แตกพรรค-พรรคแตก


   


    จะว่าไปแล้วการเลือกตั้งที่จะถึงนี้น่าลุ้นกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา 
    เพราะอะไรน่ะหรือ?
    ก็เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีเจตนารมณ์ล้างเผด็จการรัฐสภา สร้างความปั่นป่วนให้พรรคการเมือง ชนิดต้องพลิกตำรารับมือกันเป็นรายวันเลยทีเดียว 
    เราจึงได้เห็นยุทธการ "แตกพรรค" 
    รวมไปถึง "พรรคแตก" ที่ใช้ประโยชน์จากการ "แตกพรรค" เพื่อกลบเกลื่อนความขัดแย้ง 
    และทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทย 
    พรรคไทยรักษาชาติ อักษรย่อ "ทษช." ซึ่งมีอีกความหมายคือ "ทักษิณชินวัตร" มีมติเลือกตำแหน่งสำคัญๆ ในพรรค ได้สะท้อนถึงการ "แตกพรรค" ได้ชัดเจน 
    แม้ไม่ใช่หน้าฝน แต่วานนี้ (๗ พฤศจิกายน) ในที่ประชุมพรรคทักษิณชินวัตร ฝนตกห่าใหญ่ มีทายาทของคนอะไร ไหลไปรวมกันมากมาย
    "ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช" ลูกชาย "เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช" กับ "เจ๊เบียบ" เป็นหัวหน้าพรรค
    "ฤภพ ชินวัตร" ลูกชาย "พายัพ ชินวัตร" เป็นรองหัวหน้า
    "มิตติ ติยะไพรัช" ลูกชาย "ยงยุทธ ติยะไพรัช" เป็นเลขาธิการพรรค
    "ชยิกา วงศ์นภาจันทร์" ลูกสาว "เยาวเรศ ชินวัตร" เป็นนายทะเบียนพรรค
    "วรรษมล เพ็งดิษฐ์" คนนี้พิเศษหน่อย เป็นเมียสุดที่รักของ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" เป็นเหรัญญิกพรรค
    และ "พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ" โฆษกพรรค จากช่อง ๗ 
    จะเห็นได้ว่า ตระกูลชินวัตรและบริวาร ใช้รุ่นลูก ลงเล่นการเมือง ก็พออนุมานได้ว่า การต่อสู้ทางการเมือง ระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายตรงข้ามจะยังเกิดขึ้นอีกยาวนาน  
    การแตกพรรคบางคนบอกว่านี่คือสงครามเก้าทัพ โดยสรุปก็คงประมาณนั้น 
    แต่การวางแผนก่อนลงสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเรื่องท้าทายสำหรับพรรคการเมือง 
    หากวางแผนพลาด จะส่งผลไปถึงผลการเลือกตั้ง
    ตัดสินว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน 
    การแตกพรรคจึงต้องละเอียดเรื่องพื้นที่เลือกตั้ง  
    ก็...ชี้โพรงให้พรรคการเมืองได้เห็นว่า ส่วนผสมระหว่างพรรคแม่กับพรรคลูก จะต้องลงตัว
    อย่างที่คนในพรรคเพื่อไทยเขาพูดกัน พรรคเพื่อไทยเน้นเขตเลือกตั้ง ส่วนพรรคอะไหล่ ที่มีทั้งพรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติที่ควบคุมโดย "ยงยุทธ ติยะไพรัช" กับ "จตุพร พรหมพันธุ์" เน้นปาร์ตี้ลิสต์ 
    การแตกพรรคจึงมีความเสี่ยงว่าอาจไม่ได้เป็นพรรคอันดับ ๑ 
    ถ้ายึดเอาตามผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี ๒๕๕๔ ที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขต ๒๐๔ ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์  ๖๑ ที่นั่ง 
    ตามกติกาใหม่พรรคเพื่อไทยจะได้ไม่เกิน ๒๐๐ ที่นั่ง 
    ฉะนั้นการแตกพรรคโดยการโยก ส.ส.เขตไปไว้ในพรรคนอมินีจึงมีความเสี่ยงว่า เพื่อไทยอาจสูญเสียความเป็นพรรคอันดับ ๑ ให้แก่พรรคการเมืองอื่น     
    และเมื่อบวกกับกรณี "พรรคแตก" เพราะถูกดูด ส.ส.เขต ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น 
    เสี่ยงที่พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคประชาธิปัตย์ จะแซงขึ้นไปเป็นอันดับ ๑ 
    สิ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด วิกฤติเผาบ้านเผาเมือง เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ระบอบทักษิณ ยืนกรานว่าพรรคอันดับ ๑ เท่านั้นที่จะได้เป็นแกนนำรัฐบาล  
    เมื่อประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล กรุงเทพฯ จึงลุกเป็นไฟ
    ดังนั้นหากสมการเปลี่ยนแปลงไป การเมืองหลังเลือกตั้ง คงต้องเก็บฟืนเก็บไฟให้ห่างจากมือคนชั่ว.


ดูเหมือน "คุณธาริต เพ็งดิษฐ์" จะเป็นรายแรก ศาลสูงตัดสินจำคุก ๑ ปี ไม่รอลงอาญา ตัดสินเสร็จ......

"พลังประชารัฐ VS เพื่อทักษิณ"
หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'