'บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ' เคาะแผนแม่บท23ฉบับ


   


    กก.ยุทธศาสตร์ชาติเห็นชอบร่างแผนแม่บท 23 ฉบับ สั่งสภาพัฒน์ปรับให้สมบูรณ์ แผนเร่งด่วน 5 ปีแรกให้ชงเข้า ครม.ภายใน ม.ค.62 เลขาฯ สศช.เตรียมจัดงาน "บิ๊กแบง" ขยายการรับรู้ประชาชน 30 ม.ค.-1 ก.พ. ดึงคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม พร้อมทำเกมการ์ดเป็นสื่อการเรียนการสอนในห้องเรียน บรรจุเป็นหลักสูตรวิชาเลือกเสรีของนิสิตนักศึกษาสามารถเรียนผ่านออนไลน์ได้
    ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561 ที่ประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้รับทราบและพิจารณาวาระที่สำคัญ ดังนี้
    ที่ประชุมได้พิจารณาร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติร่วมกับกลุ่มงานปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (กลุ่มงาน ป.ย.ป.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม -ตุลาคม 2561 ได้เตรียมการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในเบื้องต้น โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 23 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ความมั่นคง 2.การต่างประเทศ 3.การพัฒนาการเกษตร 4.อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5.การท่องเที่ยว 6.การพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7.โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล 8.การพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 9.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 10.การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม 11.การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต 12.การพัฒนาการเรียนรู้ 13.การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 14.ศักยภาพการกีฬา 15.การเสริมสร้างพลังทางสังคม 16.การพัฒนาความเสมอภาคและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก 17.การสร้างหลักประกันทางสังคม 18.การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 19.การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 20.การพัฒนาบริการประชาชน และการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ 21.การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 22.การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ 23.การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
    ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติดำเนินการปรับร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 23 ฉบับ ให้มีความสมบูรณ์และครอบคลุม โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของร่างแผนแม่บทฯ (รวมทั้งแผนย่อย) แนวทางการพัฒนา และแผนงาน/โครงการที่สามารถสะท้อนผลลัพธ์ของแผนแม่บทฯ และเป้าหมายการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาความครอบคลุมของร่างแผนแม่บทฯ 
    นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการการกำหนดประเด็นการพัฒนาเร่งด่วนในช่วงระยะ 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติใน 15 ประเด็น จำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในเชิงโครงสร้างและการบริหารจัดการ รวมทั้งสามารถต่อยอดการพัฒนาในด้านต่างๆ ต่อไปได้ 2.การดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันในด้านต่างๆ มีความพอเพียง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ 3.การรองรับการเจริญเติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เศรษฐกิจเป้าหมายอย่างเป็นระบบ ดึงดูดและรองรับการเจริญเติบโตให้กับประเทศ และ 4.การสร้างรายได้ให้กับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจที่สำคัญบนฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมจำนวน 15 ประเด็น โดยได้มอบหมายให้สำนักงานฯ ประสานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงบประมาณ ในการดำเนินการจัดทำรายละเอียดแผนงาน/โครงการของ 15 ประเด็นการพัฒนาเร่งด่วนในช่วงระยะ 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเสนอร่างแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 23 ฉบับ พร้อมทั้งประเด็นการพัฒนาเร่งด่วนในช่วงระยะ 5 ปีแรกของยุทธศาสตร์ชาติใน 15 ประเด็น ต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ ภายในช่วงเดือนมกราคม 2562 ต่อไป 
    ในโอกาสนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ต.ค.61 และการสร้างการรับรู้และขยายผลหุ้นส่วนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผ่านโครงการที่สำคัญด้วย 
    นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สศช. กล่าวรายงานในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า หลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ การสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาตินั้น จะมีการจัดงานบิ๊กแบงเพื่อขยายผลการรับรู้ในวงกว้างต่อประชาชนทั่วไป ที่ลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 ม.ค.-1 ก.พ.2562 อีกทั้งเราได้จัดทำแผนภาพและเพลงเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงจัดทำสื่อเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ ต่อเนื่องกันมา และกำลังจัดทำเอกสารยุทธศาสตร์ชาติฉบับย่อภาษาอังกฤษ และจัดทำเกมการ์ดเพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ได้เข้าถึงและเข้าใจยุทธศาสตร์ชาติมากขึ้น ซึ่ง สศช.จะประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำเกมการ์ดไปเป็นสื่อการเรียนการสอนในห้องเรียนต่อไป 
    ขณะที่ในระดับนิสิตนักศึกษา เราได้จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนแบบออนไลน์แบบเปิดเสรี หรือที่เรียกว่า Massive Open Online Course ซึ่ง สศช.ได้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้บรรจุเป็นหลักสูตรวิชาเลือกเสรีที่นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ รวมถึงข้าราชการสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้กำลังจัดทำเว็บไซต์ วีดิทัศน์ และสติกเกอร์ไลน์ด้วย ตลอดจนได้มีการสร้างยุวนวัตกรเพื่อช่วยสร้างการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 
    นายทศพรกล่าวอีกว่า จากกรณีที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2561 เรื่องกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่งตั้งสำนักงานที่ชื่อย่อว่า ป.ย.ป. ซึ่งได้ประชุมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ โดยหน่วยงานใหม่นี้จะมาช่วยแบ่งเบาภาระของ สศช.ในการขับเคลื่อนงานตามแผนแม่บทมีความราบรื่นมากขึ้นให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 
    จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้เน้นเรื่องการทำวีดิทัศน์สั้นๆ เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ด้วย เพื่อช่วยสร้างการรับรู้เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การทำอินโฟกราฟฟิกที่มีข้อความสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เข้าถึงเด็กและเยาวชน ส่วนการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการต้องนำไปให้เข้าถึงเด็กๆ โดยขอให้ใส่ภาพการ์ตูนแอนิเมชั่นเข้าไปประกอบเนื้อหาด้วย สำหรับสำนักงาน ป.ย.ป.จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ.


ขยันดีนะ....ฝ่ายค้านชุดนี้ เคาะกะลากันรายวัน จะแก้รัฐธรรมนูญ จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล งานเต็มมือ!    เรื่องหาวิธีชำเรารัฐธรรมนูญพูดกันไปเยอะแล้ว มาที่เรื่องซักฟอกรัฐบาลดูบ้าง 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'
อ้อย 'ฤๅจะหวานเท่า' ไทย-จีน