สุดยอดคนไทย คว้ารางวัล Country TEAM Winner ในการแข่ง “Mediacorp Subaru Car Challenge 2018”


   

การแข่งขัน Mediacorp Subaru Car Challenge แข่งความทรหด ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีผู้คนตั้งตารอคอยมากที่สุดในเอเชีย โดยจัดขึ้นที่ Ngee Ann City Civic Plaza ประเทศสิงคโปร์


การแข่งขัน Mediacorp Subaru Car Challenge 2018 มีผู้เข้าแข่งขันจากประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด 320 คน และผู้เข้าแข่งขันระดับภูมิภาคที่ทำการคัดเลือกมาประเทศละ 10 คน รวมเป็น 80 คน จากประเทศกัมพูชา จีน ฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดยผู้เข้าแข่งขันพกพาความหวังมาเต็มเปี่ยมจะต้องฟันฝ่าด่านต่างๆ ในสนามแข่งเพื่อโอกาสในการคว้ารางวัลใหญ่ เพื่อที่จะชิงตำแหน่งแชมป์



โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องประทับฝ่ามือลงบนสัญลักษณ์ที่อยู่บนรถยนต์ และพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือคนสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่จนจบการแข่งขัน โดยผู้เข้าแข่งขันจะมีเวลาพัก 5 นาที ในทุกๆ 6 ชั่วโมงตลอดการแข่งขัน และในแข่งขันปีนี้ยังมีการเปิดตัวรถยนต์ All-New Subaru Forester ซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นไอคอนของซูบารุที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งใหม่ ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้วในสิงคโปร์ รถยนต์ All-New Forester จะถูกนำมาใช้ในงานแข่งขันรถยนต์เพื่อการกุศล Charity Car Challenge และจัดแสดงอยู่ที่บูธถ่ายภาพตลอดการแข่งขัน



เกลน ตัน รองประธานและกรรมการผู้จัดการของบริษัทตัน จง อินเตอร์เนชันแนล จำกัด เปิดเผยว่า เราหวังว่าจะได้เห็นความมุ่งมั่นและมานะพยายามจากผู้เข้าแข่งขันทุกคน และจะรอดูว่าใครจะเป็นผู้ที่จะได้รับชัยชนะในปีนี้ การแข่งขัน Mediacorp Subaru Car Challenge ครั้งที่ 17 นี้ กลับมาพร้อมกับความสนุกสนาน รางวัลที่น่าตื่นเต้น และมีกิจกรรมน่าสนใจสำหรับทุกคน ทั้งยังมีการเปิดตัวรถยนต์ All-New Subaru Forester



ผู้เข้าร่วมการแข่งขันยังได้รับรางวัล ซึ่งนอกเหนือจากการมีสิทธิ์ได้รับรางวัลใหญ่ และใบรับรอง COE สำหรับรถยนต์ของผู้ชนะแล้ว ยังมีรางวัลอื่นๆ อีกที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้าแข่งขันก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองด้วย โดยผู้เข้าแข่งขันที่ทำเวลารวมเกิน 48 ชั่วโมง จะได้รับเงินสด 100 เหรียญสิงคโปร์ และถ้าฝ่ามือยังประทับอยู่บนตัวรถหลังจากผ่านไป 60 ชั่วโมง ก็จะได้รับรางวัลอีก 100 เหรียญสิงคโปร์ และหลังจากผ่านไป 72 ชั่วโมงจะได้รับเพิ่มอีก 100 เหรียญสิงคโปร์ นอกจากรางวัลที่กล่าวไปข้างต้นที่จะมอบให้กับผู้เข้าแข่งขันแต่ละท่าน การแข่งขันในปีนี้ยังจะมอบรางวัลเงินสด ซึ่งมีมูลค่าอีก 1,000 เหรียญสิงคโปร์แก่ทีมที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คน ทำเวลารวมกันได้นานที่สุด 



โดยนอกเหนือจากการได้รับรางวัลใหญ่แล้ว ผู้เข้าแข่งขันในระดับภูมิภาคยังมีโอกาสชิงรางวัลเพิ่มเติมและรางวัลเงินสดอีกด้วย นั่นก็คือตำแหน่งผู้ชนะระดับประเทศ และรางวัลเงินสดมูลค่า 1,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์จะถูกมอบให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายของแต่ละภูมิภาคที่เข้าร่วมการแข่งขัน  และผู้เข้าแข่งขันระดับภูมิภาคที่ยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายจะได้รับตำแหน่งผู้ชนะแห่งทวีปเอเชีย และกลับบ้านไปพร้อมกับเงินสด 5,000 เหรียญสิงคโปร์  และประเทศหรือภูมิภาคซึ่งผู้เข้าแข่งขันมีเวลายืนรวมกันยาวนานที่สุดจะได้รับตำแหน่งผู้ชนะระดับประเทศประเภททีม พร้อมกับรางวัลเงินสดมูลค่า 10,000 เหรียญสิงคโปร์ เพื่อนำไปแบ่งให้กับแต่ละทีมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ไม่มีผู้เข้าแข่งขันคนใดกลับบ้านมือเปล่า เพราะทุกคนจะได้รับชุดของที่ระลึก Challenger Pack ที่ประกอบด้วยเสื้อยืดที่ออกแบบตามความต้องการของผู้แข่งขัน และบัตรของขวัญมูลค่าประมาณ 80 เหรียญสิงคโปร์


สรุปผลการแข่งขันที่ผ่านความทรหด ทั้งแดดแรงและฝนตกสลับตลอดเวลา ส่งผลให้เป็นอุปสรรคอย่างมากในการแข่งขันปีนี้ และด้วยความแข็งแกร่งและอดทน ทำให้คนไทยผ่านเข้าไปลุ้นเป็นผู้ชนะโดยบรรยากาศในการแข่งขันเป็นไปด้วยความลุ้นตลอดเวลา โดยถึงเวลาที่ประกาศรางวัลผู้ชนะทางเจ้าภาพอย่างสิงคโปร์ก็คว้ารางวัลรถยนต์ ซูบารุ XV 2.0 i-S มูลค่า 70,800 SGD ไปครองพร้อมเงินรางวัล ส่วนคนไทยก็ทรหดสุดๆซึ่ง ไพฑูรย์ สงวนนาม ได้คว้ารางวัลรองชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ โดยทำสถิติการยืนแตะรถได้ 75 ชั่วโมง 17 นาที นอกจากนี้ทีมจากประเทศไทยยังคว้ารางวัลประเภท Country TEAM Winner พร้อมรางวัลเงินสด 10,000 เหรียญสิงคโปร์ โดยการแข่งขันในปีนี้นับได้ว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งคาดว่าจะเป็นการต่อยอดในการพัฒนาความอดทนในปีหน้าให้ได้มาซึ่งความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยต่อไป

 

แกลลอรี่


ต้องบอกว่า "คิดถึงนะ"สำหรับ "คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" มิตรเก่า-สหายเก่า ไม่พบกันนานเป็นสิบปีคือ นับแต่วันคุณมิ่งขวัญเข้าไปเป็นรัฐมนตรีสมัย "คุณสมัคร สุนทรเวช" เป็นนายกฯ แล้ว

'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม