เสนอ2ทางแก้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกฉีด เด็กหญิงชั้นป.5ไม่พอ


   

cr: maerakluke.com

 

6พ.ย.61-เสนอบอร์ด สปสช.2ทางเลือกเรื่อง วัคซีนมะเร็งปากมดลูกที่จะฉีดในเด็กหญิง ป.5ไม่เพียงพอเนื่องจากติดปัญหาสปสช.ไม่มีระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี 


ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) โดยมี ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นประธานฯ นพ.รัฐพล เตรียมวิชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กล่าวรายงานความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนเอชพีวี ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5ว่า ประเทศไทยมีความต้องการวัคซีนจำนวน 884,103 โดส วัคซีนเข็มแรกมีการจัดหามาแล้ว 449,121 โดส และกระจายไปฉีดให้กับนักเรียนหญิงแล้วจำนวน 269,121 โดส ยังเหลือในสต็อก 180,000 โดส ส่วน วัคซีนเข็ม 2 ซึ่งมีแผนจัดซื้อจำนวน 449,121 โดส ซึ่งมีการเปิดซองประมูลไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.ย. และวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ไม่มีบริษัทใดเข้าร่วม เนื่องจากติดปัญหาว่าสปสช.ไม่มีระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี (Multi Year Contract)

นพ.รัฐพล กล่าวต่อว่า ทำให้ขณะนี้มีวัคซีนเหลือเท่าที่อยู่ในคลังเท่านั้น ดังนั้นจึงมี 2 ทางเลือกมาเสนอให้บอร์ด สปสช. พิจารณาคือ 1. กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับนักเรียนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว เพื่อให้ฉีดครบ 2 เข็มตามเกณฑ์ และ 2. กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับนักเรียนหญิงที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนเพื่อให้มีนักเรียนหญิงได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ครบทุกราย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางกรมควบคุมโรคได้ทำหนังสือเข้ามายืนยันว่าขณะนี้เนื่องจากวัคซีนเอชพีวีขาดจริงๆ จึงเสนอให้กระจายวัคซีนที่เหลือให้กับเด็กหญิงที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เมื่อจัดหาวัคซีนล็อตใหม่ได้การจะฉีดเข็ม 2 ให้กับทุกคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งยังมีข้อมูลผลการศึกษาในคอสตาริกา  และอินเดียพบว่าเมื่อได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่อไปประมาณ 4-7 ปี

ศ.คลินิก เกียรติคุณนพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าสปสช.จะต้องวางระบบการจัดซื้อวัคซีนข้ามปี และต้องทำทุกวัคซีนที่เราต้องจัดหาด้วย ไม่เฉพาะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ส่วนเรื่องการกระจายวัคซีนที่เหลือในคลังให้กับนักเรียนที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อนนั้นเนื่องจากที่ประชุมยังมีข้อห่วงใยว่าผลการศึกษาที่คอสตาริกาและอินเดียที่ยกมานั้นมีความเชื่อมโยงกับบริษัทยาเอกชน ซึ่งเข้าใจว่าในช่วงที่มีการพิจารณานั้นยังไม่มีข้อมูลขององค์การอนามัยโลกมา แต่วันนี้มีแล้วจึงต้องให้ผู้เกี่ยวข้องกลับไปพิจารณาเรื่องนี้มาเสนออีกครั้งในการประชุมในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ โดยอิงจากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกด้วย.


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'