นักกม.ชี้พ.ร.บ.ยาสูบฯเปิดช่องเพียบให้เอกชนเข้าฮุบ


เพิ่มเพื่อน    

 

27ก.ย.61-นักกม.ชี้ พ.ร.บ.ยาสูบฯ เปิดช่องให้ขายหุ้นให้เอกชนได้ เพราะไม่มีข้อห้ามใดๆ กำกับไว้ จี้แก้กฎหมายใหม่ ลงทุนกับบริษัทอื่นได้ แต่ห้ามบริษัทเอกชนเข้าถือหุ้นเด็ดขาด

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีกระแสบริษัทบุหรี่ข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่นยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นกิจการของการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ว่า เดิมโรงงานยาสูบเป็นรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นนิติบุคคล การบริหารต่างๆ ต้องขออนุมัติจากกระทรวงการคลังหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่เมื่อออก พ.ร.บ. การยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561 จึงกลายมาเป็นการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) แทน ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคล สามารถดำเนินการเรื่องต่างๆ เองได้ ยกเว้นเรื่องสำคัญที่ต้องขอ ครม. เช่น โครงการลงทุน 1 พันล้านบาทขึ้นไป กู้ยืมเงินคราวละ 100 ล้านบาท จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด การเข้าร่วมกิจการอื่นหรือการถือหุ้นกิจการของบุคคลอื่น

นายไพศาล กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าตัว ยสท.จะแปลงเป็นหุ้นเพื่อซื้อขายได้หรือไม่ แต่ในส่วนของบริษัทลูกของ ยสท. หาก ครม.เห็นชอบให้มีการตั้งขึ้นมาในอนาคต จะสามารถซื้อขายหุ้นได้ จึงไม่แน่ใจว่าบริษัทบุหรี่ของญี่ปุ่นนั้นที่จะเข้ามาซื้อหุ้นหมายถึงขั้นตอนใดส่วนใดกันแน่ แต่ที่ชัดเจนคือ กฎหมายฉบับนี้เขียนเอาไว้อ่อนมาก เพราะมีการเปิดช่องทางให้บริษัทเอกชน ซึ่งอาจเป็นบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ สามารถเข้ามาซื้อหุ้นได้โดย ไม่ได้มีข้อห้ามใดๆ เลยว่า ห้ามบริษัทบุหรี่เข้ามาถือหุ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบขึ้นอย่างมาก ทั้งในแง่ของการออกกฎหมายหรือนโยบายต่างๆ เกี่ยวกับยาสูบ เช่น การจะขึ้นภาษีสรรพสามิต ก็อาจทำไม่ได้ เพราะมีข้อเสนอจากบริษัทบุหรี่ที่เข้ามาถือหุ้นว่าไม่ให้ขึ้น หรืออาจแก้กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบให้มีความอ่อนลง หรือทำให้แก้กฎหมายให้เข้มขึ้นเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนไม่ได้เป็นต้น


นายไพศาล กล่าวอีกว่า การแตกหุ้นของตัว ยสท.หรือของบริษัทลูกนั้น ไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ หรือต้องขอ ครม.หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญคือ มีการเปิดทางให้แก่บริษัทเอกชนเข้ามาถือหุ้นได้ ซึ่งหาก ครม.เห็นแก่เรื่องธุรกิจ หากมีต่างชาติมาซื้อด้วยเม็ดเงินมหาศาล ก็จะเกิดการขายไป เปรียบเสมือนการขายสมบัติชาติ ขายรัฐวิสาหกิจให้ต่างชาติไป สุดท้ายก็จะค่อยๆ ถูกกลืนไปหมด เหมือนประเทศฟิลิปปินส์  โดยเฉพาะหากขาดทุนก็มีโอกาสถูกกลืนง่าย เพราะจำเป็นต้องขายหุ้นออก ซึ่งปัจจุบัน หลังขึ้นภาษีสรรพสามิต ยสท.เองก็ประสบภาวะขาดทุนมาตลอด ซึ่งอาจเป็นเพราะปรับตัวไม่ทัน หรือบริหารไม่ดี ดังนั้นเรื่องนี้ต้องแก้ พ.ร.บ. การยาสูบฯ ใหม่ เพื่อไม่ให้บริษัทเอกชนหรือบริษัทบุหรี่เข้ามายึดครอง โดยกำหนดให้ชัดเจนเลยว่า ยสท.และบริษัทลูกที่ตั้งนั้น สามารถเข้าไปร่วมทุนหรือลงทุนกับคนอื่นได้ แต่ต้องเป็นของรัฐ 100 %ห้ามบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะต่างชาติหรือไทยเข้ามาถือหุ้นเด็ดขาดทุกกรณี หากทุกคนเห็นว่ามีข้อเสียเช่นนี้ ก็อาจต้องเสนอรัฐบาลแก้กฎหมายในรัฐบาลหน้า เพราะรัฐบาลนี้คงไม่ทันแน่นอน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"