ่น ผุดแคมเปญ #เราไม่อยากให้ใครป่วย ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยี เน้นเจาะลึกพร้อมป้องกันโรคล่วงหน้า

นายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีแรก 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย สมิติเวช สุขุมวิท , สมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช มีอัตราการเติบโต 12 %  สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาล ปัจจัยมาจากจำนวนผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลมากกว่าการปรับราคา ขณะที่ทั้งกลุ่มโรงพยาบาล สมิติเวช BNH ซึ่งมีจำนวน 8 โรงพยาบาลในเครือ มีอัตราเติบโต อยู่ที่ 10% 

สำหรับงบประมาณการลงทุนที่โดยปกติจะมีการลงทุนขั้นพื้นฐานประมาณ 1,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของรายได้ที่ 15,000 ล้านบาทต่อปีนั้น ในจำนวน 500 ล้านบาท หรือคิด 30 % จะนำมาปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ เป็นการสร้างคุณค่าให้กับการบริการ ล่าสุดได้มีลงทุนสร้างโรงพยาบาล Samitivej Japanese Regional Hospital เพื่อรองรับคนไข้ชาวญี่ปุ่น เป็นอาคาร 7 ชั้น แบ่งเป็นเตียงสำหรับรองรับคนไข้ญี่ปุ่นมากกว่า 30 เตียง ซึ่งคาดว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2562

ทั้งนี้ สัดส่วนกลุ่มผู้ใช้บริการ คิดเป็นระหว่างคนไทยและต่างชาติ 60: 40 ในส่วนของต่างชาติแบ่งเป็นชาวญี่ปุ่น 20% อาหรับ 13-14 % จีน 5% สำหรับกลุ่มลูกค้าคนไทยที่มาใช้บริการแบ่งเป็นลูกค้าบริษัทประกันภัย 20 % จ่ายเอง 80% ซึ่งในอนาคตคาดว่ากลุ่มลูกค้าที่ใช้ประกันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็น “Hospital of Choice” โรงพยาบาลที่สามารถครองใจผู้ที่มีส่วนร่วมทำให้องค์กรเจริญเติบโตในทุกด้าน รวมทั้งแนวคิดการสร้างคุณค่าต่อผู้รับบริการ สังคมและประเทศด้วยคอนเซปต์ #เราไม่อยากให้ใครป่วย  ปรับจุดเปลี่ยนสู่การสกัดกั้นไม่ให้เกิดโรคทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมถึงการทำเฮลท์โปรโมชั่น เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบองค์รวม ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมดูแลสุขภาพ Precision Medicine เทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ระดับยีนเฉพาะบุคคล สามารถเจาะลึกได้ทุกโรค เพื่อบ่งบอกความเสี่ยงการเกิดโรคได้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ในครรภ์  โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพต่างๆ ข้างต้นจึงมุ่งเน้นให้ผู้คนไม่เจ็บป่วย ลดการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย


พูดกันตรงๆ......"เซียนการเมือง" ไม่ต่าง "เซียนมวย" เห็นแค่ประกบคู่ดูรูปมวยแต่ละฝ่าย๘๐-๙๐% ฟันธงได้เลย ใครแพ้-ใครชนะ?อย่างปี ๔๔ ที่ทักษิณตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เป็นพรรคใหม่แกะกล่อง ลงปะทะพรรคเก่าเล่ายี่ห้อ 

หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"