เที่ยวหนาวหนาว ที่ดอยตุง จ.เชียงราย


   

     ลมหนาวมาแล้ว เป็นที่ดีอกดีใจของคนกรุงเทพฯ แม้จะมีอากาศร้อนดันไล่ความกดอากาศสูงให้จางๆ ไปในบางช่วง ทำให้ต้องรอลมหนาวรอบต่อไป แต่สำหรับดอยตุง จ.เชียงราย ไม่ต้องรอว่าจะหนาวเมื่อไหร่ เพราะช่วงนี้ถ้าใครอยากไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ที่มีตลอดทั้งปีก็ต้องไปที่ดอยตุง และจะเหมือนได้รับโชคสองชั้นถ้าไปในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2561-27 มกราคม 2562 เพราะโครงการพัฒนาดอยตุงกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง” โดยจะพาผู้แวะเวียนไปสูดรับโอโซนปะทะลมหนาวอย่างเต็มที่

    ในช่วงที่เราไปเป็นเดือนตุลาคม ถึงจะเที่ยงวันแต่อากาศกำลังเย็นพอดี มีแสงแดดให้พอได้ถ่ายรูปได้สวยๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ครัวตำหนักร้านอาหารบนดอยจึงเป็นเป้าหมายที่เราจะไปลิ้มรสอาหารและเมนูสุดพิเศษ จากเชฟเครือวัลย์ กาบุญก้ำ หรือป้าเครือ ที่เคยเป็นผู้ทำอาหารถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งที่ประทับที่พระตำหนักดอยตุง
    อาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟ ทั้งออเดิร์ฟดอยตุง ข้าวผัดดอยตุง น้ำพริกสะเป๊ะ แกงฮังเล ยำเห็ดกรอบภูแล แต่จานที่ถูกปากมากคงจะเป็นซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งดอกแมคคาเดเมีย ที่ไม่หวานจนเลี่ยน เนื้อหมูก็นุ่มกินง่าย กินคาวเสร็จก็ต้องล้างปากด้วยของหวานกับเมนูไฮไลต์ ไอศกรีมวนิลา อะโวคาโด น้ำผึ้งดอกแมคคาเดเมีย รสชาติที่ผสมวัตถุดิบอย่างลงตัวละมุนสุดๆ ทานพร้อมชาอู่หลง บอกเลยว่าเมนูของหวานนี้มีเฉพาะช่วงเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงเท่านั้นนะ อิ่มท้องเสร็จก็ย่อยด้วยแวะไปช็อปกันที่กาดดอยตุงซะหน่อย ที่นี่มีผลิตภัณฑ์ของชนเผ่ามาวางจำหน่าย ตั้งแต่อาหารไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ยาสมุนไพรต่างๆ
    หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสำคัญ คือ การเดินขึ้นไปชมพระตำหนักดอยตุง ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีก็ถึง ที่นี่มีกฎที่ผู้เข้าชมต้องปฏิบัติ อย่างแรกที่สำคัญมากคือ ต้องแต่งกายสุภาพ ใครใส่แขนกุด สายเดี่ยว หรือกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น ก็ต้องไปเปลี่ยนสวมชุดที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ เมื่อมาถึง ก่อนเข้าพระตำหนักก็ถอดรองเท้าใส่ถุง พร้อมกับรับอุปกรณ์ฟังบรรยายพื้นที่ภายในพระตำหนักดอยตุง กฎเหล็กข้อสำคัญคือห้ามถ่ายรูปนะจ๊ะ แม้ใจจะอยากแค่ไหนก็เก็บภาพเหล่านั้นเข้าไปในความทรงจำแทนละกันนะ
    เมื่อเดินเข้าไปภายในพระตำหนักของสมเด็จย่าที่มีให้ชมกว่า 20 จุด ทำให้เราได้แนวคิดอะไรหลายๆ อย่าง พระองค์ประทับอยู่แบบเรียบง่าย พื้นที่ต่างๆ ถูกจัดสรรให้เหมาะกับการใช้งาน ระเบียงที่มองเห็นสวนแม่ฟ้าหลวง แต่ที่เราชอบมากที่สุดคงจะเป็นห้องบรรทม แม้จะได้มองผ่านกระจกกั้นหน้าต่าง แต่ก็ทำให้เราเห็นห้องนอนที่ทรงจัดทุกอย่างเป็นระเบียบ เตียงขนาดพอดี ไม่ได้หรูหราเหมือนพระราชวังอย่างในละครหรือภาพยนตร์ เมื่อชมเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวเดินลงไปชมสวนแม่ฟ้าหลวงต่อ
    ออกจากพระตำหนักก็ต้องไปชมสวนแม่ฟ้าหลวงที่เต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวอย่างดอกพิทูเนีย ดอกชัลเวีย ดอกลำโพง ฯลฯ ที่มีทั้งสีแดง เหลือง ชมพู ม่วง เบ่งบานตัดกับสีท้องฟ้าและพื้นหญ้าสีเขียวบนพื้นที่ราวๆ 10 ไร่ มองแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ เพราะอยู่แต่ในเมืองกรุงก็จะมีแต่ป่าปูนซีเมนต์
    ในรายละเอียดของช่วงเทศกาลสีสันดอยตุง ผู้มาช่วงนั้นจะได้ชมการแสดง มีพี่น้องชนเผ่าต่างๆ เช่น เดินไม้โกงกาง หรือการเดินบนไม้ไผ่ที่มีที่เหยียบ การเล่น "สะบ้า" อีกชื่อก็คือ อ๊ะเบอฉ่อเออ เป็นการเล่นคล้ายกับโยนโบว์ลิ่ง และการนั่งลาหล่อ หรือที่เรียกว่าสามล้อซิ่ง ที่ทั้งตัวรถและล้อทำด้วยไม้ทั้งหมด รูปร่างเหมือนรถแจ่งซูเปอร์คาร์ยังไงยังงั้น วิธีเล่นคือ รถก็จะวิ่งลิ่วจากทางลาดชันลงมาแบบเร็วๆ ทั้งหวาดเสียว ทั้งสนุก ซึ่งในงานจะมีทั้งเส้นทางลงเขาไว้ให้ได้ซิ่ง และเส้นทางง่ายๆ เรียบๆ สำหรับมือใหม่สมัครเล่น แต่พอเราเห็นแล้วคงต้องขอผ่าน เพราะดูจะหวาดเสียวทีเดียว แต่ก็มีครอบครัวหนึ่งที่เธอพาลูกนั่งเล่น ยิ้มร่า ดูท่าจะสนุกไม่น้อยเพราะหลังจากรอบแรกก็ยังมีรอบต่อไปด้วย
    กิจกรรมยังไม่หมดแค่นี้ เวลาที่เหลือก่อนเข้าที่พัก คณะของเราก็มาอวดการทำงานฝีมือกันที่จุดเวิร์กช็อปที่จะเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. แบ่งเป็น กลุ่มเซรามิก กลุ่มกระดาษสา กลุ่มกระเป๋าผ้า และกลุ่มพวงกุญแจ ใครใคร่อยากทำกลุ่มไหนก็เลือกได้เลย ถึงทำไม่เป็นหรือไม่ถนัดก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่ตลอด ซึ่งเราได้เลือกกลุ่มกระดาษสาที่มีทั้งเป็นสมุดและการ์ด คิดว่าน่าจะง่ายสุด แต่ที่ไหนได้นี่มันงานประณีตมาก และต้องใช้ความอดทนอยู่เหมือนกันนะ เพราะต้องใช้ด้ายเย็บตามเส้นประของกระดาษรูปช้าง (มีหลายรูปให้เลือกนะคะ) ที่คิดว่ามีรายละเอียดน้อย แต่ก็เสร็จเป็นคนสุดท้ายเลย แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำด้วยตนเองแถมยังเอากลับบ้านได้ด้วย
    คืนนั้นคณะของเราก็ได้มานอนที่ดอยตุง ลอดจ์ พักร่างกาย เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี มื้อค่ำนี้ก็จะครึกครื้นไปด้วยการแสดงจากชนเผ่า ทั้งเต้นรำ ร้องเพลง ที่จัดโชว์มาให้เราได้ชมกัน ก่อนเดินทางกลับเราก็ได้แวะซื้อของฝากกันที่ศูนย์จำหน่ายงานฝีมือ ที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย ทั้งพรมทอมือ ผลิตภัณฑ์กระดาษสา งานปั้นและเครื่องเคลือบดินเผา หากใครได้ไปงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงมาแล้วก็แวะมารีวิวกันบ้างนะ.
 

แกลลอรี่


"แอมเนสตี้" ถอด "อองซาน ซูจี" พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึกเห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ.........ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ "โธ่...ไอ้องค์กรสถุล"!

ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?
จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม
'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'