อันวาร์พร้อมจะเป็น นายกรัฐมนตรีหรือไม่?


เพิ่มเพื่อน    

            แน่นอนว่าเมื่อผมนั่งลงพูดคุยกับ "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" ของมาเลเซียอย่างอันวาร์ อิบราฮิม สำหรับรายการ "โลกป่วน" ทาง ThaiPBS (ดูย้อนหลังได้ที่ http://program.thaipbs.or.th/DisruptedWorld) หนึ่งในคำถามสำคัญคือ เขาพร้อมจะเป็นนายกฯ แล้วหรือไม่ และอะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับเขาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนแล้ว

                ผมคัดลอกอีกบางตอนของการสนทนาในประเด็นนี้ให้ได้อ่านกันอย่างชัดเจนครับ

                สุทธิชัย:     ตอนนี้คุณก็พร้อมที่จะรับตำแหน่งผู้นำประเทศมาเลเซียแล้วใช่ไหมครับ

      อันวาร์:               ผมรอมานาน 20 ปีแล้ว คงไม่ต่างอะไรกันหรอกครับถ้าผมจะต้องรอไปอีกสักหน่อย แต่ประเด็นคือ รัฐบาลใหม่เพิ่งทำหน้าที่ได้เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น ถ้าจะพูดให้ยุติธรรมแล้วก็ต้องปล่อยให้การเปลี่ยนผ่านเดินไปอย่างราบรื่น รัฐบาลได้เริ่มจัดการปัญหาหลัก ผมยังมีเวลา รู้หรือเปล่าว่าแม้แต่กรุงเทพฯ ผมยังไม่ได้ไปเลย ขอเวลาให้ผมในช่วงที่ผมยังว่างแบบนี้หน่อยสิ ผมอยากไปที่นั่นในฐานะคนธรรมดา คุณก็รู้ว่าถ้าไปในฐานะนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมีเอาเรื่องต่างๆ ไปด้วย ผมอยากไปเจอเพื่อนๆ บ้าง

                สุทธิชัย:     คุณเตรียมพร้อมยังไงครับ

                อันวาร์:      ไม่มีอะไรหรอกครับ นายกรัฐมนตรีก็ต้องมีรัฐมนตรีที่จะต้องมาบรรยายสรุป มาคุย

                สุทธิชัย:     คุณจะได้รับบรีฟทั้งหมดใช่ไหมครับ

                อันวาร์:      ครับ แล้วผมก็ร้องเรียกนักเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ คนหลากหลายกลุ่ม เรามีเพื่อนเยอะแยะครับ คนที่เข้ามาแล้วอยากมีส่วนร่วม และเตรียมพร้อม ซึ่งผมว่าก็ดีสำหรับประเทศทั้งนั้น

                สุทธิชัย:     เพื่อนในอาเซียนต่างก็กำลังภาวนาให้เกิดความสำเร็จกับรุ่งอรุณใหม่ของมาเลเซีย

                อันวาร์:      ซึ่งผมคิดว่าคงจะทำให้เพื่อนในอาเซียนกังวลน้อยลงนะครับ

                สุทธิชัย:     ที่จริงมาเลเซียนี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะครับสำหรับเพื่อนๆ อาเซียน แถมยังเป็นการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ชาติอาเซียนที่เหลือ และเอเชียด้วย

                อันวาร์:      ครับ โดยเฉพาะประเทศมุสลิม ที่ตอนนี้อยู่ในความมืดมัวและสิ้นหวังครับ แต่ทันทีที่เห็นมาเลเซียลุกขึ้นมาเปลี่ยน ก็มีความสนใจเข้ามามากมาย แม้แต่ในโลกอาหรับ

                สุทธิชัย:     ตอนที่ผลเลือกตั้งออกมาคุณประหลาดใจไหมครับ

                อันวาร์:      ไม่เท่าไหร่ครับ เพราะว่าพอมองไปที่ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 แล้วก็ได้เสียงแล้วตั้ง  52% ของคะแนนดิบ และผมคิดว่าเราอาจจะต้องทุ่มเทมากกว่านี้เราถึงจะได้

                สุทธิชัย:     จากผลการเลือกตั้งครั้งก่อนนั้น คุณก็เกือบถึงฝั่งฝันแล้ว

                อันวาร์:      ใช่ครับ ถ้าพวกเขาไม่โกงเราก็น่าจะชนะแล้ว แต่เพราะว่าผมเกือบทำสำเร็จแล้วนี่ไง พวกเขาเลยจับผมเข้าคุกอีก เห็นไหมล่ะ (หัวเราะ)​

                สุทธิชัย:     (หัวเราะ)​ ครับ

                อันวาร์:      เพราะฉะนั้นตอนนี้พอมาอยู่กับมหาเธร์ และมีผู้นำพรรคอัมโนรุ่นเก่ามาร่วม ผมก็แน่ใจว่าเราน่าจะทำคะแนนได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริงๆ แต่พูดตามตรงผม ผมไม่คิดว่าเราจะชนะมากมายขนาดนั้น ผมคิดว่าเราจะชนะแต่ไม่มากถึงระดับนั้น แล้วก็มีฝ่ายค้านจากซาบาห์ซาราวักเข้ามาอีก แต่เราไม่ได้พึ่งพาตรงนี้มาก เพราะแค่มีแนวร่วมเดียวจากแหลมมลายูก็เพียงพอแล้ว  แต่ก็นั่นอีกแหละเราเหมือนได้โบนัส พอได้คะแนนเสียงจากซาบาห์ซาราวัก ผมให้สัมภาษณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดในรัฐซาบาห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของคนชนเผ่า ใกล้ๆ ชายแดนที่เกาะบอร์เนียว ที่อยู่ไกลที่สุดซึ่งผมเรียกว่าปูจ๋าบอร์เนียว ผมไม่คิดว่าเราจะชนะตรงนั้น  แต่เราคว้าเก้าอี้มาได้

                สุทธิชัย:     คุณอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง

                อันวาร์:      คือผมได้ไปเจอสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งเขาบอกว่า ซึ่งผมจำไม่ได้มาก เพราะเป็นช่วงก่อนปี 56 อีก เขาบอกว่าคุณต้องชนะให้ได้ เขาบอกผมแบบนี้ แล้วบอกอีกว่าประชาชนทำงานหนักมาก มีหลายปัญหา ความยากจนกระจายไปทั่ว ซึ่งเราชนะ อย่าถามผมเลยว่าชนะได้ยังไง เห็นไหมเราไม่ควรจะประเมินพลังของประชาธิปไตยจากความคิดของประชาชนต่ำเกินไป หลายคนมองเห็นแต่คนในเมือง คนชั้นกลางที่มีเสียงดังมากกว่า ไร้สาระมาก ถ้าคุณมีอะไรคุณก็แค่อธิบายให้กับพวกเขาฟังด้วยภาษาง่ายๆ ที่ทุกคนจะเข้าใจตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นชั้นผู้นำหรือโจร

                สุทธิชัย:     เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกว่าประชาชนไม่สนใจการเมือง

                อันวาร์:      ครับ

                สุทธิชัย:     ภาวะโพลหลายสำนักก่อนการเลือกตั้งบอกว่า อัมโนจะชนะการเลือกตั้ง

                อันวาร์:      ครับ ส่วนใหญ่เป็นโพลของคนในเมือง แต่โพลเงียบมาถึงผมตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่ในคุก ซึ่งชี้ไปคนละทางเลย

                สุทธิชัย:     ไม่เหมือนกับโพลสาธารณะเลยนะครับ แต่โพลลับๆ บอกว่าคุณจะชนะใช่ไหม

                อันวาร์:      คือผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะชนะไหม แต่แน่นอนว่ามีโอกาสในการชนะ ผมอยู่ในคุก ผมเห็น 90% ของการ์ดอยู่กับเรา แล้วก็ที่โรงพยาบาล พยาบาล หมอ พวกเขาก็อยู่กับพวกเราหมด เปิดเผยด้วย แล้วคนบอกว่ารอบนี้จะต้องทำให้ได้ จะต้องไปเลือกตั้งให้ได้ แล้วก็เช้าวันเลือกตั้งผมก็ตกใจว่าผมเห็นรถมากมาย ช่วงเย็นวันก่อนเลือกตั้งมีรถกลับไปภูมิลำเนาเยอะมาก เหมือนเป็นวันหยุดแห่งชาติเลยครับ ทุกคนกลับบ้านและส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ออกไปใช้สิทธิ์

                สุทธิชัย:     นั่นคือสัญญาณที่ดีใช่ไหมครับ

                อันวาร์:      สัญญาณดีครับ ซึ่งตอนนั้นผมก็แบบ "ว้าว" รู้สึกดีมากๆ ผมเห็นความกระตือรือร้นของการที่ออกไปโหวตแต่เช้า แล้วกลับมาบอกว่าท่าน ผมไปเลือกตั้งแล้ว ผมทำหน้าที่ของผมแล้ว ผมเลือกคุณนะ อะไรอย่างนี้

                สุทธิชัย:     กลับมาถึงเรื่องมหาเธร์อีกครั้ง คุณเชื่อใช่ไหมว่าเขาจะรักษาสัญญา เพราะเขาบอกผมตอนที่ให้สัมภาษณ์ผมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วว่า มันเป็นข้อตกลง เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งตามสัญญา

                อันวาร์:      ใช่ครับ ผมไว้ใจ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เชื่อ เขาอายุ 93 แล้ว ทุ่มเททำงานหนัก ผมเห็นเขาไปทำงานตั้งแต่ 07.45 น. ทุกวัน ซึ่งยังไปไหว

                สุทธิชัย:     แล้วหนุ่มอายุ 71 คนนี้ล่ะครับจะรับมือกับการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไรครับ คุณพร้อมแค่ไหน ทั้งทางร่างกายทางจิตใจและแน่นอนทางอาชีพ

                อันวาร์:      คุณจะได้เห็นเรื่องที่ดีที่สุดตอนที่อยู่ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด และคุณจะต้องจำเรื่องที่แย่ที่สุดเอาไว้ คุณเคยอาศัยอยู่กับคนที่จนที่สุด คนที่สังคมลืมมากที่สุดในคุก คุณก็ควรจะเรียนรู้อะไรบ้าง ผมคิดว่าผมบอกคุณแล้วนะว่า สิ่งที่คุณเรียนรู้จากในคุก คุณเรียนรู้ความหมายของชีวิต มนุษยธรรม  และอิสรภาพ 

                สุทธิชัย:     ความอ่อนน้อมถ่อมตน

                อันวาร์:      ครับ เจอที่สุดๆ ของชีวิตมาแล้ว ต้องนอนกับพื้น พื้นซีเมนต์ด้วย

                สุทธิชัย:     โดนขังเดี่ยวด้วยใช่ไหมครับ 

                อันวาร์:      ใช่ครับ ขังเดี่ยว

                สุทธิชัย:     นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่คุณโดนทำร้ายจนตาช้ำนะครับ

                อันวาร์:      ใช่ ตาช้ำ เรื่องพวกนี้ให้บทเรียนกับคุณ ตาคุณช้ำ แต่ถ้าคุณให้อภัยคนคนนั้นด้วยการทำให้คนคนนั้นตาช้ำด้วย คุณก็เป็นแค่ผู้นำที่แย่ๆ คนหนึ่ง นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องมีแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง

                สุทธิชัย:     ถามอย่างโง่ๆ หน่อย คุณสนุกกับชีวิตในคุกไหม

                อันวาร์:      อย่างเดียวที่ผมชอบในคุกก็คือมีเวลาอ่านหนังสือ ผมแทบจะอ่านทุกอย่างที่ผมหาได้ ประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ทุกอย่าง ซึ่งมันก็ช่วยได้ คือตอนแรกก็มีปัญหาเกี่ยวกับจำนวนหนังสือที่อ่านได้นะครับ สุดท้ายพวกเขาก็ยอมแพ้ แล้วก็อนุญาต

                สุทธิชัย:     ดูทีวีได้ไหม

                อันวาร์:      ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุครับ

                สุทธิชัย:     ไม่ได้ตามข่าว

                อันวาร์:      ไม่มีข่าวครับ เพราะตอนที่คุณจะต้องไปให้การกับศาลหรือจะต้องเจอกับทนาย พวกเขาก็จะเล่าเหตุการณ์ล่าสุดให้คุณฟัง บางทีก็เจ้าหน้าที่เรือนจำกระซิบอะไรบางอย่างกับผม

                สุทธิชัย:     พวกเขาคงรู้นะครับว่าคุณสนใจเรื่องพวกนี้

                อันวาร์:      แต่เจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยลงมาก็จะเล่าเรื่องเพลง เรื่องภาพยนตร์ ผมก็เลยรู้เรื่องเพลงหรือหนังที่ออกใหม่ล่าสุด

                สุทธิชัย:     จากคนรุ่นใหม่

                อันวาร์:      จากคนรุ่นใหม่เทียบกับคนแก่ๆ ข้างนอก ผมก็เลยชอบเล่นมุกเกี่ยวกับนักร้องร่วมสมัยหลายคน อย่างเช่น Adele กับ Sam Smith ซึ่งเป็นคนที่คนแก่ๆ ไม่รู้จักแน่นอน แต่คนรุ่นใหม่รู้จัก พวกเขาเลยหัวเราะ

                สุทธิชัย:     สรุปว่าทั้งหมดติดคุกกี่ปีครับในชีวิตถึงวันนี้

                อันวาร์:   รวมแล้ว 11 ปี

                สุทธิชัย:   ไม่ธรรมดาจริง ๆ

                อันวาร์:      รู้สึกดีมากที่ได้เจอคุณอีก หลังจากผ่านไปหลายปี

                สุทธิชัย:     อย่าหายไปไหนอีกนะครับ.

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"