ถามอันวาร์ : การเมืองไม่มีมิตรหรือศัตรูถาวรจริงหรือ?


เพิ่มเพื่อน    

        พอผมนั่งลงสัมภาษณ์อดีตรองนายกฯ และอดีตรัฐมนตรีคลังมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เมื่อเร็วๆ นี้หลังจากที่เขาจับมือกับศัตรูร้ายกาจอย่างมหาเธร์ โมฮัมหมัด เพื่อโค่นรัฐบาลนาจิบ ราซัค, คำถามที่ไม่ถามไม่ได้คือ “การเมืองไม่มีมิตร ไม่มีศัตรูถาวรจริงหรือ”?

        และนี่คือคำถามและคำตอบวันนั้นครับ

สุทธิชัย : การเมืองมาเลเซียก็พิสูจน์ถึงความเชื่อที่ว่า “ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรูถาวรในการเมือง” ใช่ไหม คุณกับมหาเธร์ เคยมีเรื่องผิดใจกันในอดีตมากมาย วันนี้กลับมาเป็นพันธมิตรกันได้ เหลือเชื่อจริงๆ

อันวาร์ : ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมครับ ประชาชนก็เคยถามผมว่าการเห็นพ้องกันเรื่องปฏิรูปประเทศมันสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัวใช่หรือไม่

สุทธิชัย : ปฏิรูป?

อันวาร์ : ครับ ซึ่งหมายความว่า ผมพูดว่าใช่เราทำงานด้วยกัน เมื่อใดก็ตามที่มีคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับประชาธิปไตย เสรีภาพสื่อ กระบวนการยุติธรรมที่มีความอิสระ การทุจริตและธรรมาภิบาล ถ้าทำได้ครบ เงื่อนไขเหล่านี้เราก็ควรจะร่วมมือกัน แน่นอนว่าประชาชนก็จะสนใจกับประเด็นที่ว่า มหาเธร์กับบรรดาผู้นำฝ่ายค้านได้เซ็นสัญญาว่าเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหากเราทำงานสำเร็จ แต่นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือการปฏิรูป

สุทธิชัย : วาระการปฏิรูปคือหัวใจของเรื่องใช่ไหม

อันวาร์ : ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแผนการในอนาคตว่า มหาเธร์จะเป็นนายกฯ แล้วอันวาจะเป็นคนต่อไป   เท่านั้น ไม่ใช่ครับ แค่นี้ยังไม่พอ คือว่ามีนายกรัฐมนตรีหลายคนมาแล้วก็ไป มีรัฐบาลหลายชุด

สุทธิชัย : ไม่สำคัญกับคุณ?

อันวาร์ : ถ้าทุจริตเหมือนเดิม ละเมิดกฎหมายเหมือนเดิมก็ไปกันไม่ได้ คุณมาพร้อมกับหน้าที่ที่ชัดเจน คุณขโมยมัน    ไปจากประชาชนไม่ได้หรอก

สุทธิชัย : แล้วคุณโน้มน้าวมหาเธร์ยังไงให้ยอมรับวาระการปฏิรูปนี้

อันวาร์ : แน่นอนครับมหาเธร์เป็นนักการเมืองที่ฉลาดมาก เขาเข้าใจสังคม และผมว่าเขาเห็นบางอย่างที่เขาไม่เคยได้รับทราบจากประชาชนมาก่อน ก็คือประเทศของเรากำลังถดถอยในแง่ของจริยธรรม การทุจริต และการลุแก่อำนาจ แต่ผมอาจจะต้องบอกว่า เขาเองก็คงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าประเทศเราจะมาถึงจุดนี้ได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ผมควรเริ่มพูดกับบรรดาผู้นำฝ่ายตรงข้าม และปัญญาชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เขาไม่เคยเข้าถึงมาก่อน

สุทธิชัย : เป็นครั้งแรกที่เขาพยายามเข้าถึงคนพวกนั้น

อันวาร์ : ซึ่งก็ใช้เวลาหลายเดือนเลยนะครับ เห็นไหมล่ะครับว่าไม่ได้ใช้เวลาแค่สัปดาห์เท่านั้น แต่เยอะกว่านั้นถึงจะเห็นว่าเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้ แล้วหลังจากนั้นเขาก็มาหาผมในฐานะเพื่อน ซึ่งผมก็ให้ความร่วมมือ ผมใจดี ผมสุภาพ แต่หลังจากนั้น ผมก็บอกว่า เราอยู่ที่นี่ในฐานะพรรคที่มีวาระทางการเมือง นโยบายทางเศรษฐกิจ นโยบายทางสังคม และเราจะต้องตกลงกันให้ได้ ซึ่งเขาก็ตกลง

สุทธิชัย : คุณไว้ใจมหาเธร์ได้จริงๆ หรือ ในเมื่อเขาเป็นคนทำสิ่งเหล่านี้กับคุณ

อันวาร์ : ครับ คือว่า...

สุทธิชัย : คุณไม่ใช่พ่อพระมาจากไหนนะครับ ที่พอมีใครขอให้คุณให้อภัย คุณก็ต้องให้อภัยทุกอย่าง

อันวาร์ : สำหรับผมและครอบครัว มันต้องใช้เวลา แต่ถ้าในฐานะส่วนตัว ผมสามารถเจอกับใครก็ได้แล้วก็ให้อภัย แต่ถ้าเป็นการทำงานด้วยกัน มันก็ต้องใช้เวลาที่นานขึ้น แต่ เขาก็มีความน่าเชื่อถืออยู่นะครับ เขาก็ทุ่มเทในการพบเจอกับผู้คน ลงพื้นที่ต้องโดนโจมตีและทำร้าย บอดี้การ์ดของเขาถอนตัวออก เขาโดนทำร้ายออกทีวีกลางดึก ผมเลยคิดว่าเขาก็โดนหลายเรื่องเหมือนกัน ก็เลยเป็นข้อพิสูจน์ให้กับผู้สนับสนุนของเรา ว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง แต่เขายอมเจ็บปวดเพื่อผ่านกระบวนการเหล่านี้ แล้วตอนนั้นเขาอายุ 92 แล้ว แน่นอนถ้าเป็นคนอื่นคงไม่อยากทำหรอก

สุทธิชัย : เพราะฉะนั้นคุณก็เลยให้โอกาสเขาพิสูจน์ความจริง ในตอนที่เขามาหาคุณแล้วบอกว่า มาทำงานด้วยกัน มากำจัดนาจิบ และฉันจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 ปี แล้วคุณค่อยเป็นหลังจากนั้น

อันวาร์ : ตอนแรกก็ไม่ครับ ผมไม่ชอบเลย

สุทธิชัย : เหรอครับ ไม่ชอบเลยเหรอ

อันวาร์ : ไม่ครับตอนแรก แต่พอผมเห็นความทุ่มเทกับการทำงาน และเห็นว่ามันก็ลำบากสำหรับเขาด้วย คือว่าในตอนหาเสียงครั้งแรกๆ คนที่ขึ้นพูดบนเวทีก่อนเขาบอกว่า ผมโดนจำคุกเพราะมหาเธร์เป็นเวลา 1 ปี แล้วผมก็โดนคนของเขาทำร้าย เขาไปที่ไหนก็ต้องยอมกล้ำกลืนสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันก็ยากสำหรับเขา ถึงขนาดว่าผมได้ข้อความว่า หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ

สุทธิชัย : หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ (หัวเราะ) คงเป็นเรื่องยากที่คนแก่คนนึงจะต้องมารับเรื่องพวกนี้นะครับ

อันวาร์ : แต่เขาก็รับได้นะครับ แม้แต่ช่วงท้ายของการหาเสียง เขาก็ไปหาเสียงทุกคืน เขาอึดมาก

สุทธิชัย : เจอช่วงเวลาเลวร้ายมาก แต่เขาก็ผ่านมาได้

อันวาร์ : ใช่ เขาทำได้ ผมก็เลยคิดว่าประชาชนเลยให้ความดีความชอบของเขาตรงนี้ และผมเองก็ด้วย

สุทธิชัย : แม้แต่ตอนนี้?

อันวาร์ : ใช่ครับ แน่นอนตอนนี้ผมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ถึงผมจะไม่ได้ไปเจอกับเขาเพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวกันบ่อยๆ แต่ก็ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ผมได้พูดกับเขานานๆ

สุทธิชัย : แล้วครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ

อันวาร์ : 3 วัน 3 วันที่ผ่านมานี่เอง

สุทธิชัย : พวกคุณพูดอะไรกันครับ

อันวาร์ : เราก็พูดกันเกี่ยวกับนโยบาย แล้วเมื่อไม่นานมานี้ก็มีความกังวลเกี่ยวกับคนชายขอบ และคนยากจน รวมถึงคนเชื้อสายมาเลย์ ปฏิกิริยาของประชาชน พูดเรื่องอนาคตเราจะไปทางไหน ซึ่งเรื่องพวกนี้เขาก็พูดออกสื่ออยู่แล้ว เป็นเรื่องที่เขากังวล

สุทธิชัย : ครับ ผมก็เพิ่งเห็นมา

อันวาร์ : ซึ่งเป็นเรื่องโอเค

สุทธิชัย : แล้วคุณได้เตือนเขาเกี่ยวกับการทำผลงานของเขา เกี่ยวกับการทำผลงานของรัฐมนตรีของเขาไหมครับ

อันวาร์ : ผมก็คอยดูตลอดนะครับ ผมคิดว่าเขาจำเป็นต้องให้คำแนะนำกับพวกเขา และให้คำเตือนเกี่ยวกับในการพูดจาออกสื่อ ผมรู้ครับว่าบางคนใหม่ ความผิดพลาดอย่างสองอย่างยังโอเคอยู่ แต่ถ้ายังทำข้อผิดพลาดมากเกินไปจะกลายเป็นภาพจำที่ไม่ฉลาดนัก แล้วทุกคนก็จะดูแย่ไปพร้อมกันหมด เพราะงั้น ได้โปรดเถอะ

สุทธิชัย : คุณก็ด้วยนะครับ

อันวาร์ : ใช่

สุทธิชัย : คุณก็จะดูแย่ด้วย

อันวาร์ : ครับ

สุทธิชัย : เพราะคุณก็จะต้องรับข้อครหาด้วย เพราะว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว

อันวาร์ : จริงที่สุดครับ

       (ติดตามดูคลิปย้อนหลังรายการ “โลกป่วน” ได้ที่ www.thaipbs.com)


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"