แอมเนสตี้เผยนักปกป้องสิทธิฯ ทั่วโลกถูกสังหารเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว


เพิ่มเพื่อน    

เนื่องใน "วันสิทธิมนุษยชนสากล" ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานเรื่อง "Deadly but Preventable Attacks: Killings and Enforced Disappearances of Those who Defend Human Rights" หรือ "การโจมตีที่รุนแรงแต่สามารถป้องกันได้: การสังหารและการบังคับสูญหายต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน" โดยพบว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 281 คนทั่วโลกถูกสังหารตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2558

แอมเนสตี้พบว่าประมาณ 49% ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกสังหารเป็นผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวด้านที่ดินและสิ่งแวดล้อม ที่เหลือเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ เช่น สิทธิสตรี สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ พนักงานบริการ (sex workers) สหภาพแรงงาน ชนพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ ทนายความ นักข่าว ไปจนถึงชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งหรือถูกควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธ และอื่นๆ

 

เมื่อย้อนดูสถิตินับตั้งแต่ปี 2541 จะพบว่ามีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกสังหารไปแล้วประมาณ 3,500 คน ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงคาดว่าจะสูงกว่านี้มาก เนื่องจากมีหลายคนที่ถูกอุ้มหายจนไม่ทราบชะตากรรมที่ชัดเจน โดยทวีปอเมริกาเป็นพื้นที่มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกสังหารมากที่สุดในโลก

รายงานดังกล่าวได้มาจากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติและการสัมภาษณ์สมาชิกครอบครัว เพื่อน และผู้ร่วมงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกสังหารหรืออุ้มหาย ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ออกมาทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนของตนเองและผู้อื่นจะต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากภาครัฐและเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เรายังพบว่าวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด ซึ่งผู้ก่อเหตุสังหารหรืออุ้มหายไม่ถูกดำเนินคดี ยังเสริมให้การทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนทั่วทุกมุมโลกอันตรายมากขึ้นไปอีก

นักปกป้องสิทธิมนุษยชนคือคนธรรมดาๆ ที่กล้าหาญและเสียสละในการทำงานเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของรัฐในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกทางหนึ่ง แอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้ทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย ยอมรับและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นทางการและจริงใจ ภาครัฐควรมีมาตรการป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกคุกคามหรือทำร้ายจากการทำงาน ตลอดจนควรนำตัวผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการตุกคามทำร้ายต่างๆ มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.