คิงเพาเวอร์ชนะประมูลคว้าดิวตี้ฟรีอู่ตะเภาฟัน1.5หมื่นล้าน


เพิ่มเพื่อน    

 

ประมูลดิวตี้ฟรีอู่ตะเภา คิงเพาเวอร์คาดฟันรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท เปิดอาณาจักรคิงเพาเวอร์โกยรายได้ต่อปีเฉียดแสนล้านบาท กิจการดิวตี้ฟรีเมืองหลวงอู้ฟู่รายได้โตกว่าสนามบิน 58% เล็งเดินหน้าประมูลทุกสนามบินผูกขาดตลาดดิวตี้ฟรี

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการเปิดให้เอกชนพัฒนาร้านค้าปลอดภาษีอากร(Duty Free) ภายในสนามบินอู่ตะเภา พื้นที่ 2,000 ตร.ม. อายุสัมปทาน 10 ปี ซึ่งได้ตัวผู้ชนะคือ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เอาชนะผู้ยื่นประมูลอีก 3. รายประกอบด้วย 1.Central DFS Consortium 2.ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) 3.บางกอก แอร์เวย์ส โฮลดิ้ง โดยผู้ชนะการประมูลได้เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำ 233 ล้านบาท

ทั้งนี้ขณะที่อันดับสองอย่างล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 212 ล้านบาท ส่วนด้าน บริษัท Central DFS Consortiumและ บางกอกแอร์เวย์เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 120 ล้านบาทและ 70 ล้านบาทตามลำดับ สำหรับเงื่อนไขนั้นมีกำหนดไว้ว่าขั้นต่ำผลตอบแทนจากยอดขายต้องแบ่งสัดส่วน 15% หากยอดขายสูงเกินกว่าตัวเลขขั้นต่ำที่กำหนดไว้ เช่น คิงพาวเวอร์สร้างรายได้ตลอดปีที่ 1,000 ล้านบาท ต้องแบ่งรายได้ขั้นต่ำให้รัฐที่ 233 ล้านบาท พร้อมสัดส่วนรายได้การขายอีก 15% หรือราว 115 ล้านบาทของยอดขายที่เหลืออยู่อีก 767 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตามคิงพาเวอร์ได้ประเมินรายได้ขั้นต่ำต่อปีเมื่อเข้ารับสัมปทาน Duty Free ดังกล่าวไว้ที่ 1,553 ล้านบาท ดังนั้นตลอดอายุสัมปทานมีคาดการณ์รายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยรายได้4 ล้านบาท/วัน หรือคิดเป็นรายได้ 750,000 บาท/ตร.ม./เดือน ขณะที่.ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ประเทศไทย) คาดการณ์รายได้ต่อปีไว้ที่ราว 1,413 ล้านบาท

รายงานข่าวระบุอีกว่าสำหรับการรายงานผลประกอบการของบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด พบว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการร้านค้าปลอดภาษีรวมทั้งสิ้น 9.17 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากร้านค้าปลอดภาษีในเมือง 5.65 หมื่นล้านบาท คิดเป็นกำไร 3.9 พันล้านบาท ประกอบด้วย คิงเพาเวอร์รางน้ำ คิงเพาเวอร์พัทยาและคิงเพาเวอร์ศรีวารี 

อย่างไรก็ตามขณะที่รายได้จากร้านค้าปลอดภาษีอากรภายในสนามบินนั้นอยู่ที่ 3.56 หมื่นล้านบาท น้อยกว่ารายได้ในเมืองเกือบ 58% ส่วนกำไรอยู่ที่ 1.83 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากร้านค้าปลอดภาษีสนามบินสุวรรณภูมิ 5.46 พันล้านบาทและรายได้จากพื้นที่เขิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ 5.32 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรจากสนามบินสุวรรณภูมิรวม 4.2 พันล้านบาท ดังนั้นจึงส่งผลให้คิงเพาเวอร์เป็นหนึ่งในผู้ควบคุมตลาดแบบ monopoly เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรีซึ่งมีรายได้ในปี 2560 จากการประกอบธุรกิจในประเทศไทยอยู่ที่ 20 ล้านบาท และมีรายจ่ายมากกว่า 100 ล้านบาท 

นอกจากนี้คิงเพาเวอร์ยังมีข้อได้เปรียบจากการมีจุดรับสินค้า (Pick-up Counter) ภายในสนามบินทำให้ชาวไทยสามารถซื้อสินค้าจากร้านดิวตี้ฟรีในเมืองได้แบบไม่ต้องเสียภาษีอากรแล้วไปรับของที่สนามบินเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ แตกต่างจากล็อตเต้ซึ่งไม่มีจุดรับสินค้าภายในสนามบินทำให้มีแต่ลูกค้าชาวต่างชาติ ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่คิงเพาเวอร์จะเสนอราคาแข่งขันชิงพื้นที่ดิวตี้ฟรีอีกหลายแห่งที่จะมีการเปิดประมูลโดยเฉพาะสนามบินหลักของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว
 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"